อ.เจษฎา ยัน ชายเปลือยทำเต้าหู้ คือภาพจริง

อาจารย์เจษฎายืนยัน ภาพชายเปลือยกายทำเต้าหู้ไข่คือภาพจริง แต่เป็นภาพตั้งแต่ 5 ปีก่อน คาดเกิดในอินโดนีเซีย

วันนี้ (29พ.ค.) กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังมีผู้นำภาพชายเปลือยกายกำลังยืนทำเต้าหู้ไข่มาโพสต์ลงโซเชียล เมื่อภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนที่ได้พบเห็นต่างพากันส่งต่อ พร้อมทั้งแสดงความเห็นว่า ไม่กล้าที่จะบริโภคเต้าหู้อีกแล้ว เพราะดูวิธีการทำมันไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่

ล่าสุด อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Jessada Denduangboripant” ถึงกรณีภาพชายเปลือยกายยืนทำเต้าหู้ไข่ ว่า ภาพชายยืนทำเต้าหู้ไข่ที่กำลังเผยแพร่ และถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่นั้นคือภาพจริง แต่ไม่ใช่ที่ประเทศไทย โดยเป็นภาพตั้งแต่ 5 ปีก่อน (น่าจะเกิดในอินโดนีเซีย)

11230977_641096879354283_5954312161437934751_n

MThai News

มติถอดยศ’ทักษิณ’ยันผิดชัด-นายก ย้ำถอนพาสปอร์ตหมด

มติคณะกรรมการถอดยศ “ทักษิณ” ยัน ผิดชัดเป็นนักโทษหนีคดี เตรียมชง ผบ.ตร. พิจารณา ยันไม่กลั่นแกล้ง ขณะที่ นายกฯ ย้ำ เพิกถอนพาสปอร์ต “ทักษิณ” ทั้งหมด

พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการถอดยศตำรวจ กล่าวถึงการดำเนินการพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดิน ถ.รัชดาภิเษก ซึ่งถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 2 ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนีคดี

โดยจากการพิจารณาของคณะกรรมการ เห็นว่า ในกรณีนี้เข้าเงื่อนไของค์ประกอบ ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2547 ข้อ 1(6) ที่ระบุว่า ผู้ต้องหาในคดีอาญาแล้วหลบหนีไป สำหรับผู้ที่มิได้อยู่ในราชการหรือหน่วยงานของรัฐ เท่านั้น

มติถอดยศ'ทักษิณ'ย้ำผิดชัด

โดยหลังจากที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ทำการตรวจสอบและพิจารณาการถอดยศของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพิ่มเติม เพราะในอดีตทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พิจารณาไปบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่ครบประเด็น ซึ่งจากการตรวจสอบของคณะกรรมการชุดนี้มีมติเห็นว่า

กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าเงื่อนไขระเบียบการถอดยศ ข้อ 1(6) ว่าด้วยการเป็นนักโทษหลบหนีคดี และยังมีหมายจับค้างเก่าของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งหมด 7 หมาย แต่ได้หมดอายุความ 2 หมาย เหลือเพียง 5 หมายที่ใช้สำหรับการพิจารณาครั้งนี้

ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ คณะกรรมการเตรียมที่จะเสนอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณาในวันนี้ หากพิจารณาเห็นชอบ ขั้นตอนต่อไปก็จะส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีต่อไป

ทั้งนี้ ที่ปรึกษา (สบ 10) ยืนยันว่าไม่ได้มีการกลั่นแกล้ง เพราะมีการพิจารณาอย่างรอบด้านและครบทุกมิติ ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น สามารถทำหนังสือชี้แจงได้ตามสิทธิ์

นายกฯย้ำเพิกถอนพาสปอร์ต’ทักษิณ’ ทั้งหมด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการถอนหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า กำลังตรวจสอบอยู่ว่ามีกี่เล่ม ซึ่งจะดำเนินการถอนพาสปอร์ตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งหมด

