พล.อ.ชวลิต ยัน ไม่คิดรีเทิร์นนั่งนายกฯ

คนสนิทพล.อ. ชวลิต ยัน ไม่คิดรีเทิร์นนั่งนายกฯ แค่เสนอความเห็น

หลังจากเกิดเป็นที่วิพาษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ภายหลังมีการนำเสนอข่าวเชิงว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานวันคล้ายวันเกิดครบ 83 ปี เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา ว่า พร้อมกลับมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีอีกครั้งนั้น

ชวลิต ยงใจยุทธ, นายกรัฐมนตรี

ล่าสุดนายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวในฐานะคนสนิท พล.อ. ชวลิต ก็ได้ออกมาตอบโต้กระแสข่าวดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง พล.อ.ชวลิต ไม่ได้บอกว่าพร้อมเข้ามาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ขอให้สื่อไปแก้ข่าวให้ถูกต้องด้วย เพราะที่ พล.อ. ชวลิต แสดงความคิดเห็นก็เพียงให้คำแนะนำในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมืองและรับผิดชอบงานด้านความมั่นคงมาชั่วชีวิต จึงไม่สามารถละทิ้งบ้านเมืองได้

วันนั้น พล.อ.ชวลิต ได้ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวว่าพร้อมทำหน้าที่นายกฯ หรือไม่ ว่า หากหากถามถึงความพร้อม ใคร ๆ ก็พร้อม แต่วันนี้ไม่ว่าจะอยู่สถานะใดก็สามารถแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมืองได้ โดยขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกของตัวมันเอง ขณะเดียวกันยังได้ส่งกำลงใจให้คสช. เพื่อทำหน้าที่แก้ไขปัญหาบ้านเมืองให้เข้าสู่ความสงบเรียบร้อยโดยเร็วด้วย

ภาพจาก / เดลินิวส์

MThai News

ผบ.ทบ.ลงใต้ติดตามความคืบหน้า เหตุระเบิดยะลา

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ติดตามความคืบหน้าเหตุระเบิดยะลา รอสอบโยงการเมือง วอนประชาชนให้ความร่วมมือ

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก เผยว่า เพื่อติดตามสถานการณ์เหตุก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดยะลาเมื่อวันที่ 14 พ.ค.  มีความเป็นห่วงและฝากข้อคิดเห็นให้ในพื้นที่ด้วย ซึ่งแม้จะไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ยืนยันว่าจะเร่งแก้ไขปัญหา และตั้งใจอย่างเต็มที่ในการสร้างความสงบ

ระเบิด,ยะลา,การเมือง,ผบ,ทบ

ผบ.ทบ. ลงใต้ติดตามความคืบหน้า เหตุระเบิดยะลา

โดย มองว่าผู้ก่อเหตุต้องการที่จะแสดงยังมีศักยภาพ ส่วนปัจจัยที่ยังมีการก่อเหตุต่อเนื่องนั้น มีทั้งปัญหาอาชญากรรมแทรกซ้อนต่าง ๆ ปัญหาความเชื่อทางอุดมการณ์ และอาจรวมถึงปัญหาทางการเมืองที่อาจเกี่ยวโยงกัน  โดยกำลังรอสอบความชัดเจนในเรื่องนี้อยู่ อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนให้กำลังใจและให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานด้วย

MThai News

เส้นชัย นักปั่นจักรยาน เหยื่อ มัจจุราชสี่ล้อ?!

เส้นชัย นักปั่นจักรยาน เหยื่อ มัจจุราชสี่ล้อ?!

