เครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยงและภาคประชาชนร้อง ดีเอสไอ ทวงถามคดีความบริษัท ฟิลิปมอริส (ประเทศไทย) จำกัด เลี่ยงภาษี ทำให้รัฐบาลไทยเสียรายได้มากกว่า 6 หมื่นล้านบาท
วันนี้ 19 พ.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายคำรณ ชูเดชา ที่ปรึกษาเครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง กรุงเทพฯ พร้อมด้วยภาคประชาชนและเยาวชนประมาณ 30 คน เข้ายื่นหนังสือถึงนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อติดตามความคืบหน้า กรณีบริษัท ฟิลิปมอริส (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งราคา C.I.F. ของบุหรี่นำเข้าต่ำกว่ามูลค่าจริง ทำให้รัฐบาลไทยสูญเสียรายได้มากกว่า 68,000 ล้านบาท โดยดีเอสไอได้รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษตั้งแต่ปี 2549

โดยนายคำรณ กล่าวว่าได้ติดตามกรณีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผ่านมาเกือบ 10 ปี ดีเอสไอได้รับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ แต่ไม่มีความคืบหน้าของคดี อีกทั้งบริษัทดังกล่าว พยายามแทรกแซงการออก พรบ.ควบคุมยาสูบฉบับใหม่ของไทยอีกด้วย เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของตัวเอง
ด้าน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า การดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว ดีเอสไอได้รับไว้เป็นคดีพิเศษ 2 คดี คือ คดีที่ 1 มีแหล่งที่มาประเทศฟิลิปินส์ ซึ่งมีการสอบสวนเสร็จแล้วในปี 2552 อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้ฟ้อง โดยอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลแล้ว และคดีที่ 2 เป็นคดีที่มีแหล่งที่มาประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้ผลกระทบมีอยู่ 2 ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจที่เป็นการกล่าวหาในการเลี่ยงภาษี และผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน เพราะรัฐเองไม่ได้ส่งเสริมการสูบบุหรี่
ภายหลังการยื่นหนังสือต่อดีเอสไอ ทางกลุ่มเครือข่ายฯ ได้ทำกิจกรรมประณาม “ลงดาบทุนยาสูบข้ามชาติฉ้อ” และแถลงเรียกร้องให้บริษัท ยุติการแทรกแซง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบของไทย รวมทั้งขอให้ยุติการจัดตั้งกลุ่ม องค์กรหน้าฉากเคลื่อนไหวคัดค้านกฎหมายที่จะเป็นประโยชน์ต่อเด็ก เยาวชน และคุ้มครองสุขภาพประชาชนจากพิษภัยบุหรี่ เพียงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ธุรกิจ

MThai News
ขอบคุณภาพและข้อมูล ข่าวสด



