ญี่ปุ่นแผ่นดินไหว 6.8 แมกนิจูด ที่เกาะฮอนชู

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.8 แมกนิจูด ที่ เกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น ไร้เตือนสึนามิ

สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04.12 น. ตามเวลาในประเทศไทย ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวในทะเลขนาด 6.8 แมกนิจูด ความลึก 10 กิโลเมตร บริเวณฝั่งตะวันออกของเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งยังไม่มีรายงานการแจ้งเตือนสึนามิและความเสียหาย อีกทั้งไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

617869-01

หมายจับเพิ่มอีก10! แก๊งค้าโรฮิงญา-พบแคมป์ใหม่บนเขาแก้ว

ตร.ออกหมายจับแก๊งค้ามนุษย์เพิ่มอีก 10 คน รวมเป็น 61 คน ล่าอีก 42 ขณะพบแคมป์กักกันโรฮิงญาใหญ่สุดบนเทือกเขาแก้ว

วันนี้ (12 พ.ค.) ความคืบหน้าการสืบสวนคลี่คลายคดีเครือข่ายค้ามนุษย์ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดนาทวี ออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษยทั้งใน จ.สงขลา และ จ.สตูล เพิ่มอีก 10 คน

โรฮิงญา

หมายจับ! แก๊งค้า’โรฮิงญา’เพิ่มอีก10

จากเดิมที่ได้ออกหมายจับไปแล้ว 51 คน รวมผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับแล้วทั้งสิ้น 61 คน ควบคุมตัวได้แล้ว 19 คน เหลือที่ยังหลบหนี และเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามจับกุมอีก 42 คน โดยหนึ่งในนั้น คือ นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือ โกโต้ง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ที่ยังคงหลบหนี โดยมีรายงานล่าสุดแจ้งว่า โกโต้ง ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

นอกจากนี้ที่จ.สงขลา ทหารตำรวจและชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบแคมป์กักกันชาวโรฮีนจาแห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาแก้วชายแดนไทย-มาเลเซีย หมู่ 8 บ้านตะโล๊ะ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ห่างจากจุดที่พบแคมป์และสุสานฝังศพแห่งแรกประมาณ 3 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากหลักเขตรอยต่อระหว่าง จ.สงขลา กับ จ.สตูล ประมาณ 1 กิโลเมตร

แคมป์ชาวโรฮิงญา

แคมป์ชาวโรฮิงญาแห่งใหม่ ใหญ่สุดบนเขาแก้ว

จากการตรวจสอบพบว่าแคมป์แห่งนี้น่าจะเป็นแคมป์ใหญ่ที่สุดบนยอดเขาแก้วจุคนได้ราว 1,000 คน เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ ประกอบด้วย เรือนนอน 21 หลัง ห้องน้ำ 8 หลัง หอสังเกตการณ์ 2 หลัง โรงครัว 4 หลัง ซึ่งสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดถูกสร้างขึ้นอย่างดีด้วยไม้ และเป็นโรงเรือนยกพื้น หลังคามุงด้วยผ้ายาง เป็นลักษณะแคมป์ถาวร สภาพไม้ยังใหม่ถูกสร้างขึ้นมาไม่เกิน 1 ปี แตกต่างจากแคมป์ทั่วไปที่ปลูกสร้างบนดิน

นอกจากนี้ ยังพบข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้าอยู่ภายในแคมป์คาดว่าน่าจะเพิ่งเคลื่อนย้ายชาวโรฮิงญาข้ามแดนไปยังฝั่งมาเลเซียไม่นาน และน่าจะเป็นช่วงเดียวกันกับที่เจ้าหน้าที่ได้พบแคมป์และสุสานฝั่งศพชาวโรฮีนจา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานที่พบภายในแคมป์ไปตรวจพิสูจน์และเก็บดีเอ็นเอ เพื่อเป็นหลักฐานเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายค้ามนุษย์ และแคมป์แห่งนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นของเครือข่ายค้ามนุษย์กลุ่มเดียวกันกับที่พบในจุดแรกบนยอดเขาแก้ว และใช้เป็นศูนย์กักตัวชาวโรฮิงญาที่เดินทางมาจากสตูล เนื่องจากมีชายแดนติดกัน และนอกจากแคมป์แห่งนี้แล้วในบริเวณยอดเขาแก้วยังพบแคมป์ขนาดเล็กอีก 3 แห่งด้วยซึ่งอยู่ไม่ห่างกัน

MThai News

ไฟไหม้รง.น้ำหอมนครปฐม คุมเพลิงได้แล้ว

ไฟไหม้โรงงานผลิตน้ำหอมเมืองนครปฐม เปลวเพลิงโหมรุนแรง เสียงระเบิดดังสนั่น ล่าสุดคุมเพลิงได้แล้ว ไร้เจ็บ-ตาย ขณะยังประเมินความเสียหายไม่ได้

วันนี้ (12 พ.ค.) เมื่อช่วงค่ำที่ผ่าน ตำรวจสภ.สามพราน จ.นครปฐม ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อย่างรุนแรง ภายใน บริษัท ไบโอ-คอสแล็ป จำกัด เลขที่72/7 ม.1 ต.บางแก้วฟ้า อ.นครชัยศรี จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม และเจ้าหน้าที่ปภ.เทศบาลหลายแห่งนำรถดับเพลิงกว่า 40 คัน ระดมดับไฟอย่างเร่งด่วน

ไฟไหม้โรงงานน้ำหอมนครปฐม

ไฟไหม้โรงงานน้ำหอมนครปฐม

ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานผลิตน้ำหอม ซึ่งอาคารหลักเป็นสถานที่ผลิตน้ำหอม ได้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง มีการระเบิดดังสนั่นหลายครั้ง เนื่องจากภายในมีถังบรรจุแอลกอฮอล์และวัตถุไวไฟในการผลิตหัวน้ำหอม เปลวเพลิงที่ลุกไหม้สูงกว่า 4 เมตร เผาผลาญอาคารไปหลายส่วน

ซึ่งเพลิงได้ลุกไหม้ยาวนานกว่า 1.30 ชั่วโมง ยังไม่มีท่าทีว่าจะดับลงได้ และที่ชั้น 3 ของอาคารโรงงานได้มีเพลิงไหม้ลุกลามยากต่อการเข้าควบคุมเพลิง และมีเสียงปูนที่ได้รับความร้อนแตกเป็นระยะ และมีแนวโน้มจะถล่มลงมาเจ้าหน้าที่ จึงได้วางแผนในการดับเพลิงที่ยังลุกไหม้อย่างหนัก ด้วยความระมัดระวัง

เบื้องต้นทราบว่าอาคารดังกล่าวเป็นอาคารหลักในการผลิตน้ำหอมโดยภายในชั้น 1 มีห้องเก็บกระดาษเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เป็นเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดี โดยช่วงดังกล่าวได้มีคนงานกลับบ้านไปแล้วส่วนหนึ่ง และมีผู้พบว่าเกิดเปลวไฟในอาคารลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด คาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร หรือเกิดการติดไฟของสารตั้งต้นในการผลิตน้ำหอมประทุขึ้นมา เนื่องจากอากาศร้อนจัด โดยขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้

บริษัท ไบโอ-คอสแล็ป จำกัด

บริษัท ไบโอ-คอสแล็ป จำกัด

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. จนท.สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว อยู่ระหว่างระบายควัน โดยไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต

ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์  ‏@fm91trafficpro,TNN24

MThai News