เก๋งชนกระบะ สาวตายทั้งกลม-สามี ดับสยอง

รถยนต์เก๋งเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนน ชนกระบะที่ขับสวนมา ที่ถนนถนนสายบ้านแพ้ว – พระประโทน กม.4 จ.สมุทรสาครเป็นเหตุให้ 2 ผัวเมียดับคาที

วันที่ 12 พ.ค.เกิดอุบัติเหตุรถชนกันมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บนถนนสายบ้านแพ้ว – พระประโทน กิโลเมตรที่ 4 หมู่ที่ 11 ตำบลหลักสาม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ฝั่งมุ่งหน้าถนนพระราม 2 พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ แชมป์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 7ฐ 1394 กรุงเทพมหานคร พังยับเยินทั้งคัน

หลังตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตคือ น.ส.วนิดา อยู่ขำ อายุ 22 ปี สภาพคอหักติดอยู่ในรถ และทราบว่าผู้ตายกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ทำให้ทารกที่อยู่ในท้องเสียชีวิตด้วย ส่วนคนขับรถยนต์เป็นชายคือ นายสถาพร เฉลิมชัย อายุ 33 ปี เป็นสามีของน.ส.วนิดา ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบ้านแพ้ว 2 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สสด! เก๋งเสียหลักพุ่งชนกระบะ ดับ 2

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุรถเก๋งได้ขับมาฝั่งตรงข้ามเพื่อมุ่งหน้ากลับเข้าไปทาง อ.บ้านแพ้ว จากนั้นได้ยินเสียงรถเก๋งเบรกเสียงดัง จนหลายคนที่อยู่ริมถนนหันไปมอง ก่อนจะเห็นรถเก๋งลอยพุ่งข้ามเกาะกลางถนนมาอีกฝั่งหนึ่ง และเป็นจังหวะพอดีกับที่รถส่งน้ำดื่มขับมาทางตรง เป็นเหตุให้รถส่งน้ำดื่มชนรถยนต์เก๋งเข้าอย่างแรง จนรถยนต์เก๋งพลิกตลบ และทำให้มีผู้เสียชีวิตกับผู้บาดเจ็บ

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูล ข่าวสด

ร้อง! ยุบแพทยสภา หนุน ม.44 แก้ค่ารักษา รพ.แพง

เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ เข้ายื่นหนังสือ ผ่านรมว.สาธารณสุข สนับสนุน ‘ม.44′ ของรัฐบาล เรียกร้องให้ ยุบแพทยสภา พร้อมตั้งคณะกรรมการควบคุมราคาค่ารักษาพยาบาลโรงพยาบาลเอกชน

วันนี้ (12 พ.ค.) ที่ศูนย์บริการประชาชน เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี สนับสนุน ‘ม.44‘  ผ่านนพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุข เพื่อเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการควบคุมราคาโรงพยาบาลเอกชน หลังมีหลักฐานว่า โรงพยาบาลเอกชนคิดค่ายาและค่าบริการสูงเกินจริงจำนวนมาก ทั้งยังมีคดีความที่ระบุว่า โรงพยาบาลเอกชนโกงค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย

เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์

น.ส.ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมา เคยร้องเรียนไปยังแพทยสภา แต่มีผู้บริหารของโรงพยาบาลเอกชนร่วมเป็นคณะกรรมการแพทยสภาจำนวนมาก ส่งผลให้กระบวนการพิจารณาเพื่อความเป็นธรรมของผู้รักษาพยาบาลนั้นไม่เกิดขึ้นจริง

ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด เพื่อเป็นตัวประสานในการคุ้มครองสิทธิของผู้รักษาพยาบาล และให้นายกรัฐมนตรีใช้ มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญ ชั่วคราว ยุบคณะกรรมการแพทยสภาชุดปัจจุบันทั้งคณะ เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อน ทำให้ไม่เกิดการพัฒนาในวงการแพทย์ไทย

