แจ้งเลี่ยงจราจร ถ.จรัญสนิทวงศ์ขาออก 18-25 พ.ค.

แจ้งเลี่ยงการจราจร บริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์ขาออก ซอย 79-83 ระหว่าง วันที่ 18-25 พฤษภาคมนี้ เวลา 22.00-05.00 น. 

โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ (สัญญาที่ 3) จะดำเนินงานยกคานสถานีบางพลัด จึงมีความจำเป็นต้องเบี่ยงจราจร ถนนจรัญสนิทวงศ์ ขาออก บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 79 ถึง 83/1 ระหว่าง วันที่ 18 – 25 พฤษภาคม 2558 เวลา 22:00-05:00น. โดยขอให้ผู้ใช้เส้นทางวางแผนการเดินทางดังนี้

– กรณีที่มาจากแยกบางพลัด ต้องการไปสะพานพระราม 7 ให้เบี่ยงจราจรบริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 79 วิ่งตามทางที่จัดไว้ แล้วเบี่ยงออกบริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 83/1 เพื่อมุ่งหน้าสะพานพระราม 7

– กรณีที่มาจากสะพานพระราม 7 ต้องการไปแยกบางพลัด ใช้เส้นทางปกติ  หมายเหตุ ช่องทางการเดินรถ เหลือ 1 ช่องจราจร รถวิ่งสวนทาง

ทั้งนี้ ขอให้ผู้ใช้เส้นทาง โปรดหลีกการเดินทางบริเวณดังกล่าว รฟม. ขออภัยในความไม่สะดวก ณ โอกาสนี้ด้วย หากผู้ใช้เส้นทาง ไม่ได้รับความสะดวกหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ Call center 02-7164044 เวปไซต์ http://www.mrta-blueline.com

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ จส.100

MThai News

ส่อเค้าวุ่น! กรณีตั้ง รักษาการแทนหลวงพ่อคูณ- เร่งหาข้อยุติ

คณะกรรมการวัดบ้านไร่ไม่พอใจ กรณีแต่งตั้งรักษาการแทน หลวงพ่อคูณ ด้านลูกศิษย์เผยชาว ต.กุดพิมานตัดสินใจเรื่องทั้งหมด เตรียมประชุมหาข้อยุติหลังเสร็จงานเพื่อหาข้อยุติ

วันนี้ 18 พ.ค.จากกรณีแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ โดยแต่งตั้ง พระภาวนาประชานาถ (นุช รตนวิชโย) วิอายุ 66 ปี 22 พรรษา วิทยฐานะ น.ธ.โท วัดบ้านไร่ดำรงตำแหน่งรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ทำให้คณะกรรมการวัดบ้านไร่ และลูกศิษย์ต่างไม่พอใจ ซึ่งเตรียมประชุมหาข้อยุติหลังเสร็จงาน

ส่อวุ่นแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่

โดยพระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์ เจ้าคณะ อ.ด่านขุนทด เจ้าอาวาสวัดด่านใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เผยว่า จากกรณีดังกล่าว พระครูพีรเดชธำรง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะ ต.กุดพิมาน พร้อมด้วยชาวบ้านตำบลกุดพิมานได้ร่วมประชุมปรึกษาหารือ พร้อมสรุปว่าให้พระภาวนาประชานาถ (นุช รตนวิชโย) วิอายุ 66 ปี 22 พรรษา วิทยฐานะ น.ธ.โท วัดบ้านไร่ดำรงตำแหน่งรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ หากมีผู้คัดค้านหรืออย่างไรก็ตามก็ต้องยึดเสียงส่วนมากไว้ก่อน และหากอนาคตภายภาคหน้าพระภาวนาประชานาถ ประพฤติดีปฏิบัติดีก็อาจจะแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ต่อไป

ด้านนายธวัช เรืองหร่าย ไวยาวัจกรวัดบ้านไร่ กล่าวว่า ขณะนี้ทราบเรื่องการแต่งตั้งรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่แล้ว แต่ทำไมตนในฐานะไวยาวัจกรวัดจึงไม่ทราบเรื่องนี้ก่อนหน้า แต่ด้วยขณะนี้กำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมงานของหลวงพ่อคูณ เมื่อเสร็จสิ้นแล้วก็จะนัดประชุมคณะกรรมการวัดบ้านไร่โดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อหาข้อยุติต่าง ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้น และพร้อมจะทำตามคำสั่งเสียของหลวงพ่อคูณทุกประการ

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูล เดลินิวส์

งานเข้า ! ฐาปนีย์ ถูกจวก ‘ชักศึกเข้าบ้าน’

โลกออนไลน์วิจารณ์การนำเสนอข่าวของ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ชี้อาจเป็นการชักศึกเข้าบ้าน 

กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาและการช่วยเหลือชาวโรฮิงญา ซึ่งในส่วนของรัฐบาลไทยเองก็ได้ให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม

aaaaaaaaaaaaaa

เรื่องดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นที่ถกเถียงกันบนโซเชียลไม่จบไม่สิ้น เมื่อมีชาวสังคมออนไลน์บางส่วนแสดงความไม่พอใจ กับการรายงานข่าวปัญหาชาวโรฮิงญา ของผู้สื่อข่าวชื่อดัง ฐปณีย์ เอียดศรีไชย เนื่องจากเธอได้รายงานข่าวแบบเกาะติด พร้อมนำเสนอเรื่องราวที่สลดหดหู่ของกลุ่มผู้อพยพ จนถูกผู้คนวิจารณ์ว่า การที่เธอนำเสนอข่าวเช่นนี้เหมือนการชักศึกเข้าบ้าน

และอีกส่วนหนึ่งมองว่า ประเทศไทยไม่สมควรที่จะมาถูกกดดันเช่นนี้ การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องควรแก้ที่ประเทศต้นเรื่อง อีกทั้งทางรัฐบาลยังให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้อพยพเต็มที่แล้ว

ล่าสุด (17พ.ค.) เพจเฟซบุ๊กชื่อดังอย่าง Drama-addict ก็ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมานำเสนอ โดยมีการเปรียบเทียบกรณีที่นักข่าวสาวได้รายงานข่าวแรงงานทาสบนเรือประมงไทยที่หลายต่อหลายคนเอาใจช่วย แต่กรณีนี้มีแต่คนไม่เห็นด้วย

ซึ่งทางเพจได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า

กระแสด่าฐปณีย์ในโซเชี่ยลแรงจริงๆ ยิ่งเจ๊แกไปให้สัมภาษณ์สื่อนอกบอกว่า พวกเขาไม่ต้องการไปที่อื่น พวกเขาไม่รู้ว่าจะไปไหน ฉันแน่ใจว่าไม่ใช่ทุกคนที่อยากเดินทางต่อไป กระแสด่าเจ๊แกยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ เหมือนหนังคนละม้วนกับตอนที่เจ๊แกทำข่าวแรงงานทาสบนเรือประมงไทยเลย ตอนนั้นสังคมเข้าข้างเจ๊แกแล้วถล่มบิ๊กตู่ที่เรียกฐปณีย์ไปรายงานตัว

อย่างที่บอกในสเตตัสก่อนว่า มันเป็น dilemma ระหว่างความมั่นคงกับมนุษย์ธรรม ที่เจ๊แกพูดแบบนั้นในแง่มนุษย์ธรรมก็ไม่ผิดหรอก ปัญหาอยู่ที่ในฐานะสื่อมวลชน เจ๊แกเอาตัวเองเข้าไปมีอารมณ์ร่วมกับข่าวมากเกินไป จนเจ๊แกเกิดความเห็นในชาวโรฮิงญามาก และนำเสนอข่าวไปในทางชี้นำว่าเราควรรับชาวโรฮิงญาไว้ เราควรช่วยเขาให้ถึงทีสุด

แต่อย่างว่ามันเป็น dilemma หรือแปลเป็นไทยว่า ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เป็นสถานการณ์ที่เราเลือกได้อย่างยากลำบาก ไม่รู้จะเลือกทางไหนดี คนที่มีแนวคิดว่าการรับโรฮิงญาเข้ามา จะเป็นภัยต่อความมั่นคง เขาก็มีเหตุผลของเขา และเขาอาจจะเห็นว่า การนำเสนอข่าวแนวๆชี้นำให้เราต้องรับโรฮิงญาเข้ามา มันสุ่มเสี่ยงต่อปัญหาความมั่นคงในบ้านเรามากขึ้น

เจ๊ฐาปนีย์จะโดนคนที่ไม่เห็นด้วยรุมถล่มก็เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ตั้งแต่สกู๊ปแรกของข่าวสามมิติเรื่องโรฮิงญาแล้ว เมื่อคุณนำเสนอข่าวแบบดราม่าก็จะได้ดราม่ากลับมานั่นแล ผู้สื่อข่าวคนอื่นๆก็ควรดูเคสเจ๊ฐปณีย์เป็นตัวอย่างแล้วพิจารณาว่า เราควรจะขีดเส้นกั้นไม่ให้อารมณ์มีผลต่อการนำเสนอข่าวมากเกินไป หรือลงไปเล่นกับดราม่าให้เต็มที่แล้วรอเอ็นจอยกับดราม่าแบบเจ๊ฐปณีย์

เมื่อข้อความของทางเพจถูกเผยแพร่ ผู้คนต่างเข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อาทิ

“ลืมเรื่องจริยธรรมสื่อไปสินะ ว่าผู้สื่อข่าวไม่ควรใส่ความเห็นส่วนตัวลงไปในข่าวอ่ะ”

“รับมาแล้วดูแลแบบไหน ดูแลไม่ดีก็โดนด่า ดูแลดีก็ไม่ยอมไปไหน ไม่รับเลยก็โดนด่า ไหนๆจะโดนด่าแล้วก็ไม่ต้องไปรับไว้ดีกว่า มาจากไหนไปที่นั่นไม่ต้องผลักภาระให้ใคร”

“สุภาษิต ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน ช่างเหมาะสมกับหล่อนยิ่งนัก”

MThai News 

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ Drama-addict