ไพวงษ์ เบี้ยวนัดแจงโบนันซ่ารุกป่า อ้างไม่พร้อม

ประธานโบนันซ่า เบี้ยวนัดให้ปากคำตำรวจในคดีบุกรุกพื้นที่ป่าเขาใหญ่ อ้างเอกสารไม่พร้อม ขอเลื่อนเข้าพบเป็นวันที่ 29 พ.ค.นี้

วันที่ 22 พ.ค. พ.ต.อ.บัญญัติ ทั่งกลาง หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เปิดเผยความคืบหน้ากรณีรีสอร์ทโบนันซ่าบุกรุกพื้นที่เขาใหญ่ว่า ตามกำหนดการวันนี้ นายไพวงษ์ เตชะณรงค์ ประธานกรรมการโบนันซ่าเขาใหญ่รีสอร์ท จะต้องเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนในเวลา 10.00 น. เพื่อให้ปากคำ กรณีมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีการบุกรุกพื้นที่บริเวณสนามแข่งรถ โบนันซ่า สปีดเวย์

โบนันซ่าสปีดเวย์

ไพวงษ์ เตชะณรงค์ เบี้ยวนัดให้ปากคำ โบนันซ่ารุกป่า

แต่เมื่อถึงเวลาที่กำหนด นายไพวงษ์ ได้มีหนังสือขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนไปเป็นวันที่ 29 พ.ค. นี้ โดยอ้างว่า พื้นที่ของโบนันซ่ามีจำนวนมาก และมีเอกสารการทำประโยชน์จำนวนหลายแปลง จึงขอเวลาตรวจสอบเอกสารให้ละเอียดก่อน

สำหรับคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดพื้นที่ทั้งหมด166 ไร่ 2 งาน 40.6 ตารางวา ประกอบด้วย พื้นที่ของ ส.ป.ก.รวม 1แปลง จำนวน 57 ไร่ 1 งาน 42.4 ตารางวา พื้นที่ทางและลำรางสาธารณะรวม 2 แปลง จำนวน 4 ไร่ 43 ตารางวา พื้นที่ป่าไม้รวม 5 แปลง จำนวน 12 ไร่ 3 งาน 14.3 ตารางวา พื้นที่แปลงสวนป่า รวม 8 แปลง จำนวน 35 ไร่ 2 งาน 38ตารางวา และพื้นที่มีทางบริษัทมีเอกสารสิทธิ์ครอบครอง น.ส.3 ก. รวม 5+1 แปลง จำนวน 56 ไร่ 3งาน 2.9 ตารางวา โดยนายธงชัย ลืออดุลย์ ผวจ.นครราชสีมา ได้เสนอความเห็นให้มีการสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ น.ส. 3 ก. ที่ดินทั้ง 5 แปลงในโบนันซ่า

รวมถึงมีการแจ้งข้อหาผู้บริหารบริษัท 3 คน ประกอบด้วย 1.นายภูผา เตชะณรงค์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ น้องชายนายสงกรานต์ เตชะณรงค์ 2. นายปรีชากรณ์ ปราบสงบ และ3.นายนิธิศเชษฐ์ สุทธิเจริญกุล ตามรายชื่อผูกพันธ์บริษัท และมีการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้วกว่า 10 ปาก ยังเหลือนายไพวงษ์ ผู้ถือสิทธิ์ครอบครอง น.ส.3 ก แปลงเลขที่ 926 เนื้อที่ 9 ไร่ กับเลขที่ 927 เนื้อที่ 16 ไร่ โดยก่อนหน้านี้เจ้าตัวยืนยันจะนำหลักฐานมาแสดงในวันนี้

MThai News

ร้อนจัด!กลับจากสมัครงานช็อคดับกลางสะพานลอย

สาวเป็นลม ช็อคดับกลางสะพานลอย หลังกลับจากสมัครงาน คาดโรคประจำตัวกำเริบ ประกอบกับอากาศร้อน 

