‘ชูวิทย์’แฉ ขบวนการฟอกป่า โกงชาติ เขมือบเกาะ

‘ชูวิทย์’ โพสต์แฉ ขบวนการฟอกป่า โกงชาติ เขมือบเกาะ (episode 2) “อภินิหารเจ้าสัว” หวังโกยกำไรเข้ากระเป๋าตัวเอง

วานนี้ (29 พ.ค. 58) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ชูวิทย์ I m No.5 แฉขบวนการฟอกป่า โกงชาติ เขมือบเกาะ (episode 2) “อภินิหารเจ้าสัว” โดยบอกว่าจะมีการนำ เกาะช้าง มาเทียบชั้นกับ เกาะสมุย เพราะศักยภาพของเกาะช้างยังสามารถพัฒนาได้อีกมากมาย หวังโกยกำไรเข้ากระเป๋าตัวเอง

ชูวิทย์

โดยมีรายละเอียดทั้งนี้

ขบวนการฟอกป่า โกงชาติ เขมือบเกาะ (episode 2) “อภินิหารเจ้าสัว”

มีความพยายามที่จะนำ “เกาะช้าง” ไปเทียบชั้นลอกเลียนแบบ “เกาะสมุย”

โดยต่อไปจะมีทั้งสนามบิน ท่าเรือเฟอร์รี่ โรงแรม รีสอร์ท ขายบ้านพักหรูพร้อมที่ดินให้คนรวย เพราะศักยภาพของเกาะช้างยังสามารถพัฒนาได้อีกมากมาย

ในขณะที่เกาะสมุยพื้นที่เต็ม “นักการเมืองคนดีห่มเหลือง มือถือสากปากถือศีล” เข้าไปยึดครอง และ “บางกอกแอร์เวย์” เข้าไปพัฒนาสนามบินอยู่นานแล้ว จนทำให้ปัจจุบันที่ดินบูมขึ้น มีราคาแพงมหาศาล

เกาะช้างจึงกลายเป็นเป้าหมายของ “เจ้าสัวหน้าเลือด” ที่จะพัฒนาให้เป็นเหมือน “เกาะสมุย” เพื่อโกยกำไรเป็นกอบเป็นกำเข้ากระเป๋าตัวเอง

“คนเก่ง (โกง) ในโลกนี้เป็นของเรา วัตถุดิบ (ทรัพยากร) ในโลกนี้เป็นของเรา เงินในโลกนี้เป็นของเรา ที่ใดมีโอกาส (ผูกขาด) ที่นั่นเป็นของเรา”

นี่เป็นความคิดของตระกูลนักผูกขาดประเทศไทย โดย “เจ้าสัว ธ.” แห่ง “กงสีใหญ่” เป็นผู้อัดฉีดเงินทุน และให้ “เจ้าสัว จ.” ญาติผู้พี่ เป็นผู้ออกหน้าประสานงาน และแขวนชื่อ “เจ้าสัว ธ.” ไว้เป็นเพียงที่ปรึกษา เพื่อเป็น “ยันต์กันผี” แผ่บารมี

เรื่องแบบนี้ไม่มีใครเขาทำกันอย่างเปิดเผย ทุกอย่างจึงผ่านกระบวนการ “นอมินี” อาศัยความดีความชอบและชื่อเสียงของ “เจ้าสัว ธ.” เป็นหลักประกัน และบุญคุณที่อ้างว่า “ผลประโยชน์ของประเทศชาติต้องมาก่อน ผลประโยชน์ของบริษัทมาทีหลัง”

กระบวนการยำ ส.ค.1 ผ่านเจ้าหน้าที่รัฐ แปลงสมบัติของชาติ มาเป็นของตัวเอง มีดังต่อไปนี้

1. กงสีใหญ่ (เจ้าสัว ธ.) เป็นที่ปรึกษาและจัดสรรเงินทุน

2. “เจ้าสัว จ.” เป็นผู้ดำเนินการ

3. ผ่าน “นอมินี พ.” ในพื้นที่ และผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น

4. สรรหา ส.ค.1 ในพื้นที่เป้าหมายที่ต้องการ

5. ผ่านกระบวนการยำ ส.ค. 1 โดยการร่วมมือของเจ้าหน้าที่

ส.ค.บิด (ไม่เคยมีเอกสารสิทธิ์ ส.ค.1 มาก่อน แต่ใช้วิธีการสวม แอบอ้าง)

