ประชาชนแห่เช่าวัตถุมงคล หลวงพ่อคูณ ล้นหลาม

ภายหลังการมรณภาพของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ทำให้แผงเช่าพระเครื่องมีประชาชนแห่เช่าวัตถุมงคลอย่างล้นหลาม ในจังหวัดนครราชสีมา

วันนี้(17 พ.ค.58) หลังการมรณภาพของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ส่งผลให้แผงเช่าพระเครื่องในจังหวัดนครราชสีมาคึกคักอย่างมาก โดยเฉพาะที่บริเวณโรงแรมเมืองทอง ถนนจอมพล หลังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ซึ่งเป็นจุดตั้งแผงเช่าพระใหญ่ที่สุดในจังหวัด โดยเฉพาะเหรียญรุ่นเก่าๆเช่น รุ่น พ.ศ.2512, 2517 และ 2519 มีเซียนพระจากทั่วประเทศมาถามหาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นรุ่นยอดนิยม หายาก และมีราคาเช่าสูงตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้านบาท

หลวงพ่อคูณ,เช่าพระ,พระเครื่อง,มรณภาพ,นครราชสีมา

ประชาชนแห่เช่าวัตถุมงคล ‘หลวงพ่อคูณ’ ล้นหลาม

ด้านนางนรา สุรเมนทร์ เจ้าของแผงเช่าพระเปิด เผยว่า วัตถุมงคลของหลวงพ่อคูณมีการจัดสร้างกว่า 2,000 รุ่น มีทั้งรุ่นที่วัดบ้านไร่สร้างเองและวัดอื่นๆทั่วประเทศจัดสร้าง แต่รุ่นที่ได้รับความนิยมมากก็จะเป็นรุ่นเก่าๆที่วัดบ้านไร่สร้างขึ้นซึ่งตอนนี้หายาก ส่วนใหญ่จะถูกเซียนพระมาเหมาเก็บไว้เกือบหมดจึงเหลือเพียงรุ่นใหม่ๆเท่านั้น

ทั้งนี้ ร้านอัดกรอบพระก็มีประชาชนนำเหรียญและวัตถุมงคลของหลวงพ่อคูณมาสั่งอัดกรอบกันอย่างล้นหลาม นายสาธิต บุญประดิษฐ์ ช่างอัดกรอบพระ เผยว่า ปกติจะมีลูกค้ามาใช้บริการอัดกรอบพระวันละประมาณ 4-5 องค์ คิดองค์ละ100บาทแต่ช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา มีประชาชนนำวัตถุมงคลหลวงพ่อคูณมาให้อัดกรอบเพิ่มขึ้นถึงวันละ 20-30 องค์

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ TNN24

MThai News

ชูวิทย์จี้ใช้ ม.44 คุมค่ารักษาพยาบาล รพ.เอกชน ที่แพงเวอร์

‘ชูวิทย์’ แจง 5 ปม ค่ารักษาพยาบาล รพ.เอกชน ที่แพงมาก  เดิอดร้อนธรรมดา สะเทือนถึงคนรวย ถาม ระบบแพทย์มีไว้ทำอะไร จี้ รัฐ ใช้ ม.44 คุมเข้ม 

วันที่ 17 พ.ค.58 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ได้โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ I′m No.5 ถึงกรณีที่ภาคประชาชนเรียกร้องให้รัฐเข้ามาจัดการกับปัญหาค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนที่มีราคาแพงมาก โดยระบุว่า คุณเห็นด้วยหรือไม่ กับโรงพยาบาลเอกชนที่คิดค่ารักษาพยาบาลจนคุณจ่ายไม่ไหว?

ปีที่แล้วพ่อผมเสียชีวิต นอนอยู่โรงพยาบาลหนึ่งอาทิตย์ ผมจ่ายค่ารักษาพยาบาลล้านกว่าบาท บางคนคงบอกว่า ผมมีตังค์จะมาบ่นทำไม?

'ชูวิทย์' จี้ ใช้ ม.44 คุมค่ารักษาพยาบาล รพ.เอกชน ที่แพง

แต่เรื่องนี้ใครจะรู้ อาจเกิดขึ้นกับตัวคุณหรือคนที่คุณรักก็ได้ ต้นตอของค่ารักษาพยาบาลโอเวอร์จนคุณแทบอยากจะลาตาย คือ

1. “ระบบผูกขาด” โรงพยาบาลเอกชนทุกวันนี้ กลายเป็นธุรกิจผูกขาดเหมือนร้านสะดวกซื้อ หมอเจ้าของสายการบินใช้เงินในตลาดหลักทรัพย์ กลืนโรงพยาบาลเอกชนอยู่ในเครือเดียวกัน ทำให้ไม่มีการแข่งขัน เมื่อไม่เกิดการแข่งขัน ก็ขึ้นราคาได้ตามใจชอบ

