3โจ๋ ขนกระท่อมซิ่งแหกด่าน ยิง ตร.เจ็บ

แก๊งโจ๋สงขลาซิ่งกระบะขนใบกระท่อมฝ่าด่านตรวจสงขลา เปิดทางหนีผิด ยิงใส่ตำรวจเจ็บ 1 คนร้ายถูกยิงสกัดเจ็บ 1 เพื่อนร่วมแก๊งยังหลบหนีอีก 2 

วานนี้(28 พ.ค.) เมื่อเวลา 22.00 น. เกิดเหตุคนร้ายวัยรุ่น 3 คน ขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บม 7707 สงขลา ขับฝ่าด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 2 ด่าน เจ้าหน้าที่จึงวิทยุสกัดจับแต่ไม่เป็นผล

ซิ่งแหกด่าน

โจ๋ซิ่งกระบะขนใบกระท่อมแหกด่านตำรวจสงขลา

โดยคนร้ายพยายามขับรถหลบหนี ตั้งแต่พื้นที่ สภ.สะเดา จนมาถึงพื้นที่ สภ.คลองแงะ อ.สะเดา จ.สงขลา พร้อมใช้อาวุธปืน .38 ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเปิดทางหลบหนี กระสุนปืนถูก ร.ต.ท.อภิชัย รักล้วน รอง.สว.สส.สภ.คลองแงะ ที่เข้าเวรประจำด่าน ได้รับบาดเจ็บที่ขาซ้าย เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงยางรถยนต์ด้านหลังซ้าย แต่คนร้ายยังพยายามขับรถหลบหนีไปในพื้นที่ สภ.ทุ่งลุง จนมาถึงบริเวณป้อมบ้านผุ คนร้ายได้ทิ้งรถแล้ววิ่งหลบหนีเข้าสวนยางข้างทาง จำนวน 2 คน

ตำรวจจึงเข้าตรวจสอบรถคันเกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นชาย อายุ 19 ปี กระสุนเจาะศีรษะบาดเจ็บสาหัส รวมถึงพบอาวุธปืนจำนวน 1 กระบอก และใบกระท่อม จำนวน 147 มัด น้ำหนัก 22 กิโลกรัม ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ราย เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้ส่งชุดสนับสนุนปิดล้อมสวนยางดังกล่าว ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่เหลืออีก 2 รายแล้ว

ขอบคุณภาพจาก ข่าวสด

MThai News

‘ปณิธาน’ ย้ำ ยังไม่จำเป็นใช้ ม.44 แก้ปัญหาโรฮีนจา

“ปณิธาน” ย้ำยังไม่จำเป็นใช้ ม.44 แก้ปัญหาโรฮีนจา ก.ต่างประเทศยกเลิกพาสปอร์ต “ทักษิณ” เป็นไปตามขั้นตอน ไม่กระทบความมั่นคง

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงการประชุมแก้ไขปัญหาชาวโรฮีนจาที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมวันนี้ ว่า จะมีการหารือถึงหลักการปฏิบัติที่ตรงกันทุกประเทศ เรื่องของค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ

ไม่จำเป็นใช้ ม.44 แก้โรฮีนจา

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี

ซึ่งสำหรับไทยไม่ได้เป็นประเทศต้นทางหรือปลายทางจึงไม่ควรจะต้องรับภาระหนักมาก เชื่อว่านานาชาติจะเข้าใจและสนใจปัญหาของไทยมากขึ้น ส่วนเรื่องของสถานที่พักพึงนั้นทางนายกรัฐมนตรีได้แสดงจุดยืนไว้ชัดเจนแล้ว ว่าจะให้มีการจัดระเบียบสถานที่ควบคุมให้เหมาะสมมากขึ้น

แต่ไม่มีนโยบายรับผู้อพยพเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งเรื่องนี้คาดว่าจำเป็นจะต้องให้สหประชาชาติและองค์การระหว่างประเทศเข้ามาร่วมกำหนดกฎเกณฑ์กติกาที่เป็นสากล แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้เป็นปัญหากับประเทศไทย

ทั้งนี้ ในส่วนของการใช้มาตรา 44 เข้ามาแก้ไขปัญหานี้ ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็น เนื่องจากกฎหมายปกติยังสามารถแก้ไขปัญหาได้อยู่ แต่หากมีความจำเป็นก็จะต้องมีการพิจารณาเป็นช่วงเวลาไป

นอกจากนี้ รศ.ดร.ปณิธาน ยังกล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศยกเลิกพาสปอร์ต พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการดำเนินการ เพื่อให้บุคคลที่ต้องสงสัยกลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและไม่ก่อให้เกิดสถานการณ์ความขัดแย้งเพิ่มขึ้น เพราะจากการประเมินขณะนี้ถือว่าสถานการณ์เป็นปกติ

คอมมานโดบุกค้นบ้านไชยาอดีตรัฐมนตรีพาณิชย์

ตำรวจคอมมานโดบุกค้นบ้าน “ไชยา สะสมทรัพย์” อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ ยึดปืนกระสุน เสื้อเกาะ เร่งสอบโยงคดีอาชญากรรมในพื้นที่นครปฐม

พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บังคับการปราบปราม รักษาราชการแทนผู้บังคับการปราบปราม นำกำลังตำรวจกองปราบพร้อมหน่วยคอมมานโดกว่า 20 นาย บุกค้นบ้านพัก นายไชยา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพื้นที่อื่น ๆ รวม 13 จุด ใน จ.นครปฐม ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา

621391-01

จากการตรวจค้นเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืน และกระสุนปืนจำนวนมาก วิทยุสื่อสาร และเสื้อเกราะของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1 ตัว ได้นำไปตรวจสอบแล้วว่ามีไว้ในครอบครองโดยถูกกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้เชิญ นายไชยา มาพูดคุย แต่ยังไม่มีการควบคุมตัวหรือแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม สำหรับการตรวจค้นในครั้งนี้ สืบเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาเกิดคดีอาชญากรรมในพื้นที่ จ.นครปฐมหลายคดี มีการย้ายนายตำรวจไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปก.ตร. และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้กองบังคับการปราบปราม เข้ามาช่วยเร่งรัดคดีดังกล่าว

ส่วนการค้นบ้าน นายไชยา ครั้งนี้ เนื่องจากตำรวจมีข้อมูลว่ามีบุคคลใกล้ตัวของ นายไชยา มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้น ประกอบกับ นายไชยา เป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่และเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับอาวุธปืนรวมกว่า 20 คดี