แชร์ว่อน! ห้ามดื่มน้ำอัดลม หลังกินทุเรียน 8 ชม.

โลกออนไลน์แชร์ ข้อความเตือนห้ามดื่มน้ำอัดลม หลังกินทุเรียน 8 ชม. 

วันนี้ (14พ.ค.) การส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพหรืออาหารการกิน จะเป็นสิ่งที่ชาวสังคมออนไลน์ให้ความสนใจเป็นพิเศษเพราะมันเป็นเรื่องใกล้ตัว หากข้อมูลที่นำมาเผยแพร่เป็นความจริงก็จะเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้อ่าน แต่ถ้าข้อมูลนั้นถูกบิดเบือนไปจากความจริงก็จะสร้างความตื่นตระหนกไม่น้อยเช่นกัน

cats

ล่าสุดเป็นเรื่องที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ให้ความใจและพากันส่งต่อข้อความ ของเฟซบุ๊กชาวจีน ที่ระบุข้อความว่า ข้อความเตือนภัยห้ามกินทุเรียนกับน้ำอัดลม หลังจากมีหนุ่มชาวจีนวัย 28 ปีรายหนึ่ง ซึ่งเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยและได้รับประทานทุเรียนไปจำนวนมาก พร้อมทั้งดื่มน้ำอัดลมตามไปด้วย

แล้วเกิดความดันโลหิตสูงอย่างรวดเร็ว ทำให้ชายหนุ่มดังกล่าวหัวใจวายอย่างเฉียบพลัน พร้อมระบุว่าประเทศไทยได้ออกกฎไว้ว่า หลังจากทานทุเรียนจำนวนมากภายใน 8 ชม. ห้ามดื่มน้ำอัดลมเด็ดขาด

จากการตรวจสอบทำให้ทราบว่า ข้อความดังกล่าวถูกโพสต์ตั้งแต่ วันที่ 20 กรกฏาคม 2556 ซึ่งทางด้านหมอแมว เคยออกมาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าว ผ่านแฟนเพจ ความรู้สนุกๆแบบหมอแมว ไว้ว่า“ข้อความที่ส่งต่อกันว่า การกินทุเรียนกับน้ำอัดลม เท่ากับ พิษงูเห่า นั้นที่แท้เป็นเพียงแชร์มั่วๆ ของคนจีน ไม่เคยเห็นประกาศดังกล่าวแพร่หลายตามที่คนจีนอ้างเลย พร้อมทั้งหมอแมวได้ลองทานทุเรียน กับน้ำอัดลมแล้วยังไม่มีอะไรผิดปกติในร่างกายเลย”

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก แฟนเพจ ความรู้สนุกๆแบบหมอแมว

สุดทน!แม่ติดป้ายร้องทุกข์ ลูกถูกฆ่า2ปี คดีไม่คืบ

แม่ ขึ้นป้ายร้องทุกข์ ลูกสาววัย 14 ปี ถูกฆ่าข่มขืนเมื่อ 2 ปี คดีไม่คืบหน้า 

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ผู้ข่าวรายงานว่า พ่อแม่ของเด็กหญิงวัย 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอ ศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ที่ถูกฆ่าข่มขืนแล้วทิ้งศพในลำห้วยข้างบ้าน เมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา

ได้ตัดสินใจขึ้นป้ายเพื่อร้องขอความเป็นธรรมหน้าบ้านพัก ระบุข้อความว่า “คดีไม่คืบหน้า ฆ่าข่มขืนเด็กอายุ 14 ปีคนร้ายยังลอยนวล วอนขอความเป็นธรรม ใครก็ได้ช่วยที”

5C584E09552540929012D369AEDCB25A

แม่ของผู้เสียชีวิตได้ขึ้นป้ายดังกล่าว เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามเบาะแส จับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ในเร็ววัน เพราะเชื่อว่าคนร้ายเป็นคนในพื้นที่ ซึ่งทางครอบครัวเองก็ต้องอยู่กันอย่างหวาดระแวง เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายจะกลับมาทำร้าย

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2556 ผู้ตายได้ไปเล่นกับเพื่อนในหมู่บ้านและหายตัวไป ต่อมาชาวบ้านพบกลายเป็นศพลอยอืดบริเวณลำห้วย ห่างจากบ้านผู้ตาย ประมาณ 400 เมตร โดยปัจจุบันผ่านไปเกือบ 2 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้

แม่ของเด็กหญิง เปิดใจทั้งน้ำตาว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา หลังลูกสาวถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม ได้เข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมไปหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง ยอมรับไม่มีเงินที่จะไปวิ่งเต้นคดี

จนต้องตัดสินใจขึ้นป้ายติดฝาบ้านร้องทุกข์แทน เพราะทุกวันนี้อยู่ด้วยความหวาดผวา และอยากให้จับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้วิญญาณลูกสาวจะได้หมดห่วง

ทั้งนี้ นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือ ครูแก้ว อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับเรื่องไว้ เพื่อนำไปประสานงานกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง หาทางช่วยเหลือต่อไป

MThai News

ขอบคุณภาพจาก posttoday

เลื่อนสั่งฟ้อง ‘พลเมืองโต้กลับ’-จ่อจัดรำลึก รปห.

