พบ ‘โรฮีนจา’ ถูกลอยแพ 26 ชีวิต นาน14วัน

ปกครองหาดใหญ่ เข้าช่วยเหลือ 26 ชีวิต ชาว ‘โรฮิงญา‘ มีสภาพอิดโรย บนเทือกเขาแก้ว หลังถูกลอยแพ หลงป่านานถึง 14 วัน 

วันนี้ (11พ.ค.) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.หาดใหญ่และฝ่ายปกครอง ต.ฉลุง พบกลุ่มผู้อพยพ ชาว โรฮิงญา เพิ่มเติมอีก 26 คน ขณะเดินอยู่ในป่าสวนยาง บนเทือกเขาแก้ว เขตรอยต่อ อ.หาดใหญ่กับ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ทั้งหมดอยู่ในสภาพอิดโรย หลายคนมีบาดแผลที่เท้าและตามตัวจากการเดินป่า และมีเพียงเม็ดมะขามสำหรับดำรงชีพ

26โรฮิงญา

จากการสอบถามทราบว่า เป็นชาวโรฮิงญา ชาย17คน หญิง 9 คน มีเด็กชาย 6 คน และเด็กหญิง 3 คน เดินทางมาเป็นครอบครัว เพื่อข้ามแดนไปยังประเทศมาเลเซียแต่ถูกนายหน้าลอยแพ และหลงอยู่ในป่า 14 วันแล้ว

สำหรับในพื้นที่ อ.นาทวี มีพื้นที่ล่อแหลมต่อการนำไปใช้เป็นที่พักชั่วคราวมี 4 ตำบลคือ ต.ประกอบ คลองกวาง ทับช้างและ ต. คลองทราย เนื่องจากพื้นทีติดต่อกับ อ.สะเดาในเทือกเขาสันกาลาคีรีและประเทศมาเลเซีย มีการบูรณาการ 3 ฝ่ายลงพื้นที่ ค้นหาโรฮิงญาที่คาดว่าจะหนีจากพื้นที่ อ.สะเดาเข้ามา ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. และได้มีหนังสือถึงกำนัน ผู้ใหญ่ทุกพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมกับได้ขอความร่วมมือโต๊ะอีหม่านตรวจกุโบร์แต่ละแห่งว่าผิดปกติหรือไม่ด้วย จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานความผิดปกติ

MThai News

ขอบคุณข้อมูล/ภาพจาก..inn

ด่วน! ศาลฏีกาไม่รับ’ ‘คดีสาวซีวิค’ ชนรถตู้ดับ 9ศพ-ญาติเหยื่อร่ำไห้

ศาลไม่รับฎีกาคดีสาวซีวิคซิ่ง 9 ศพ ด้านครอบครัวผู้เสียชีวิตรับทั้งน้ำตา ที่ผ่านมาฝ่ายจำเลยไม่เคยเหลียวแล แม้แต่พูดคุยทักทาย

สาวซิวิค

ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ไม่รับฎีกาในคดีที่เยาวชนหญิงอายุ 18 ปี หรือ นางสาวแพรวา (นามสมมติ) ตกเป็นจำเลยในคดีความผิดฐานขับขี่รถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับอันตรายต่อร่างกายบาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินเสียหาย และใช้โทรศัพท์ขณะขับรถยนต์ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2553 ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 9 คน

โดยศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง มีคำสั่งให้ยืนตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ซึ่งพิพากษาจำคุกเยาวชนหญิงอายุ 18 ปี เป็นเวลา 2 ปี แต่แก้โทษให้เพิ่มเวลารอลงอาญาจาก 3 ปี เป็น 4 ปี เพิ่มเวลาบำเพ็ญประโยชน์เป็นปีละ 48 ชั่วโมง รวม 4 ปี และห้ามขับรถยนต์จนถึงอายุ 25 ปี

