อุกอาจ! บุกเดี่ยวปล้นแบงค์ธนชาตเชียงใหม่

คนร้ายบุกเดี่ยวชิงเงินในธนาคารธนชาต สาขา ถ.นิมมานเหมินทร์ จ.เชียงใหม่ ได้เงินไปกว่า 1 แสนบาท ตร.เร่งตามภาพวงจรปิด ทั่วเมืองเชียงใหม่ เพื่อหาเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย

วันนี้ 15 พ.ค.เกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ในธนาคารธนชาต สาขา ถ.นิมมานเหมินทร์ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จากกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้าย ใช้รถจยย. ฮอนด้า ดรีม สีแดง ไม่มีป้ายทะเบียน สวมหมวกกันน็อกสีขาวเต็มใบ สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีขาว สูงประมาณ 170 ซม อายุประมาณ 35 ปี มีอาวุธปืนไม่ทราบขนาดและชนิด โดยใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 34 วินาที ได้เงินสดไป 129,000 บาท

โจรปล้นธนาคาร

จากการสอบสวนพนักงานธนาคาร อยู่เคาน์เตอร์ช่องที่ 1 และ 2 ได้ให้การว่า คนร้ายได้บุกเข้ามา และใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดมาจี้พวกโดยคนร้ายได้พูดว่า “มีเงินเท่าไหร่ ส่งมาให้หมด”สำเนียงภาษากลาง โดยขณะนั้นมีพนักงานอยู่ทั้งหมด 7 คน นอกเคาน์เตอร์ 3 คน และในเคาน์เตอร์ 4 คน ซึ่งคนร้ายได้เงินจากเคาน์เตอร์แรกเป็นเงิน 99,000 บาท และเคาน์เตอร์ที่ 2 จำนวน 30,000 บาท

คนร้ายบุกเดี่ยวปล้นเแบงค์ธนชาต จ.เชียงใหม่

คนร้ายบุกเดี่ยวปล้นแบงค์ธนชาต จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตร.ได้เช็คภาพจากกล้องวงจรปิดของ บก.ภ.จว.เชียงใหม่ พบผู้ต้องสงสัย ลักษณะคล้ายกับคนร้าย ใช้รถจยย.ขับขี่ออกไปบริเวณถนนสายโชตนา หน้าค่ายทหารขุนเณร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งได้ประสานตำรวจ สภ.แม่ริม ตรวจสอบ อย่างไรก็ตามทาง พล.ต.ต.ปชา ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนทั้งของสืบจังหวัดเชียงใหม่ สืบสวนภาค 5 และชุดสืบสวนตำรวจท้องที่ สภ.ใกล้เคียงทั้งหมดที่สภ.ภูพิงค์เชียงใหม่ เพื่อแบ่งงานสืบสวน ติดตามล่าตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

MThai News

ภาพ/ข้อมูล ข่าวสด

ระวังภัย! แก๊งปาหิน ถ.สายเชียงใหม่ อาละวาด

ตำรวจลงพื้นที่ตรวจเส้นทางถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง หลังผู้เสียหายแจ้งแก๊งปาหินซุ่มก่อเหตุ ทั้งนี้ยังไม่ระบุเป็นมีฝีมือคนหรืออุบัติเหตุ

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ Kittikun Prapin ได้โพสต์ข้อความเตือนภัยให้ผู้ขับขี่รถ จ.เชียงใหม่ ระวังแก๊งปาหิน ลอบก่อเหตุบริเวณถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง ส่งผลให้ชาวเชียงใหม่ต่างวิพากวิจารณ์กันอย่างล้นหลาม หลังการตรวจสอบพบว่าเกิดขึ้นจริง เป็นเหตุการณ์ที่เกิดตั้งแต่ 13 พ.ค.เวลา 20.00 น. ทั้งยังเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้วนั้น

แก๊งปาหิน,ถนน,ผู้ขับขี่,เชียงใหม่,ลำปาง

ระวังแก๊งปาหิน ถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง

โดยผู้เสียหายคือนายพิยะพัฒน์ ตั้งตระกูลกันธา อายุ 35 ปี ให้การว่า ตนขับรถตู้กลับจากทำธุระที่กรุงเทพฯมายังเชียงใหม่ ระหว่างขับผ่านถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง ผ่านอุโมงค์ลอดแยกหนองประทีป จู่ๆได้ยินเสียงของแข็งกระทบกระจกรถจนแตก ต่อมาหลานชายที่นั่งบริเวณเบาะด้านหน้าของรถ บอกว่ามีคนร้ายรูปร่างค่อนข้างใหญ่ยืนซุ่มอยู่บริเวณพุ่มไม้ตรงเกาะกลางถนนเอาก้อนหินปาเข้าใส่รถ