ประวิตรบอกฟ้องทักษิณถอดยศยึดกม.ปัดแกล้งแก้แค้น

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า การยื่นฟ้องคดีอาญา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวพาดพิงบุคคล หน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงสถาบันนั้น เป็นการดำเนินการตามกฎหมายซึ่งต้องว่ากันตามกระบวนการ โดยกรณีนี้ไม่ใช่คดีทางการเมือง

เนื่องจากทำให้เกิดความเสียหายกับฝ่ายที่ถูกพาดพิง ส่วนกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตั้งคณะกรรมการเพื่อถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ชี้แจงชัดเจนแล้ว ว่ามีประชาชนเข้ามาร้องเรียนถึงเรื่องดังกล่าว และทาง สตช. ได้จัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบ

ก่อนจะเสนอไปยังหน่วยงานด้านความมั่นคง และจะส่งต่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ใช่การแก้แค้นหรือกลั่นแกล้ง ซึ่งเป็นเรื่องของการปฏิบัติ

เปิดเซฟ‘อเล็กซ์’แม่ข่ายยูฟัน ยึดทองคำ 2.2 ลบ.

ตำรวจปคบ.บุกตรวจตู้เซฟธ.ธนชาตของ ‘อเล็กซ์’ แม่ข่ายระดับ 1 ‘ยูฟัน’ ยึดทองคำน้ำหนัก 115 บาท มูลค่ากว่า 2.2 ล้านบาท พร้อมโฉนดที่ดิน

วันที่ 29 พ.ค. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รองผู้บังคับการการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) นำกำลังตำรวจปคบ. พร้อมด้วยนายธานิน เกียรติเฉลิมคุณ พี่ชายของ นายวีรวิชญ์ จารุพัฒนไพศาล หรือ อเล็กซ์ ผู้ต้องหารายที่ 26 และแม่ข่ายระดับ 1 ของบริษัท ยูฟัน สโตร์ เดินทางไปตรวจยึดตู้นิรภัยที่ธนาคารธนชาต สาขานางเลิ้ง ที่นายอเล็กซ์ นำทรัพย์สินมาเก็บไว้

เปิดตู้เซฟ 'อเล็กซ์'

เปิดตู้เซฟ ‘อเล็กซ์’ ผู้ต้องหารายที่ 26 คดียูฟัน

จากการตรวจสอบ พบทองคำแท่ง 33 แท่ง น้ำหนักรวม 112 บาท สร้อยข้อมือ 2 บาท สร้อยคอ 1 บาท และโฉนดที่ดินจำนวนหนึง รวมมูลค่าทั้งสิ้น 2,242,500 บาท

โดยพี่ชายนายอเล็กซ์ ระบุว่าตู้นิรภัยดังกล่าวเปิดมานานกว่า 10 ปี เป็นที่เก็บทรัพย์สินของครอบครัว และเมื่อไม่นานมานี้นายอเล็กซ์ ได้นำทองคำมาฝากไว้ โดยอ้างว่าไม่สามารถหาเช่าตู้นิรภัยของธนาคารได้ จนกระทั่งทราบว่าน้องชายถูกออกหมายจับในคดียูฟัน จึงได้ประสานตำรวจเข้าตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าโฉนดที่พบบางส่วนเป็นของครอบครัวที่ซื้อไว้ตั้งแต่ก่อนที่นายอเล็กซ์จะทำธุรกิจยูฟัน และไม่เกี่ยวข้องกับคดี

ด้านพล.ต.ท.สุวิระ ระบุว่า จะกักตัวนายธานิน ไว้เป็นพยานสอบปากคำ เพราะได้ให้ความร่วมมือกับตำรวจเป็นอย่างดี ส่วนโฉนดที่ดินที่อยู่ในเซฟนั้น จากการตรวจสอบเป็นโฉนดที่ได้ก่อนที่จะกระทำความผิด ทั้งนี้ก่อนหน้านายอเล็กซ์ ถูกอายัดทรัพย์สินเป็นบ้านพักมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ส่วนตัวของนายอเล็กซ์ล่าสุดตำรวจพบข้อมูลว่ายังหลบหนีอยู่ในประเทศจีน

ขอบคุณภาพจาก เดลินิวส์

MThai News