อีกมุมต่างจากโซเชี่ยล หยุดทำลาย คนข่าวคุณภาพ‘ฐปณีย์’

มุมต่างจากโซเชียล หยุดทำลาย คนข่าวคุณภาพ ‘ฐปณีย์’

บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ รุจน์ ธนรักษ์  ซึ่งได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่คนไทยกำลังวิพากษ์วิจารณ์คุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย เรื่องการนำเสนอข่าวโรฮิงญา โดยสมาชิกเฟซบุ๊คคนดังกล่าวได้เผยอีกมุมมองหนึ่งทีต้องการให้สังคมเข้าใจบ้าง

1

โดยระบุว่า การที่คนในสังคมพูดถึงคุณฐปนีย์นักหนาอยู่ตอนนี้ ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเป็นเพราะเรา “คาดหวัง” ในตัวเธอสูงมาก เพราะอย่าลืมว่าทีวีการเมืองที่มีอยู่ในประเทศเรามากว่า 10 ปีที่ผ่านมานี้ ไม่เห็นมีใครจะไปด่าว่าทำประเทศเสียหายขนาดนี้เลย ทั้งที่ทีวีการเมืองเหล่านั้นหลายครั้งก็ปั้นข่าว กุข่าว ทำข่าวเสี้ยม นั่งเทียน หรือกระทั่งเชียร์ให้คนออกมาฆ่ากันก็ทำมาแล้วอย่างโจ๋งครึ่ม

แทนที่เราจะเหยียบคุณฐปณีย์ให้จมมิดไปในครั้งนี้ เราควรจะเร่งสร้าง เร่งเรียกร้อง ให้วงการสื่อผลิต “คนข่าวแบบคุณฐปณีย์” ออกมามากๆ เราจะได้มีคนคุณภาพให้เราคาดหวังมากกว่าหนึ่งคน ถึงตอนนั้นคนคุณภาพหลายๆคนก็จะแข่งกันทำข่าวหลายๆแบบ หลายๆแนว ไม่ใช่มีคนคุณภาพแค่หยิบมือเดียวให้คนทั้งประเทศต้องคาดหวังสูงขนาดนี้ถ้ารักชาติกันจริงๆต้องส่งเสริมเสรีภาพสื่อ และเรียกร้องสื่อที่เป็นมืออาชีพ ไม่ใช่ไปทำลายคนคุณภาพ

ถ้าเราจะคาดหวังให้สื่อทำงานโดยแคร์กระแส แคร์ว่าผู้มีอำนาจจะเคืองไหม ประชาชนจะรักหรือเปล่าเรากำลังผลักให้สื่อ กลายเป็นพระเอกลิเกหรือนักการเมือง ที่ต้องคอยเอาใจมวลชนหรือผู้มีอำนาจเป็นที่ตั้ง วิชาชีพสื่อโดยพื้นฐานต้องรายงานในสิ่งที่ใครซักคนจะไม่พอใจอยู่แล้ว ไม่งั้นเขาไม่เรียกนักข่าวอาชีพที่รายงานแต่เรื่องที่คนอยากฟังเขาเรียก “พีอาร์” ส่วนอาชีพที่รายงานโดยสนใจจะสร้างกระแส เขาเรียก “โฆษณา”

ที่มา จากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ รุจน์ ธนรักษ์

ระวังภัย ถูกแฮกID-UBER จากเมืองนอก

เตือนภัย! ระวังโดนแฮกID UBER จากเมืองนอก

สมาชิกเว็บไซต์พันทิปท่านหนึ่งได้ตั้งกระทู้เตือนภัยชาวสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการใช้รถ UBER โดยเผยว่า ตนถูกแฮก ID ของ UBER TAXI ไปใช้เรียกแท็กซี่ในอังกฤษ ซึ่งเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อมีเบอร์โทรจากต่างประเทศโทรเข้ามาหาตนเวลาประมาณตีสี่ครึ่งด้วยความที่หลับอยู่เลยไม่ได้รับสาย แต่ต่อมาช่วงเย็นพบว่ามีSMS เข้ามาแจ้งเตือนว่าได้ตัดบัตรเครดิตจำนวน 52.25 ปอนด์ (GBP) จาก Uber