ศาลเลื่อนสั่งฟ้อง กลุ่มพลเมืองโต้กลับ เตรียมจัดกิจกรรมครบรอบ1ปี การรัฐประหาร 

วันที่ 14 พ.ค.58  ศาลได้มีคำสั่งเลื่อนนัดฟังคำสั่งไปเป็นวันที่ 4 มิ.ย.58 โดยให้นำพยาน4ปากที่เป็นนักวิชาการตามที่กลุ่มร้องขอมาสอบปากคำไปพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ภายในวันที่31พฤษภาคม โดยก่อนหน้านี้เคยแจ้งพนักงานสอบสวนไปแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการนัดสอบปากคำแต่อย่างใด

นายพันธ์ศักดิ์ เปิดเผยว่า ทางกลุ่มพลเมืองโต้กลับจะจัดกิจกรรมโอกาสครบรอบ1ปี การรัฐประหารวันที่22พ.คนี้ โดยขอให้ประชาชนติดตามคลิปวิดิโอและรายละเอียดกิจกรรมได้ในเพจเฟซบุ๊คของกลุ่ม
เบื้องต้นจะให้ประชาชนและกลุ่มนักศึกษาและผู้ได้รับผลกระทบตลอดจนผู้ที่สนใจ ร่วมกันยื่นฟ้องพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกเหล่าและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น รวมทั้งสิ้น 5คนในมาตรา113 ฐานกบฎ ซึ่งทางกลุ่มมองว่าตลอดปีที่ผ่านมาประเทศชาติมีความเสียหายอย่างมาก จึงเตรียมยื่นฟ้องที่ศาลยุติธรรม

กลุ่มพลเมืองโต้กลับ ขึ้นศาลทหาร เชื่อเป็นแค่เกมส์ยื้อเวลาห้ามประชาชนออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง 

ช่วงเช้า นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ หรือ “พ่อน้องเฌอ” ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการสลายการชุมนุมทางการเมือง เมื่อปี2553,พร้อมด้วย นายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน, นายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ คนขับแท็กซี่ และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักศึกษากลุ่มสภาหน้าโดม ม.ธรรมศาสตร์ ในนามกลุ่มพลเมืองโต้กลับ

กลุ่มพลเมืองโต้กลับ

เดินทางมายังศาลทหาร กรมพระธรรมนูญ เพื่อฟังคำสั่งอัยการฟ้องคดี ในข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่งประกาศ คสช. , จากการจัดกิจกรรม “เลือกตั้งที่(รัก)ลัก” หน้าหอศิลปวัฒนธรรมเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา กรณีนี้ทำให้ นายอานนท์ นำภา ถูกแจ้งข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อีกหนึ่งข้อหาเพิ่มเติม

นายพันธ์ศักดิ์กล่าวว่าวันนี้ทางศาลยังคงให้สอบปากคำพวกตนอีกครั้งและยังคงมีการสอบปากคำต่อไปอีกเรื่อยๆ ซึ่งตนมองว่ากรณีการเดินทางมาครั้งนี้ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ซึ่งคดีดังกล่าวเคยมีการแจ้งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ให้สอบปากคำพยาน 4ปากเพิ่มเติม

ซึ่งพยานทั้ง 4ยังไม่ได้รับจดหมายเชิญจากพนักงานสอบสวน เลยไม่ทราบว่าที่สอบกันหลายครั้งในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมานั้น คดีจะไปในทิศทางใด โดยคิดว่าคดีดังกล่าวใช้เวลานานเกินไป คงเพื่อประวิงเวลาในการ ยับยั้งไม่ให้มีประชาชนออกมาเรียกร้องหรือทำกิจกรรมทางการเมืองเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม กรณี ที่มีการยื่นฟ้องในชั้นพนักงานสอบสวนเมื่อ 16 มีนาคมที่ผ่านมานั้น ได้ มีการขออำนาจศาลฝากขัง ซึ่งได้ยื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลอนุมัติ เนื่องจากเห็นว่ามีที่อยู่หลักแหล่ง มีอาขีพสุจริต ไม่คิดหลบหนีจึงให้ประกัน และถ้าวันนี้มีการสั่งฟ้องเลยก็จะใช้หลักทรัพย์เท่าเดิมในการประกันตัว

MThai News