จากกรณีตรวจพบค่ายกักกันชาว “โรฮีนจา” บนเทือกเขาแก้ว ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา รวมถึงหลุมฝังศพอีกจำนวนมาก จนนำมาสู่การสืบสวนสอบสวนและขยายผล พร้อมกับการออกหมายจับกวาดล้างผู้ร่วม “ขบวนการค้ามนุษย์” ครั้งใหญ่ตามมาอีกหลายราย จากการสืบสวนพบว่า ผู้ร่วมขบวนการกระทำผิดครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น รวมไปถึงผู้มีอิทธิพลกว้างขวางในพื้นที่ภาคใต้
กระทั่งในวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา นายบรรณจง ปองผล หรือโกจง นายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาเบอร์หนึ่งของเครือข่ายค้ามนุษย์ในจ.สงขลา ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมให้การปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

แต่ด้วยพยานหลักฐานที่ตำรวจรวบรวมไว้ ทำให้เจ้าหน้าที่แจ้ง 4 ข้อหาหนัก ทั้งค้ามนุษย์ ช่วยเหลือพาต่างด้าวเข้าเมือง กักขังหน่วงเหนี่ยว และเรียกค่าไถ่ พร้อมติดตามจับกุม นายสุพจน์ หมื่นซิ่ว ผู้ต้องหาที่ถือเป็นกุญแจสำคัญเชื่อมโยงการฆาตกรรมชาวโรฮีนจา ในพื้นที่จ.สตูล และจ.สงขลา และถือคนสนิทของ “โกจง” โดยทำหน้าที่เป็นผู้คุม และลงมือฆ่าชาวโรฮีนจาที่ไม่ให้ความร่วมมือ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถขยายผลตรวจสอบพื้นที่ 5 เป้าหมายที่เชื่อมโยงกับโกจง และยึดบัญชีทางการเงิน อาวุธปืน ยานพาหนะ และเอกสารที่ดิน รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทไปทำการตรวจสอบ
พร้อมกับขยายผลสาวไส้ไปถึงขบวนการค้าโรฮีนจาในจ.สตูล ซึ่งมี นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือ “โกโต้ง” อดีตนายก อบจ.สตูล เป็นตัวการใหญ่ค้ามนุษย์ใน จ.สตูล เชื่อมโยงเครือข่ายทั้งในจ.สงขลาและจ.ระนอง พร้อมอนุมัติหมายจับทันที แต่โกโต้งไหวตัวทัน หลบหนีไปกบดานอยู่ที่เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย
ด้านตำรวจไทยไม่รอช้าเร่งแกะรอย “โกโต้ง” พร้อมติดต่อประสานทางการมาเลเซีย เพื่อให้ช่วยจับกุมตัวและส่งกลับมาดำเนินคดีโดยด่วน
จนล่าสุด วันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา “โกโต้ง” ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวสู้คดี หลังหนีมากบดานในไทยย่านรามอินทรา โดยเบื้องต้นโกโต้งยังปฏิเสธข้อหา พร้อมอ้างว่าไม่เคยรู้จักและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์รวมถึงจะขอชี้แจงข้อกล่าวหาระหว่างต่อสู้คดีในชั้นศาล

แม้ก่อนหน้านี้ ตำรวจยังล่าตัว “โกโต้ง” ไม่ได้ แต่ยังคงเดินหน้าบุกค้นเกาะปอ-ออ ซึ่งเป็นเกาะส่วนตัวของโกโต้ง ในจ.สตูล และจุดอื่นรวม 15 จุด เพื่อควานหาหลักฐานเชื่อมโยง พร้อมกับยึดทรัพย์มูลค่ากว่า 100 ล้าน ทั้งรถเบนซ์3 คัน รถยนต์ 2 คัน ปืน 2 กระบอก เครื่องกระสุน 17 นัด แผ่นป้ายประมูล 3 แผ่น รถจักรยานยนต์ โรงแรมขนาด 28 ห้อง 1 แห่ง เรือสปีดโบ๊ท1 ลำ และเรือประมงดัดแปลงใช้ขนผู้อพยพ 1 ลำ
“โกโต้ง” ถือเป็นหนึ่งในผู้ต้องหากว่า 70 คนที่ถูกออกหมายจับ เป็นผู้มีอิทธิพลกว้างขวางในภาคใต้ตอนล่าง ถึงขั้นได้รับการขนานนามว่า “เจ้าพ่ออันดามันใต้”
ส่วนต้นตระกูลของโกโต้ง บิดาชื่อ นายบรรจง อังโชติพันธุ์ หรือที่รู้จักในนาม “กำนันจง” ผู้กว้างขวางแห่งจ.สตูล มารดาคือ นางดารา อังโชติพันธุ์ ทายาทของ “โต๊ะคีรี” หรือ “แจคีรี” ผู้นำชาวเลมุสลิม ที่อพยพด้วยการแจวเรือมาจากจังหวัดอาเจ๊ะ ประเทศอินโดนีเซีย กระจายกันไปตั้งรกรากถึงเกาะลันตา จ.กระบี่ รวมถึงเกาะแก่งและบางส่วนของ จ.ภูเก็ต แต่ “โต๊ะคีรี” เลือกที่จะลงหลักปักฐานบน “เกาะหลีเป๊ะ” จ.สตูล เพราะบนเกาะมีความอุดมสมบูรณ์หลายด้าน
สำหรับตระกูล “อังโชติพันธุ์” นับว่ายิ่งใหญ่บนเกาะหลีเป๊ะเป็นอย่างมาก เพราะถือได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกเกาะหลีเป๊ะ และสืบเชื้อสายจาก “โต๊ะคีรี” ที่แต่งงานอยู่กินกับ นางแบอ๊ะ หาญทะเล ชาวเกาะลันตา จนมีทายาทสองคน หนึ่งในนั้นคือนางดารา มารดาของโกโต้ง และมีบุตรด้วยกันหลายคน จากนั้นทั้งสองร่วมกันหักร้างถางป่าจนมีที่ดินตกทอดถึงรุ่น “กำนันจง” จำนวนมาก
และตกทอดมาถึงรุ่น “โกโต้ง” จนปัจจุบันโกโต้งมีธุรกิจหลายด้าน ทั้งเรือประมง ธุรกิจท่องเที่ยวทั้งโรงแรมและรีสอร์ทหลายแห่งอยู่บนเกาะหลีเป๊ะ และประมูลเก็บรังนกนางแอ่น จนถูกขนานนามว่า “เจ้าพ่ออันดามันใต้”
ด้วยเหตุนี้ “โกโต้ง” จึงอาศัยความกว้างขวาง เข้าไปมีส่วนพัวพันกับการค้ามนุษย์ขบวนการใหญ่ที่ลักลอบค้าชาว “โรฮีนจา” มานานหลายปี เครือข่ายของโกโต้ง มีสมาชิก 29 คน แยกเครือข่ายย่อยอีก 5 กลุ่ม และมีแกนนำประจำกลุ่ม