แก๊งปาหิน,ถนน,ผู้ขับขี่,เชียงใหม่,ลำปาง

ระวังแก๊งปาหิน ถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง

ล่าสุด วันนี้(15 พ.ค.) พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รองผบช.ภ. 5 เข้าไปสำรวจพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุบนถนนสายเชียงใหม่ – ลำปางใกล้กับอุโมงค์ทางลอดแยกหนองประทีป ต.หนองป่าครั่ง อ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมทั้งบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานในการประกอบคดี

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ฟันธงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์หรืออุบัติเหตุ ซึ่งในวันนี้มีการประสานหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้ง ซึ่งหากเกิดจากแก๊งปาหินเข้ามาก่อเหตุคาดว่าจะสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้แน่นอน เนื่องจากในละแวกที่เกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดจำนวนหลายตัว

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ dailynews

MThai News

ร้องบิ๊กตู่! จี้เอาผิดตร.กองปราบฉกเพชรของกลาง

นักธุรกิจสาวบุกทำเนียบร้องบิ๊กตู่ จี้สอบวินัยตร.กองปราบ ฉกเพชร-ทองคำของกลาง17 รายการ มูลค่า 6ล้าน นาน2ปี แฉส่งภาพฆ่าหั่นศพข่มขู่

วันที่ 15 พ.ค. น.ส.จีระพันธ์ จุลพันธ์ เจ้าของธุรกิจค้าขายเพชร-ทองคำ เขตภาษีเจริญ พร้อมครอบครัว เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ช่วยติดตามทวงถามเพชรและทองคำของตัวเองจำนวน 17 รายการมูลค่าประมาณ 6 ล้านบาท จากกองปราบปรามที่มีร.ต.ท.สมโชค ปานพิมพ์ พนักงานสอบสวนอายัดไว้ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.2556 ในคดียักยอกทรัพย์ จนขณะนี้ 2 ปีผ่านไป เพชรและทองคำจำนวนดังกล่าว ไม่มีการนำกลับเข้ามาสู่สำนวนคดีแต่อย่างใด

จี้เอาผิดตร.กองปราบฉกเพชร6ล้าน

บุกร้องบิ๊กตู่! จี้เอาผิดตร.กองปราบฉกเพชร6ล้าน

โดยน.ส.จีระพันธ์ เปิดเผยว่า ตนสงสัยพฤติกรรมของร.ต.ท.สมโชคที่อายัดเพชรไว้ ที่โรงจำนำแห่งหนึ่งย่านบางแค และตนก็ได้โต้แย้งสิทธิ์ว่า นี่คือเพชรของตนและขอให้นำเพชรไปไว้ในที่ที่ปลอดภัยกว่านี้ และยังพบด้วยว่า มีการปลอมแปลงลายเซ็นต์ตน ทำการไถ่ถอนเพชรออกมาบางส่วน โดยอ้างว่าเพื่อประกอบคดีและได้ตัดต้นขั้วตั๋วจำนำเพชร 17 รายการทิ้ง แต่มีการทำรายการสิ่งของเพียง 15 รายการเท่านั้น

จากนั้นมีการเปลี่ยนให้บุคคลนำเพชรที่ไถ่ถอนออกมากลับไปจำนำไว้คืน แล้วก็ปล่อยให้หลุดจำนำ จนมีการนำไปขายทอดตลาด นั่นเท่ากับว่าเพชรจำนวนดังกล่าว ไม่มีการนำกลับเข้ามาสู่สำนวนคดีแต่อย่างใด ทั้งนี้ได้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับร.ต.ท.สมโชค ซึ่งคดีอยู่ในชั้นศาลแล้ว และศาลได้รับคำร้องเพราะคดีมีมูล นอกจากนี้ ตนยังได้ร้องเรียนและติดตามเรื่องที่กองปราบปรามเป็นระยะ แต่ก็ถูกขอร้องว่าอย่าแจ้งความ

นอกจากนี้ ยังนายตำรวจคนดังกล่าวข่มขู่หลังจากได้ดำเนินคดี โดยส่งภาพการฆ่าหั่นศพมาหลายภาพมาในโทรศัพท์ผ่านไลน์ ทั้งนี้ ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ ช่วยติดตามเพชรจำนวน 17 รายการที่หายไป กลับเข้ามาสู่สำนวนการสอบสวนที่ตนถูกกล่าวหา และขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายตำรวจคนดังกล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด

MThai News