ก่อนหน้านี้หลายคนคงคุ้นชินกับข่าวสารอันน่าสลดใจของเหล่านักปั่นจักรยาน เริ่มจากกรณีนักปั่นรอบโลกที่ทำสถิติเคยไปปั่นจักรยานมาแล้วหลายประเทศ แต่ต้องมาจบชีวิตด้วยอุบัติเหตุในไทย

รวมทั้งข่าวนักปั่นในไทยเองต้องตกเป็นเหยื่อเคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์คล้ายคลึงกันต่อเนื่องบ่อยครั้ง จนประชาชนหลายคนต่างต้องอุทานว่า เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้ว?ซ้ำซาก จนทำให้คนรักการปั่นจักรยานทั้งหลายถึงกับขวัญผวา

สาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าวมีหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นคู่กรณีเมาแล้วขับ การหลับใน การคุยโทรศัพท์ขณะขับรถ ทั้งหมดล้วนเกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่

วันนี้หลายฝ่ายเริ่มตื่นตัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเหล่าคนรักการปั่นจักรยานเองได้ออกมาแสดงจุดยืน ขอให้หน่วยงานที่ดูแล รับผิดชอบ หามาตรการสร้างความปลอดภัยแก่นักปั่นจักรยาน การนัดรวมตัวกันก็หนึ่งวิธีที่นักปั่นจักรยานจำนวนมาก พร้อมใจแสดงความไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

ขณะเดียวกัน การขับขี่รถจักรยานบนท้องถนน ยังก่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ บางส่วนไม่เห็นด้วยกับการปั่นจักรยานบนถนนใหญ่ และบางส่วนได้ออกมาตอบโต้กรณีนี้ว่าเกิดขึ้นเพราะความประมาท ไม่มีวินัยและน้ำใจของรถใหญ่บนถนนเองที่ทำให้เกิดเรื่องราวน่าสลดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงแม้เหล่านักปั่นจะขับขี่ในเลนในสุดแล้วก็ตาม

ล่าสุดยังได้โพสต์ภาพ ร้านค้าตั้งร้านขวางเลนทางรถจักรยาน ทั้งๆที่มีป้ายของหน่วยงานติดชัดเจนว่าห้ามวางของขาย แต่ก็ยังตั้งร้านโดยไม่สนใจใยดีกับป้ายประกาศดังกล่าว ซึ่งนี่ก็อาจจะเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสียของนักปั่นในช่วงที่ผ่านมา

จากเหตุการณ์อุบัติเหตุรถยนต์ชนจักรยานในช่วงที่ผ่านมา กทม.จึงได้ออก 3 มาตรการ ดูแลความปลอดภัย สำหรับผู้ใช้จักรยานในพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบด้วย

1. ด้านกายภาพเส้นทางจักรยาน อาทิ ด้านวิศวกรรมจราจรเส้นทางจักรยาน เครื่องหมายสัญลักษณ์ต่างๆ และไฟฟ้าส่องแสงสว่าง โดยเส้นทางที่อยู่ในความรับผิดชอบของกทม. หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องดำเนินการเข้าไปปรับปรุงแก้ไขทันที หากเป็นเส้นทางที่อยู่นอกเหนืออำนาจของกทม. ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ

2. การแก้ไขปัญหาระยะยาว จะมีการกำหนดลักษณะจักรยานทีสามารถปั่นบนท้องถนนได้ โดยเบื้องต้นจักรยานที่ใช้จะต้องมีอุปกรณ์เสริมความปลอดภัย อาทิ ไฟกระพริบ

นอกจากนี้ ยังมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการขนส่งทางบก และกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อจัดทำใบขับขี่รถจักรยาน และกำหนดอายุที่สามารถใช้จักรยานบนถนนได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

3. ดำเนินการประชาสัมพันธ์เรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนกับผู้ขับขี่จักรยาน และผู้ใช้รถอื่นๆ เพื่อให้มีจิตสาธารณะในการขับขี่มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าหน่วยงานจะกำหนดมาตรการมากขึ้นเพียงใด หากประชาชนผู้ขับขี่บนท้องถนน ทั้งผู้ปั่นจักรยานเองยังไม่ปฎิบัติตามกฎการขับขี่ หรือใหญ่บนท้องถนนไม่มีน้ำใจ วินัยตามกฎจราจร ขับขี่ด้วยความประมาท ต่างปล่อยปละละเลยมาตรการเหล่านี้ ไม่รู้ว่านักปั่นจักรยานอีกกี่ราย คงจะต้องสังเวยให้กับรถยนต์ จนเป็นเหตุให้สลดอีกซ้ำซากไม่รู้จบ

MThai News