ส.ค.บวม (มีเอกสารสิทธิ์ ส.ค.1 อยู่อีกที่ แต่ทำเลไม่ติดชายหาด ก็ย้ายมาอยู่ในทำเลสวยที่ต้องการ)

ส.ค.บวม (เอกสารสิทธิ์มีพื้นที่อยู่น้อย จึงขยายให้มีจำนวนมากขึ้น)

6. ออกมาเป็นโฉนดถูกต้องตามกฎหมาย

การจัดการกับนายทุนระดับ “เจ้าสัว” และ “กงสีใหญ่” ไม่ใช่จะกระทำกันได้ง่ายๆ เพราะมีคอนเนคชั่น ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ มีเงินทุนมหาศาลพร้อมที่จะจ่ายให้เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อบิดเบือนทรัพยากรธรรมชาติมาเป็นของตนเองโดยไม่มีใครกล้าหือ

เปรียบเทียบกับร้านลาบ ร้านปลาเผา รีสอร์ทริมทาง ริมเขื่อน ริมอุทยานฯของชาวบ้าน หรือหาบเร่แผงลอยริมถนน กลับจัดการได้อย่างรวดเร็ว ง่ายดาย เพียงแค่ลัดนิ้วมือชี้สั่งการ วันรุ่งขึ้นอันตรธานหายไปเรียบร้อย

แต่เมื่อไปเจอกับระดับ “เจ้าสัว ธ. กงสีใหญ่” หากจะงัดข้อคงต้องคิดให้มาก เพราะถูกย้ายออกนอกพื้นที่ไปนักต่อนักโดยไม่ทันตั้งตัว

วันที่ 1 เดือนหน้านี้ มีนโยบาย “กวาดล้างผู้บุกรุกป่า 6 แสนไร่” แบ่งเป็นพื้นที่ป่า 4 แสนไร่ พื้นที่อุทยาน 2 แสนไร่ ตามข้อมูลเชิงลึกของผม รับประกันว่าไม่มีพลาด มีเรื่องราวลึกลับดำมืดอีกเป็นจำนวนมาก ไปตรวจเมื่อไหร่ เป็นเจอเมื่อนั้น เช่นเดียวกับ “คีรีมายา” เขาใหญ่

แต่เรื่องของเรื่องคือ “เอาความเงียบ มาสยบความเคลื่อนไหว” ไม่เถียง ไม่โต้ ไม่พูด เจ้าหน้าที่รัฐทำตัวเป็น “พระเตมีย์ใบ้” เสียอย่าง “องคุลีมาล” อย่างผมจะไปทำอะไรได้?

หากฟ้าดินมีจริงโปรดเป็นพยานสาปแช่ง ให้พวกที่เอาผืนป่ามรดกของชาติมาเป็นของตัวเอง รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่ให้ความร่วมมือ ตกนรกหมกไหม้ไปยันชั่วลูกชั่วหลานชั่วกัปชั่วกัลป์

ประเทศไทยยามนี้ พึ่งเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ทางกฎหมาย ก็ขอพึ่งกฎแห่งกรรมเอาก็แล้วกัน

ปล. “เจ้าสัว จ.” ไม่ใช่นายเจริญ เบียร์ช้าง

MThai News

ฟังเฉลย! ข่าวมั่วอ้างตัวจริง อีแย้ม สุดแค้นแสนรัก

ภาพว่อนเน็ต อ้างตัวจริง ย่าแย้ม สุดแค้นแสนรัก ขณะที่ผู้ประพันธ์ เผยแค่รูปป้า ยันแค่เรื่องแต่งไม่ใช่เรื่องจริง 

แม้ว่าละครจะจบลาจอไปแล้วเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา โดยทิ้งข้อคำคมไว้ให้ปฏิบัติ ว่าการอภัยเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด สำหรับละครดังสุดแค้น แสนรัก แต่ความแรงของละครยังไม่หมดหยุดอยู่แค่นั้น โดยเฉพาะย่าแย้ม หมั่นกิจ ตัวละครสำคัญของเรื่อง เพราะมีคนอ้างการันตีว่าบุคคลดังกล่าวมีตัวตนอยู่จริง

สุดแค้นแสนรัก, ย่าแย้ม

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Nisit Buaphuan ผู้เผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวระบุว่า “ย่าแย้ม หมั่นกิจ มีตัวตนอยู่จริงๆ และได้เสียชีวิตลงไปเมื่อปี 2535 แล้ว โดยนางพยอม ไม่เปิดเผยนามสกุล เผยว่า