ด้านนางทองพูน พานทอง ญาติผู้เสียชีวิต ยอมรับในคำสั่งของศาล เพราะถือว่าเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมถึงที่สุดแล้ว และกล่าวทั้งน้ำตาว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ญาติผู้เสียชีวิตไม่เคยได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากฝ่ายจำเลย จึงต้องการให้ทางฝ่ายจำเลยเข้ามาช่วยเหลือตามสมควร หรือแม้แต่เข้ามาพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียหายบ้าง ส่วนคดีความฟ้องร้องทางแพ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับทีมทนายความ เพื่อให้คดีความทางแพ่งมีการนัดพิจารณาคดี โดยที่ผ่านมาคดีทางแพ่ง สืบพยานทั้งโจทก์และจำเลยแล้วเสร็จ

ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นัดฟังคำสั่งว่าจะรับฎีกา ในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางสาวแพรวพราว (นามสมมติ) เป็นจำเลยในความผิดฐานขับขี่รถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับอันตรายต่อร่างกายบาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินเสียหาย และใช้โทรศัพท์ขณะขับรถยนต์

ศาลพิจารณาคดีสาวซีวิค

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2553 ขณะนั้นจำเลยอายุ 17 ปี ขับรถยนต์ฮอนด้าซีวิค เฉี่ยวชนรถตู้โดยสารธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต -หมอชิต บนทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ กระทั่งคนขับรถตู้และผู้โดยสารเสียชีวิตรวม 9 ราย

ซึ่งคดีดังกล่าวศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไปแล้ว โดยพิพากษายืนจำคุก 2 ปี แต่แก้โทษให้เพิ่มเวลารอลงอาญาจาก 3 ปีเป็น 4 ปี เพิ่มเวลาบำเพ็ญประโยชน์เป็นปีละ 48 ชั่วโมง รวม 4 ปี และห้ามขับรถจนอายุ 25 ปี

อย่างไรก็ตามต้องรอว่า ศาลจะอนุญาตรับอุทธรณ์ในชั้นฎีกาหรือไม่ หากศาลไม่รับจะถือว่าคดีถึงที่สุด เป็นอันยุติ

โดยศาลอยู่ระหว่างพักการพิจารณา เพื่อรอคู่ความพร้อมและโจทก์ร่วมเดินทางมาศาล เพื่อฟังคำพิพากษา

ขอบคุณข้อมูล : มติชน 

MThai News

ไอเดียวกู๊ด! รถเมล์ คลายร้อน ด้วยพัดมือ

โลกออนไลน์ชื่นชม รถเมล์สาย 175 คิดสร้างสรรค์ คลายร้อนให้ผู้โดยสารด้วยพัดมือ

หากจะพูดถึงสภาพอากาศในบ้านเราเรียกได้ว่าร้อนกันสุดๆ ใครที่ต้องออกไปทำธุระหรือต้องเดินทางไปทำงานด้วยรถโดยสารสาธารณะที่ไม่มีแอร์ ก็คงต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนอบอ้าวแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก่อนหน้านี้ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ปีนี้ร้อนมากที่สุดในรอบ55ปี บางพื้นที่อาจมีอุณหภูมิสูงถึง 44 องศาเซลเซียส

01-3

และแม้จะอากาศร้อนเพียงใด แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้ใครหลายคนอดยิ้มไม่ได้ เพราะล่าสุดวันนี้(11 พ.ค.)แฟนเพจที่ใช้ชื่อว่า 9handy ได้โพสต์ภาพรถเมล์สาย 175 ที่มีบริการเสริมเพื่อเอาใจผู้โดยสาร ให้คลายร้อนด้วยการนำพัดมาติดไว้ที่ข้างเบาะให้กับผู้โดยสาร ทำให้ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างพากันชื่นชมและพูดถึงกันอย่างมาก และยังมีการแนะนำว่ารถเมล์สายอื่นๆ จะนำความคิดนี้ไปใช้ก็ไม่เสียหายอะไร

อย่างไรก็ตามแม้เรื่องดังกล่าวจะเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่ชาวสังคมออนไลน์ต่างมองว่า เจ้าของความคิดนี้เอาใจใส่ผู้โดยสาร และสมควรแล้วที่จะได้รับคำชื่นชม

MThai News

ขอบคุณภาพจาก 9handy