วันนี้ (22พ.ค.) แฟนเพจเฟซบุ๊ก กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand รายงานว่า เมื่อวันที่ 21พฤษภาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ย่อยรัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีหญิงสาวเสียชีวิตอยู่บนสะพานลอยคนข้าม หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ จึงประสานแพทย์และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเข้าตรวจสอบ

11266655_879915462067471_6978819230891692360_n

ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ หญิงสาวนอนเสียชีวิตอยู่บนสะพานลอย สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อแขนยาวสีขาว กระโปรงสั้นสีดำ ไม่พบบาดแผลในร่างกาย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ น.ส.ธนวรรณ อายุ 24 ปี

จากการสอบถาม เพื่อนของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเพิ่งออกมาจากการสมัครงานที่ห้างสรรพสินค้า และได้แยกย้ายเดินทางกลับบ้าน จนกระทั่งเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง มีคนโทรศัพท์มาแจ้งว่า เพื่อนของตนเสียชีวิตอยู่บนสะพานลอย จึงรีบย้อนกลับมาที่เกิดเหตุ ซึ่งตอนที่ตนแยกกับผู้เสียชีวิตมา ก็ยังเห็นว่าปกติดีอยู่ ไม่ได้มีอาการป่วยใดๆ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจเสียชีวิตเพราะโรคประจำตัวคือ โรคหัวใจ ประกอบกับอากาศร้อน และยังไม่ได้ทานข้าวตั้งแต่เช้า จึงเกิดอาการช็อคและเสียชีวิต เบื้องต้นพนักงานสอบสวนนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติเวช เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตต่อไป

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก แฟนเพจ กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand

ทหารไทยโหดร้ายจริงจริ๊ง! ถล่มโรฮิงญาด้วยข้าวสวย

โลกออนไลน์ส่งต่อภาพ เจ้าหน้าที่ถล่มผู้อพยพโรฮิงญาด้วยข้าวสวยร้อนๆ

วันนี้ (22พ.ค.) จากกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาว่า มีชาวโรฮิงญาคนหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่าถูกทหารไทยใช้ปืนขู่จะยิงเรือ ขณะที่ลอยลำเข้ามาในเขตน่านน้ำรอยต่อประเทศไทยมาเลเซีย เพื่อบังคับให้พวกเขาเดินทางต่อไป จนก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

page

จากนั้นทาง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ได้ออกออกมาชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวว่า รัฐบาลไทยมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน ที่จะไม่ใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบใด ยึดหลักการช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม รวมทั้งได้มีการตรวจสอบกับทหารทุกนายที่ปฏิบัติการช่วยเหลือในคืนนั้น ยืนยันว่าไม่มีการใช้อาวุธปืนข่มขู่ตามคำกล่าวอ้าง

ล่าสุดผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อภาพและข้อความ ของสมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ Perapath Yong ที่ได้เผยแพร่ภาพเจ้าหน้าที่ ที่กำลังทำการแจกจ่ายอาหารให้กลุ่มผู้อพยพที่อยู่บนเรือ

ซึ่งทางผู้โพสต์ยังได้ระบุคำบรรยายภาพว่า “ทหารไทยโหดร้ายจริงจริ๊ง ถล่มโรฮิงญาด้วยข้าวสวยร้อนๆ อาหาร ขนม ยารักษาโรค แถมด้วยของใช้อีกจนเละเลย”

เมื่อภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ ชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันโพสต์ข้อความให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ที่อยู่ในภาพเป็นจำนวนมาก ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเห็นว่า อยากให้สื่อมวลชนระมัดระวังในการนำเสนอข่าวมากขึ้น

11143236_10205536574787540_4663349293316758461_n

1937490_10205536576707588_7260422394700390705_n

10371401_10205536575587560_5797770254299189988_n

10384601_10205536575307553_2979057919538073625_n

10426071_10205536577587610_8741720201941577155_n

11074164_10205536575867567_9027033857504434060_n

11227660_10205536576427581_8474016183591897419_n

11295671_10205536577107598_1040595177134350377_n

11350424_10205536574627536_70133980793133054_n

ขอบคุณภาพจาก สมาชิกเฟซบุ๊ก  Perapath Yong

MThai News