อุทาหรณ์ ร้านทองถูกเชิดทองสูญกว่า2ล้าน ด้วยเช็ค

ร้านทองชื่อดังโพธาราม จ.ราชบุรี ถูกหลอกเชิดทองคำแท่ง สูญเงินกว่า 2 ล้านบาท

นางสาวรพี ผาสุก อายุ 68 ปี เจ้าของร้านทองชื่อร้านทองพรพรรณ ตั้งอยู่ภายในตลาดเขตเทศบาลโพธาราม จังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้รับการติดต่อจาก นางอุไรวรรณ ทางโทรศัพ์ ตกลงซื้อขายทองคำแท่ง 12 แท่งเป็นเงิน 2,250,000 บาท โดยทางลูกค้าจะขอจ่ายเงินโดยการโอนเข้าบัญชีธนาคารทหารไทย

ถูกหลอกเชิดทองคำแท่ง

ถูกหลอกเชิดทองคำแท่ง

จากนั้นมีข้อความส่งเข้ามาทางโทรศัพท์มือถือว่ามีเงินเข้าบัญชี จำนวน 2,250,000 บาท จึงรีบนำสมุดธนาคารไปปรับที่ธนาคารก็พบว่ามียอดเงินดังกล่าวจริง ต่อมานางอุไรวรรณมอบหมายให้ญาติมารับทองจำนวนดังกล่าวไป พร้อมกับนำสำเนาใบฝากเงินและสำเนาเช็คธนาคารกรุงศรีมาให้

วันรุ่งขึ้นทางธนาคารทหารไทย สาขาบางขุนนนท์ โทรศัพท์มาแจ้งว่า เช็คที่เอามาเข้าบัญชีนั้นถูกอายัดขอให้มารับเช็คกลับไป จึงรีบนำสมุดธนาคารไปปรับอีกรอบก็พบว่า ไม่มีเงินดังกล่าวแล้ว เมื่อตรวจสอบพบว่า เช็คดังกล่าวของธนาคารกรุงศรีอยุธยา สั่งจ่ายชื่อ นายสมชาย อาศัยอยู่ที่จังหวัดยะลา

จากนั้นจึงเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ไพศาล ชูสิทธิสกุล ร้อยเวร สภ.โพธาราม และจะนัดผู้เสียหายเดินทางเข้าไปยังธนาคารทหารไทยสำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง พร้อมทั้งประสานงานนำชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามนำตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ได้สันนิษฐานว่ามีการทำกันเป็นขบวนการ ตั้งแต่มีผู้ติดต่อขอซื้อทอง และการโอนเงินเข้าบัญชีโดยการสั่งจ่ายเป็นเช็ค โดยการโอนเงินเข้าบัญชีและมี SMS แจ้งเตือนไปยังมือถือว่ามีการโอนเงินสำเร็จ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและมอบทรัพย์ให้

SMS แจ้งเตือนไปยังมือถือว่ามีการโอนเงินสำเร็จ

SMS แจ้งเตือนไปยังมือถือว่ามีการโอนเงินสำเร็จ

เมื่อนำสมุดธนาคารไปปรับพบว่ามียอดเงินเข้า

เมื่อนำสมุดธนาคารไปปรับพบว่ามียอดเงินเข้า

คนร้ายที่มารับทอง

คนร้ายที่มารับทอง

สุดทน ประกาศขายบ้าน 5 ล้าน หนีเพื่อนบ้าน?

สุดทน! ประกาศขายบ้าน5ล้าน หนีเพื่อนบ้านมาพังรั้ว

บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊ครายหนึ่งได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความประกาศขายบ้านหลังจากทนเพื่อนบ้านไม่ไหว

11041227_644108799055047_7416966405569797248_n

โดยเผยว่า การที่มีเพื่อนบ้านดีก็ดีไป มาปลูกบ้านอยู่ใกล้คนที่คิดจุกจิกทุกเรื่องก็ไม่ไหว อยู่มา5ปี ไม่เคยตอบโต้ ไม่เคยใช้กำลังสุดท้ายโดนกระทำ โดยเพื่อนบ้านมาพังรั้วต้นไม้ของบ้านตน ซึ่งได้แจ้งตำรวจมาจัดการ แล้วและเป็นเหตุผลที่ประกาศขายบ้าน โดยตนขอแนะชาวสังคมออนไลน์ว่าจะซื้อบ้านหรือจะปลูกบ้านขอให้ดูให้ดีเดี๋ยวจะเป็นแบบครอบครัวตน ซึ่งหลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ได้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ซึ่งเจ้าของภาพได้เข้ามาชี้แจงเพิ่มเติมว่า

” ขอบคุณ ทุกคอมเมนท์!!!ในแง่คิดดีๆติบ้างชมบ้างแล้วแต่ทัศนคติ รูปบ้านหลังนี้คือบ้านหลังที่โดนตัดรั้ว ตนเรียกตำรวจมาครับคุณตำรวจถามว่าตัดรั้วทำไม สิ่งที่เขาตอบตำรวจทำให้ตนจากโมโหทำให้เย็นลงเลย เขาตอบว่ามีมดเดินบนกำแพงเขา และก็บอกว่ามีจิ้งจกมากระโดดใส่เขาเวลาเขามาไขกุญแจรั้ว แล้วมันแอบที่ต้นไม้ เพื่อนบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ต่างหัวเราะ และตนก็ไม่ได้แต่งเรื่องเพราะมีเพื่อนบ้านมามุงดูเยอะมาก ตนขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคน ทุกคอมเมนท์จะเก็บเอาไปคิดและปรับปรุง”

