โลกสังคมออนไลน์ เป็นที่รู้กันดี มีความต่างจากสังคมที่แท้จริง ในยุคปัจจุบัน เครือข่ายอินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตปัจจุบันมากขึ้น ไม่ว่าจะเดินเหินไปไหน ทำอะไร สามารถรายงาน และรับรู้ได้ผ่านโลกโซเชียล
ด้านดีก็มีมาก แต่หากมองอีกด้าน เมื่อเอาฉากชีวิตไปโลดแล่นในสังคมออนไลน์มากเกินไป จะกลับกลายเป็นเป็นภาวะอาการของการติดโซเชียล เกิดความเหินห่างกับบุคคลภายนอก

พฤติกรรม ความต้องการการยอมรับในสังคมออนไลน์ เราจะเห็นได้จากคำชื่นชม การกดไลค์เป็นกำลังใจ หากมียอดกดไลค์น้อย จะทำให้รู้สึกด้อย ไม่เป็นที่สนใจ จึงมีความพยายามหาเรื่องราว ตกแต่งภาพ ถ่ายคลิปพฤติกรรมแปลกๆ มาเผยแพร่ในแวดวงเพื่อนฝูง
พักหลังเริ่มจะเห็นคลิปพฤติกรรมประหลาด อย่าง การยืนขับรถโชว์ การโชว์เกรียนแก้ผ้าในร้านสะดวกซื้อ การเต้นเปิดอก โชว์เป้า เต้าหก ทำท่าทางประหลาด เป็นต้น หากคลิปไหนได้รับการกดไลค์เป็นจำนวนมาก และมีการแชร์ส่งต่อกัน ทำให้บุคคลในคลิปเหล่านั้น เป็นที่ยอมรับไปโดยทันที

อาการหนัก ที่บ่งบอกถึงภาวะการติดโซเชียล คือพฤติกรรมกระหายยอดไลค์ พร้อมคำเอาใจจากคอมเม้น ตัวอย่างดังจะเห็นได้จากการโพสต์ภาพประกาศขอจำนวนไลค์
-ขอ100ไลค์ #จะไปเข้าฝัน
-ไลค์ครบ100 จะเปลี่ยนรูปโปรไฟล์
-ไลค์หน่อยนะ ไลค์มาไลค์กลับ แถมบอกทิ้งท้ายหากใครไม่กดไลค์ จะยกเลิกความเป็นเพื่อนกันไปเสียดื้อๆ
และลักษณะการแสดงความคิดเห็นก็จะผิดแปลกไปจากเดิม
-เม้นท์อะไรก็ได้ เดี๋ยวไปบอกรักหน้าวอลล์
-ใครไลค์โพสต์นี้จะไปบอกฝันดี
-หรือส่งคำขอความเป็นเพื่อนทั้งที่ไม่รู้จักกัน ระบุว่า หากไลค์รูป ไลค์สเตตัส จะไลค์กลับ ไม่เอาเปรียบแน่นอน
ข้อความลักษณะนี้มักพบเห็นในกลุ่มเด็กนักเรียน แม้ไม่มีอะไรแฝงอยู่ แต่ผู้ที่ได้พบเห็นบางคนคงเกิดคำถามขึ้นว่า ต้องการอะไรจากสังคม? สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ การสร้างเรื่องราว ก่อดราม่าเรียกไลค์ ทำร้ายตัวเอง กรีดแขนตัวเองประชดรัก สร้างเรื่องโกหก ทะเลาะกันเพื่อสร้างกระแส หรือแม้แต่การถ่ายรูปตัวเองขณะร้องไห้
ความนิยมในตัวดารา นักแสดง คนดังเน็ตไอดอลทั้งหลาย ก็มีอิทธิพลต่อการแสดงออกในโลกโซเชียล เมื่อเห็นว่า หน้าตาดี แต่งตัวน่ารัก จะมียอดกดไลค์จากแฟนคลับ หรือเอฟซีสูง สิ่งเหล่านี้กำลังนำไปสู่กระแสการประกาศหาแฟนคลับ หรือ “เอฟซี” ของตัวเองผ่านทางสังคมออนไลน์
แต่ละคนจะกำหนดเงื่อนไขต้องเป็นเพื่อนที่ดี ซื่อสัตย์ ตั้งอายุและต้องส่งของขวัญมาให้ หากใครส่งของขวัญจะได้รับยกย่องเป็นเพื่อนพิเศษ โดยผู้ที่ประกาศจะระบุชื่อ ตัวตนของตัวเองที่แท้จริงให้รับรู้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ หากเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว อาจเป็นอันตรายต่อตัวเองและคนรอบข้างได้
อย่างไรก็ตาม คนที่อยู่ในแวดวงสังคมโซเชียล ก็คงจะเข้าใจดี เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ที่ใครๆ ก็เป็น มากบ้างน้อยบ้าง ด้วยเหตุผลทางจิตวิทยาว่า ทุกคนย่อมต้องการแสดงตัวตน และต้องการการยอมรับ
เพียงแต่จะต้องใช้ให้ถูกทางและเป็นประโยชน์ อย่ายึดติดกับคำเชยชมบนโลกออนไลน์ หากแต่ลองใส่ใจบุคคลรอบข้าง สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ในชีวิตจริงให้มากขึ้น แบบนี้น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า
เพชรพิริยะ
MThai News
ขอบคุณภาพจาก theguardian.com