ตร.ออกหมายจับแก๊งค้ามนุษย์เพิ่มอีก 10 คน รวมเป็น 61 คน ล่าอีก 42 ขณะพบแคมป์กักกันโรฮิงญาใหญ่สุดบนเทือกเขาแก้ว
วันนี้ (12 พ.ค.) ความคืบหน้าการสืบสวนคลี่คลายคดีเครือข่ายค้ามนุษย์ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดนาทวี ออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษยทั้งใน จ.สงขลา และ จ.สตูล เพิ่มอีก 10 คน

หมายจับ! แก๊งค้า’โรฮิงญา’เพิ่มอีก10
จากเดิมที่ได้ออกหมายจับไปแล้ว 51 คน รวมผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับแล้วทั้งสิ้น 61 คน ควบคุมตัวได้แล้ว 19 คน เหลือที่ยังหลบหนี และเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามจับกุมอีก 42 คน โดยหนึ่งในนั้น คือ นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือ โกโต้ง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ที่ยังคงหลบหนี โดยมีรายงานล่าสุดแจ้งว่า โกโต้ง ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
นอกจากนี้ที่จ.สงขลา ทหารตำรวจและชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบแคมป์กักกันชาวโรฮีนจาแห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาแก้วชายแดนไทย-มาเลเซีย หมู่ 8 บ้านตะโล๊ะ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ห่างจากจุดที่พบแคมป์และสุสานฝังศพแห่งแรกประมาณ 3 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากหลักเขตรอยต่อระหว่าง จ.สงขลา กับ จ.สตูล ประมาณ 1 กิโลเมตร

แคมป์ชาวโรฮิงญาแห่งใหม่ ใหญ่สุดบนเขาแก้ว
จากการตรวจสอบพบว่าแคมป์แห่งนี้น่าจะเป็นแคมป์ใหญ่ที่สุดบนยอดเขาแก้วจุคนได้ราว 1,000 คน เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ ประกอบด้วย เรือนนอน 21 หลัง ห้องน้ำ 8 หลัง หอสังเกตการณ์ 2 หลัง โรงครัว 4 หลัง ซึ่งสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดถูกสร้างขึ้นอย่างดีด้วยไม้ และเป็นโรงเรือนยกพื้น หลังคามุงด้วยผ้ายาง เป็นลักษณะแคมป์ถาวร สภาพไม้ยังใหม่ถูกสร้างขึ้นมาไม่เกิน 1 ปี แตกต่างจากแคมป์ทั่วไปที่ปลูกสร้างบนดิน
นอกจากนี้ ยังพบข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้าอยู่ภายในแคมป์คาดว่าน่าจะเพิ่งเคลื่อนย้ายชาวโรฮิงญาข้ามแดนไปยังฝั่งมาเลเซียไม่นาน และน่าจะเป็นช่วงเดียวกันกับที่เจ้าหน้าที่ได้พบแคมป์และสุสานฝั่งศพชาวโรฮีนจา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานที่พบภายในแคมป์ไปตรวจพิสูจน์และเก็บดีเอ็นเอ เพื่อเป็นหลักฐานเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายค้ามนุษย์ และแคมป์แห่งนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นของเครือข่ายค้ามนุษย์กลุ่มเดียวกันกับที่พบในจุดแรกบนยอดเขาแก้ว และใช้เป็นศูนย์กักตัวชาวโรฮิงญาที่เดินทางมาจากสตูล เนื่องจากมีชายแดนติดกัน และนอกจากแคมป์แห่งนี้แล้วในบริเวณยอดเขาแก้วยังพบแคมป์ขนาดเล็กอีก 3 แห่งด้วยซึ่งอยู่ไม่ห่างกัน
MThai News