ด้าน นพ.รัชตะ กล่าวว่า รัฐบาลรับทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขกำลังดูแลและดำเนินการในเรื่องนี้ จึงต้องตรวจสอบในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล ซึ่งประกอบด้วยหลายส่วน อาทิ ค่ารักษา ค่าอุปกรณ์ ค่าห้อง โดยต้องมีการหาข้อมูลเพิ่มเติม และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิกระทรวงพาณิชย์ แพทยสภา สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น เข้ามาพุดคุยภายในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้

อย่างไรก็ตาม ทางสาธารณสุขจะขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้ามาพูดคุย ทั้งรพ.เอกชน และผู้เสียหาย เพื่อหาข้อสรุปให้เร็วที่สุด ส่วนการแสดงราคาค่าบริการทางการแพทย์ มีกฎหมายที่ระบุไว้ชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งทางกระทรวงจะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป

MThai News

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ…ข่าวสด

‘สุรพงษ์’ ชี้ ใช้คำ ‘โรฮิงยา’ ไม่ใช่ ‘โรฮีนจา’

เอาไงแน่! สุรพงษ์  ชี้ ควรใช้ โรฮิงยา แบบเดิม  ไม่ใช่ โรฮีนจา เพราะเป็นคำเก่าดั้งเดิม ใช้มานับสิบปี 

กรณีโฆษกกอ.รมน.อ้างอิงความเห็นของราชบัณฑิตยสถาน  ตั้งแต่ 31 ก.ค.56 ว่า สองคำนี้ ต้องใช้ว่า โรฮีนจา และเมียนมา และระบุว่า การใช้ว่า โรฮิงยาและเมียนมาร์ นั้นผิด ทำให้ผู้ใช้ภาษาไทยจำนวนมากกังวลว่า จำเป็นต้องใช้สองคำนี้อย่างไร และหากเขียนผิดจะมีความผิดอย่างไร

นายสุรพงษ์ กองจันทึก อนุกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ตามนโยบายภาษาแห่งชาติ นโยบายภาษาท้องถิ่นทั้งภาษาตระกูลไทและภาษาตระกูลอื่นๆ ราชบัณฑิตยสถาน ได้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า

หนุนใช้ โรฮิงยา ไม่ใช่ โรฮีนจา

หนุนใช้ โรฮิงยา ไม่ใช่ โรฮีนจา

กลุ่มคนโรฮิงยา เรียกตัวเองว่า โรฮิงยา เป็นชื่อดั้งเดิมของพวกเขา และออกสำเนียงเรียกตัวเองว่าโรฮิงยา ชาวต่างชาติจึงเรียกพวกเขาตามสำเนียงนั้น จากนั้นคนไทยก็เรียกพวกเขาตามทับศัพท์ภาษาอังกฤษ คำว่า “Rohingya” เป็น”โรฮิงยา” เนื่องจากในภาษาไทยเดิมไม่มีคำเรียกกลุ่มนี้โดยตรง และใช้กันมานานนับสิบปี จนกลายเป็นคำไทยคำหนึ่ง

ต่อมาราชบัณฑิตยสถานตอบข้อสงสัยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในเรื่องคำว่า โรฮิงยา โดยไม่เข้าใจวิวัฒนาการทางภาษาที่มีการใช้ทับศัพท์จากภาษาอังกฤษของคำนี้

จึงส่งเรื่องให้คณะกรรมการจัดทำหลักเกณฑ์การทับศัพท์ภาษาพม่าพิจารณา แทนที่จะเป็นคณะกรรมการจัดทำหลักเกณฑ์การทับศัพท์ภาษาอังกฤษพิจารณา ทำให้มีการบัญญัติคำศัพท์ขึ้นมา”ใหม่”ว่า “โรฮีนจา” ทั้งที่คำว่า โรฮิงยา เป็นคำเก่าดั้งเดิม

ขอบคุณภาพจาก mcot.net

MThai News