2. “ระบบประกันสังคม” ผูกขาเราไว้กับโรงพยาบาลเอกชน เพราะโรงพยาบาลรัฐมีไม่เพียงพอ เมื่อไปโรงพยาบาลเอกชนก็แบ่ง ระหว่างผู้เอาประกันกับคนที่จ่ายเงินเต็ม ไม่มีโรงพยาบาลที่ไหนอยากได้ผู้ป่วยประกันสังคม เพราะรัฐจ่ายผลตอบแทนต่อหัวน้อย

3. “ระบบแพทย์” อาชีพหมอกลายเป็นธุรกิจ กว่าจะจบหมอมามันยากลำบาก เมื่อจบออกมาจึงเก็บอุดมการณ์หมอไว้ในลิ้นชัก ขอหาเงินก่อน

4. “ระบบประกันชีวิต” บริษัทประกันและโรงพยาบาลเอกชน ร่วมมือกันกำหนดราคาค่ารักษาพยาบาลกับเงื่อนไขและเบี้ยประกัน ทำให้คนธรรมดาไม่มีทางเลือก เมื่อไม่มีประกันก็ต้องจ่ายราคาเต็มที่แพงหูฉี่

5. “ระบบรัฐ” มีแต่ซ้ำเติม ไม่รู้ว่า “แพทยสภา” มีไว้ทำอะไร? กระทรวงสาธารณสุขและกรมการค้าภายใน บอกไม่มีกฎหมายควบคุมค่ารักษาพยาบาล เมื่อโรงพยาบาลรัฐไม่เพียงพอ กว่าจะได้เตียงก็ต้องนอน อยู่ข้างทางเดินจนไม่รู้อนาคต ส่วนโรงพยาบาลเอกชนก็หวานหมู ยืนกอดอกรอเหยื่อรายต่อไป

ถามจริงๆว่า ถ้าเป็นคนในครอบครัว เมื่อไม่มีทางเลือก ก็ต้องยอมจ่ายเงินให้โรงพยาบาลเอกชนที่ราคาแพงหูฉี่ใช่หรือไม่?

หากรัฐบาลอยากจะแสดงผลงาน ควรจะใช้ ม.44 ควบคุมค่ารักษาพยาบาลของ “นายทุนเข็มฉีดยาหน้าเลือด” ตามโรงพยาบาลเอกชนด้วย ประชาชนคนไทยเขาจะร้อง “อนุโมทนาสาธุ” อยากอยู่กี่ปีก็อยู่ไปเถอะ อยู่ตลอดชาติก็ยังได้

MThai News 

ไม่ต้องอวดรวย! งดรับแบงค์พัน ลั่นไม่ใช่ที่แตก

ร้านข้าวต้มในจังหวัดเพชรบุรี ขึ้นป้ายใหญ่โต เช้าๆ งดรับแบงค์พัน ลั่นไม่ใช่ที่แตกแบงค์

วันนี้ (17พ.ค.) ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อและวิพากษ์วิจารณ์ ภาพป้ายประกาศ ไม่รับแบงก์พัน เพราะที่นี่ไม่ใช่ธนาคาร ของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งภาพดังกล่าวถูกนำมาเผยแพร่โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก “ชื่อจริง นามสกุล”

จากการตรวจสอบพบว่า ร้านอาหารดังกล่าวเป็นร้านขายข้าวต้มในจังหวัดเพชรบุรี ทางร้านได้ขึ้นป้ายประกาศขนาดใหญ่ไว้หน้าร้านว่า “เช้า ๆ งดรับแบงค์ 1,000 ซื้อ 5 บาท 10 บาท แ_กห่_ให้แบงก์ 1,000 ที่นี่ไม่ใช่ธนาคาร ไม่ใช่ที่แตกแบงค์ ไม่รู้จะไปแตกที่ไหนแล้ว ไม่ต้องอวดรวย”

11281551_658234160975608_635200969_o

หลังภาพถูกเผยแพร่ผู้ที่ได้พบเห็นต่างวิพากษ์วิจารณ์ในมุมมองที่ต่างกัน บ้างก็มองว่าทางร้านควรเขียนป้ายหรือบอกลูกค้าดีๆ ไม่ใช่ขึ้นป้ายด่าเช่นนี้ คำพูดที่ใช้ก็รุนแรงเกินไป อาจทำให้คนไม่อยากเข้าไปใช้บริการร้านก็ได้ อีกทั้งหากเป็นคนค้าขายก็ควรเตรียมเงินทอนให้พร้อม ลูกค้าบางคนอาจไม่มีแบงก์ย่อยจริง ๆก็ได้

ขณะที่อีกส่วนหนึ่งกลับเห็นใจเจ้าของร้านโดยให้ความเห็นว่า ลูกค้าบางท่านซื้อของเพียงไม่กี่บาท แต่เลือกจ่ายแบงค์พัน เพื่อแลกเงินทำให้ร้านวุ่นวายต้องหาเงินทอน หากมีลูกค้าเช่นนี้หลายๆ คนทางร้านเตรียมแบงค์ย่อยเท่าไหร่ก็คงไม่พอเช่นกัน

MThai News 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ชื่อจริง นามสกุล