คุณแม่เป็นคนอารมณ์ร้าย บ้านเดิมอยู่ที่ ต.หนองนมวัว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันลูกหลานได้ย้ายมาอยู่ อ.เมือง นครสวรรค์ โดยละครที่จัดทำขึ้นเป็นเค้าโครงที่เกิดขึ้นจริงตั้งแต่ปี 2509-2535″

อย่างไรก็ดีเมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่ไม่ปักใจเชื่อ แถมมีข้อความติดตลกถามหาตัวละครคนอื่นๆ ก่อนที่ผู้โพสต์เรื่องราวจะออกมาแก้ต่างว่า

“จากกระทู้นี้ของผมเกี่ยวกับ ย่าแย้ม หมั่นกิจ ที่ตอนนี้มีการไลค์การแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งจากสาเหตุนี้ทำให้มีคนมาคอมเมนท์ต่างๆ นานา อาทิเช่น อย่าเพิ่งเชื่อ ต้องดูบัตรประชาชนก่อน,ขอดูบัตรประชาชนด้วย,

ตอนนี้หมอรัตน์ทำงานที่ รพ.ไหน มีลูกกี่คนแล้ว, ยงยุทธ์เป็นไงบ้าง, อยากเห็นรูปจริงยงยุทธ์ค่ะ, แกเป็นอะไรตาย…เหอๆๆๆ….ผมจะขอสารภาพตรงนี้เลยนะครับ…ผมไม่เคยดูละครเรื่องนี้เลย

ที่เอามาโพสต์ก่อนหน้านี้ ก็เพราะเห็นเพื่อนๆหลายๆ คนอัพสเตตัสตัวเองว่ารอดูอีแย้ม, อีแย้มมาแล้ว ฯลฯ ก็เลยเอามาโพสต์ครับ…ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับตัวย่าแย้มผมทราบเพียงเบื้องต้นแค่นี้จริงๆ

ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก ณพนธ์ นครสวรรค์ ของนิพนธ์ เที่ยงธรรม เจ้าของนามปากกา “จุฬามณี” ผู้เขียนบทประพันธ์ละครเรื่องดังกล่าว ก็ได้ออกมาเฉลยว่า รูปย่าแย้ม ที่มีการเผยแพร่กันในโซเชียลมีเดียนั้น เป็นรูปภาพจริงๆ แต่เป็นภาพของป้าตนเอง ไม่ใช่ย่าแย้มแต่อย่างใด อีกทั้งยังได้สำทับว่า สุดแค้นแสนรัก คือ เรื่องแต่งครับ……

ภาษาไทยวันละคำ วันนี้เสนอคำว่า “เป็นตุเป็นตะ” คุณนายป้า ของเค้า เลย ดังตอนแก่ 5555555555+++ ยืนยันอีกครั้งว่า สุดแค้นแสนรัก คือ เรื่องแต่งครับ……

MThai News

สุดแค้นแสนรัก, ย่าแย้ม

ห้ามตร.ลาไปตปท. หลังยกเลิกพาสปอร์ต ‘ทักษิณ’

‘สมยศ’ สั่งด่วนให้ทุกหน่วยเฝ้าระวังสถานการณ์และห้ามลาไปต่างประเทศ หลังยกเลิกหนังสือเดินทาง ‘ทักษิณ’

จากสถานการณ์ทางการเมืองอันเนื่องมาจากกระทรวงต่างประเทศยกเลิกหนังสือเดินทางของบุคคลผู้เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองบางราย ซึ่งอาจมีผู้ไม่หวังดีก่อความเคลื่อนไหวคัดค้าน สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง และอาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น
ล่าสุด (30 พ.ค. 58) พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบสวนหาข่าว และชุดเฝ้าระวัง ติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยประสานผู้นำท้องถื่นในเขตพื้นที่

S__7577602

ทั้งนี้การเฝ้าระวังบ้านพักบุคคลสำคัญ สถานที่ที่ประชาชนสนใจใช้บริการเป็นจำนวนมาก สถานที่เชิงสัญลักษณ์ สถานที่ท่องเที่ยว สถานีขนส่งสาธารณะ เพิ่มความเข้มในการออกตรวจตราพื้นที่ป้องกันเหตุ การเตรียมชุดปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิธีเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการและให้ปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุในทันที

นอกจากนี้ให้ผู้บังคับบัญชาระดับ บช./ภ. บก./ภ.จว. และหน.สน./สภ.ต้องอยู่ในพื้นที่พร้อมอำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และห้ามลาไปต่างประเทศโดยเด็ดขาด

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ @Dr_Prawut

MThai News