เครือข่ายแรก มีนายอาบู ฮะอุรา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล เป็นแกนนำ ขณะนี้ถูกควบคุมตัวแล้ว โดยเครือข่ายนี้ดูแลพื้นที่ ต.วังประจัน อ.ควนโดน มีสมาชิก 4 คน
เครือข่ายที่ 2 มีนายอานัส หะยีมะแซ อุรา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล เป็นแกนนำ ถูกจับกุมแล้ว โดยเครือข่ายนี้ดูแลพื้นที่ ต.ตำมะลัง และ ต.ตันหยงโป อ.เมืองสตูล มีสมาชิก 5 คน โดยในจำนวนนี้มี นายสมยศ อังโชติพันธุ์ นักธุรกิจการท่องเที่ยวชื่อดัง และเป็นหลานชายของโกโต้ง ซึ่งถูกจับกุมแล้วเช่นกัน
เครือข่ายที่ 3 มีนายวุฒิ วุฒิประดิษฐ์ เป็นแกนนำ ดูแลพื้นที่ต.วังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล มีสมาชิก 6 คน
เครือข่ายที่ 4 แกนนำคือ นายมาเลย์ โต๊ะดิน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปูยู อ.เมืองสตูล ที่เดินทางเข้าเพิ่งมอบตัว ดูแลพื้นที่ต.ปูยู อ.เมืองสตูล มีสมาชิก 6 คน เป็นญาติพี่น้องกันทั้งหมด
และเครือข่ายที่ 5 นายโปเซี่ยอังโชติพันธุ์ หรือโกเซี่ย เป็นลูกพี่ลูกน้องโกโต้ง ดูแลพื้นที่อ.ท่าแพ จ.สตูล และมีสมาชิกทั้งหมด2 คน
ส่วนการทำงานของเครือข่ายจะมีทีมงานคอยรับชาว “โรฮีนจา” ที่ล่องเรือมาจากรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา แล้วพาขึ้นฝั่งจากนั้นเดินทางโดยใช้รถยนต์ส่งไปที่จ.สตูล แยกตามสายและพื้นที่รับผิดชอบ ก่อนส่งต่อไปยังสถานที่พักพิงชั่วคราวในต.ปาดังเบซาร์ โดยเฉพาะ “เทือกเขาแก้ว” ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง จ.สงขลา ยาวไปถึงจ.สตูล
โดยมีชาว “โรฮีนจา” บางรายที่ถูกขบวนการเหล่านี้ จับตัวมา “เรียกค่าไถ่” จากญาติ และหากไม่นำเงินมาให้ก็จะถูกทรมานหรือสังหาร
จาก…เจ้าพ่ออันดามันใต้ผู้ยิ่งใหญ่ วันนี้ “โกโต้ง” กลายเป็นผู้ต้องหารายสำคัญใน “ขบวนการค้ามนุษย์” ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว ซึ่งถือว่านี่อาจเป็นการปิดตำนาน เจ้าพ่ออันดามันใต้แห่งเกาะหลีเป๊ะเลยก็ว่าได้…ซึ่งล่าสุดถูกออกหมายจับข้อหา บุกรุกป่าในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา บริเวณเกาะหลีเป๊ะอีกจำนวน 8 คดี
แต่ความพยายามกวาดล้าง “ขบวนการค้ามนุษย์” ของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องเดินหน้าต่อไป เนื่องจากยังเหลือผู้ต้องหาอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังหลบหนีลอยนวล…
MThai News