4

เลยรู้ตัวว่าโดนแฮคแล้ว ซึ่งตนจึงรีบโทรไปอายัดบัตรเครดิตทันที  ต่อมาทราบว่าแฮ็คเกอร์ ได้ใช้บัตรตนไปทั้งหมด 4 ครั้ง ค่าเรียก 3 ครั้ง  ค่าบริการราวๆ ครั้งละ 10 ปอนด์ (500 กว่าบาท)  แต่ SMS บัตรไม่แจ้งเพราะไม่ถึง 1,000 บาท และใช้อีก 1 ครั้ง จำนวน 52.25 ปอนด์ (ประมาณ 2,800 บาท) ยอดรวมที่โดนตัดบัตรไปทั้งหมดประมาณ 4,500 บาท

โดยตนขอเตือนคนที่ใช้ Uber อยู่ ให้ระมัดระวังกันด้วย  เพราะตนเคยสมัคร Uber ผ่าน app ของไอโฟน ต้องลงเลขบัตรเครดิตไว้ถึงจะสมัครได้ โดยไม่เคยใช้บริการเองเลยตนมองว่าเสี่ยงกับพวกมิจฉาชีพ/แฮ็คเกอร์มาก เพราะตัดบัตรโดยไม่ขอรหัส OTP ก่อน สมัครแล้วไม่สามารถลบ Account เองได้ด้วย ต้องแจ้ง Mail ให้กับ Uber ขอลบเท่านั้น

อย่างไรก็ตามเรื่องราวดักล่าวถือเป็นอุทาหรณ์ให้ชาวสังคมออนไลน์ในการระมัดระวังตัวในการกรอกข้อมูลทางการเงินลงบนแอปพลิเคชั่น เพราะทุกวันนี้มีอะไรที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นเยอะ หากพบสิ่งผิดปกติให้แจ้งอายัดบัตร หรือ แจ้งความทันที

ที่มา http://pantip.com/topic/33672062

ฝรั่งถือป้าย7วันหน้าโรงพัก หนุน ปฏิรูปตำรวจ

ฝรั่ง ยืนถือป้าย7วันหน้าโรงพัก หนุน ปฏิรูปตำรวจ 

บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Jessada LoveThailand ได้เผยแพร่ภาพชายชาวต่างชาติคนหนึ่งยืนถือป้ายสนับสนุสปฏิรูปตำรวจ โดยเจ้าของภาพเผยว่า ครบ 7 วันแล้ว ที่ชาวต่างชาติคนนี้ได้ยืนๆนั่งๆถือป้ายทางการเมือง หน้าสถานีตำรวจภูธร หางดง จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยข้อความว่า “สนับสนุนปฏิรูปตำรวจ” โดยไม่โดนข้อหาใดๆหรือโดนหิ้วไปปรับทัศนะคติ

7

ซึ่งชายฝรั่งคนดังกล่าวยืนถือมา ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตอนนี้ครบ 7 วันแล้ว  ซึ่งตนถือว่าได้บรรลุเป้าหมายแรก คือการพิสูจน์กับตัวเองว่านี่ไม่ใช่บ้านเมืองเถือนที่จะต้องใช้เพียงความรุนแรงเพื่อจะทำในสิ่งที่ต้องการ ตนได้พิสูจน์กับตัวเองว่าที่มีอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ระบอบเผด็จการที่จะปราบปรามทุกคนที่อยากแสดงความคิดเห็น หากแต่เพียงเรามีความคิดที่โปร่งใสบริสุทธิ์จริง และไม่ก้าวก่ายหรือก้าวร้าวก็ยังทำได้ทุกอย่าง

“คนเราทำอะไรต้องศึกษาและรู้จักเลื่อกทำ ไม่ใช่ทำด้วยอารมณ์ ส่วนใหญ่แล้วได้รับการต้อนรับที่ดี ตำรวจดีมีหลายคน ตำรวจไม่ดีก็มีอยู่ ตำรวจบางนายที่มีท่าทางก้าวร้าว เราก็คุยดีกลับไป เขาก็หาเรื่องทะเลาะไม่ได้ …สภาปฏิรูปแห่งชาติเขาทำดีหรือไม่ดี มีบุคคลากรที่จะปฏิรูปบ้านเมืองสำเหร็จเหรือไม่ผมไม่รู้ผมไม่พูด แต่เพียงแค่คำว่า “ปฏิรูปตำรวจ” ผมนิรู้สึกตาวิ้งๆขึ้นมาทันที …เอาละ ผมได้พิสูจน์กับตัวเองแล้ว เป้าหมายต่อไปคือการพิสูจน์กับคนไทยทั่วไป …ก่อนที่ผมจะยกระดับการสนับสนุนปฏิรูปตำรวจแบบเข้มข้นในท้ายสุด”

ขอบคุณภาพ จาก คุณ Jessada LoveThailand