ที่มา เฟซบุ๊ค คุณถนอม บุญเกิด‎

MThai News

ตัวแทน นร.แจงภาพ-วอนหยุด ดราม่ารับน้อง

ตัวแทนนร.วอนหยุดดราม่ารับน้อง ชี้แจงภาพสั่งหมอบ 

จากกรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ภาพรับน้องของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่ามีความไม่เหมาะสมจนเกิดมีการโต้เถียงระหว่างกลุ่มนักเรียน ศิษย์เก่าของโรงเรียนดังกล่าวกับชาวสังคมออนไลน์ ล่าสุดตัวแทนนักเรียนที่รับผิดชอบกิจกรรมดังกล่าวได้โพสต์ชี้แจงและวอนยุติดราม่านี้

11246362_822893807764343_1562956299900997738_n

โดยสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ Kittiphong Sukhonthapatipak ได้โพสต์ข้อความว่า ตนในนามคณะกรรมการนักเรียน และ ในนามหัวหน้างานต้องขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่นักเรียนได้ใช้วาจาที่ไม่เหมาะสมในการที่จะโต้ตอบกันในสื่อออนไลน์ใดๆก็ตาม และ เรื่องที่ได้นำเสนอภาพ หรือ ข้อมูลที่สร้างความสับสน และ เกิดปัญหาอย่างมากในขณะนี้

ในนามคณะกรรมการนักเรียน ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมรับน้อง อย่างสร้างสรรค์ สายสัมพันธ์น้องพี่ประจำปีนี้ ต้องกราบขอโทษทุกท่าน ที่ทางนักเรียนของพวกเราได้มีการตอบโต้ในสื่อออนไลน์ทั้งหมด ในการทำกิจกรรมครั้งนี้ ตนในนามหัวหน้างานจะขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ด้วยความประมาทในสิ่งต่างๆ เรื่องที่ได้นำเสนอภาพ หรือ ข้อมูลที่สร้างความสับสน และ เกิดปัญหาอย่างมากในขณะนี้

แต่จุดประสงค์หลักของงานในครั้งนี้ขอยืนยันว่า การจัดงานครั้งนี้คณะกรรมการนักเรียนได้ร่วมแรงร่วมใจในการจัดกิจกรรมมีการคัดเลือกพี่สตาฟในการรับน้องทุกคน ได้โปรดอย่าเหมารวมกิจกรรมของเราเป็นกิจกรรมเหมือนมหาวิทยาลัย แต่ต้องขออภัยสำหรับภาพที่ได้เผยแพร่ออกมาให้เด็กนอนคว่ำกลางแดดนั้นเปรียบเสมือนกฏที่พี่สตาฟได้บอกน้องเบื้องต้นในการจัดงานคือเรื่องการเคารพ เพราะได้ตลกลงว่าหากไม่เห็นครู หรือ พี่ไม่สวัสดีก็ให้หมอบ แต่ไม่ให้กลิ้งอะไรแต่อย่างใด เพราะเป็นห่วงถึงสุขภาพของน้องๆทุกคน ซึ่งได้ชี้แจงกฏให้น้องๆทราบ และน้องๆได้เต็มใจปฏิบัติเป็นอย่างดี

และในภาพแค่ให้สั่งหมอบไม่ถึง 1 นาที โดยที่ถามโรคประจำตัวก่อนทุกครั้ง ไม่ใช่หมอบแค่นักเรียนพี่สตาฟก็ถูกหมอบเช่นเดียวกัน การทำโทษทุกครั้งถึงภาพจะออกมารุนแรงแต่ในเหตุการณ์จริงไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิดเลยพี่ๆทุกคนต่างสอนน้อง ส่วนคำพูดคำจาเราไม่มีความประสงค์ที่จะพูดแบบหยาบคายมีแต่ให้น้องคิดเท่านั้น ด้วยคำพูดที่มีบ้างที่เสียงดังเป็นธรรมดา ก็ได้ขออภัยน้องในวันเสร็จงานแล้ว และ เด็ก ผู้ปกครองก็ประทับใจในงานนี้เป็นอย่างดี

ตนต้องกราบขอโทษในทุกข้อมูลที่สร้างความผิดพลาดและสร้างความสับสน แต่กระผใคร่ขอให้ผู้สื่อข้อมูลนำเสนอข้อมูลตามเจตคติอย่างแท้จริง ขอบพระคุณทุกคำติชมที่ทำให้พวกเราสามารถพัฒนากิจกรรมต่อไปได้ และขอร้องถึงท่านที่ได้นำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอมาทำสิ่งอันมิบังควรขอร้องให้ท่านยุติการกระทำนั้น ตนไม่ขอเรียกร้องใดๆ แต่อยากจะให้เข้าใจในผลสัมฤทธิ์ของกิจกรรมนั้นเป็นพอข้อมูลทั้งหลายได้เสนอมาอย่างเป็นจริง หากได้รับทราบโพสต์นี้แล้ว ขอให้หยุดกระแสนี้ ขอทุกฝ่ายหยุดการใช้คำไม่เหมาะสม สร้างความรักความสามัคคี และ ปฏิบัติหน้าที่ในการเป็นนักเรียนที่ดี และ พลโลกที่ดีต่อไป

MThai News