อุกอาจ! คนร้ายประกบยิงอดีตทหารพรานดับคาเก๋ง

2คนร้ายขี่จยย.ประกบยิงอดีตทหารพรานนราธิวาส กระสุนเจาะร่าง 4 นัดดับคาเก๋ง ตร.มุ่งปมสร้างสถานการณ์และขัดแย้งส่วนตัว

วันนี้(10 พ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. พนักงานสอบสวน สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส รับแจ้งคนร้ายก่อเหตุยิงอดีตทหารพรานเสียชีวิต ภายในรถยนต์เก๋งส่วนตัว บริเวณถนนสายยี่งอ-มะรือโบตก ม.8 บ.ตะละฆอสะโต ต.จอเบาะ อ.ยี่งอ จึงนำกำลังตำรวจทหารและฝ่ายปกครอง เดินทางเข้าตรวจสอบ

ยิงอดีตทหารพราน,นราธิวาส,ประกบยิง,ขี่จยย.ประกบยิง

คนร้ายขี่จยย.ประกบยิงอดีตทหารพรานนราธิวาส ดับคาเก๋ง

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนส์เทา ทะเบียน กค-3241 นราธิวาส จอดอยู่ริมถนนในสภาพถูกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ยิงที่บริเวณกระจกข้างคนขับแตกกระจาย นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ตกอยู่ริมถนนจำนวน 5 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ภายในรถพบผู้เสียชีวิตคือ นายมาหะมะสุกรี ยิดอซอ อายุ 40 ปี เป็นอดีตทหารพรานในพื้นที่ จ.นราธิวาส ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่บริเวณศรีษะและลำตัวรวม 4 นัด

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายมาหะมะสุกรี กำลังขับรถยนต์ส่วนตัวเดินทางกลับจากทำธุระในพื้นที่ อ.ยี่งอและกำลังจะกลับบ้านพัก เมื่อถึงที่เกิดเหตุคนร้ายจำนวน 2 คนขี่รถ จยย.ตามประกบ ก่อนเรียกให้นายมาหะมะสุกรีจอดรถก่อนที่คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายมาด้วยกัน จะใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่จนนายมาหะมะสุกรี จนเสียชีวิตคาที่นั่งคนขับ

ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ตั้งไว้ 2 ประเด็นคือ สถานการณ์ความไม่สงบและขัดแย้งส่วนตัว

ยิงอดีตทหารพราน,นราธิวาส,ประกบยิง,ขี่จยย.ประกบยิง

ขี่จยย.ประกบยิงอดีตทหารพรานนราธิวาส ดับคาเก๋ง

ขอบคุณภาพจาก กลุ่มสายตรงภาคสนาม

MThai News

ซึ้ง! สิ่งสุดท้าย ที่ลูกทำให้พ่อจากไปอย่างสงบ

โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวสุดซึ้ง กับสิ่งสุดท้าย ที่ลูกชายทำให้พ่อได้จากไปอย่างสงบ

วันนี้ (10พ.ค.) ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อภาพและข้อความ ของสมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ หมาน้อย กะ หมูอ้วน‎  โดยเขาได้โพสต์ เรื่องราวสุดซาบซึ้ง ที่ตัดสินใจบวชให้ผู้เป็นพ่อที่ป่วยหนัก จากนั้นท่านก็ได้จากไปอย่างสงบ เรื่องดังกล่าวได้สร้างความประทับใจให้ชาวสังคมออนไลน์อย่างมาก

18812_1507055526081779_4972014037566639555_n

โดยข้อความทั้งหมดระบุไว้ดังนี้

พ่อของผมทำงานราชการตำรวจ เริ่มแรกพ่อผมเป็่แค่เพียงความดันต่ำทั่วไป ซึ่งเป็นมาหลายปีแล้ว ท่านขอให้ผมบวชให้ท่านมาหลายครั้ง แต่ตัวผมมักจะยืดเวลาในการบวชออกไป เนื่องจากผมทำงานเป็นเชฟในร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยให้เหตุผลกับท่านว่า ตอนนั้นเชฟทางร้านกำลังขาดคน จึงไม่สามารถปลีกตัวไปบวชให้ท่านได้

แต่ก็รับปากกับท่านไว้ว่า จะบวชให้ท่านอย่างแน่นอน เพียงเวลาไม่กี่เดือน ก็มีโทรศัพท์มาถึงผม ว่าท่านเข้าโรงพยาบาลแล้ว ผมจึงรีบรุดไปที่ ร.พ. ดังกล่าวจึงทราบว่า ท่านมีโรคแทรกซ้อนคือ โรคเก๊า และไตไม่ฟอกเลือด โดยทราบภายหลังว่าท่านได้รับประทานยาตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นยาที่สกัดจากสาหร่ายทะเล เป็นเม็ดแคปซูล

โดยท่านทานติดต่อมาหลายปีแล้ว(พ่อผมเป็นริดสีดวงด้วย ท่านบอกทานตัวนี้แล้วหาย) แล้วสารเคมีในตัวยาไปสะสมอยู่ที่ไต จนไม่สามารถฟอกเลือดได้

เมื่อผมเห็นท่านที่ รพ. ตอนนั้นผมน้ำตาคลอเบ้าทันที เพราะปรกติท่านเป็นคนที่หุ่นสูงล่ำ ออกกำลังการสม่ำเสมอ แต่ ณ ตอนนั้นท่านผ่ายผอมจนผมแทบจำไม่ได้ ท่านยังคงบอกกับผมว่าอยากให้ผมบวช ณ เวลานั้นผมตัดสินใจลาออกจากงาน ดูแลท่านที่ รพ. พร้อมกับอ่านบทสวดอุปสมบทไปด้วย

จนกระทั่งผมวันที่ 23 มีนาคม เวลา ตี 5 ผมให้พ่อขิบผมให้ในขณะที่มือของท่านก้ไม่มีแรงที่จะจับกรรไกรด้วยซ้ำ ท่านพยายามขิบผมจนบาดใส่ใบบัวแล้วผมก็มุ่งหน้าสู่วัดเพื่ออุปสมบท ในตอนเช้าหลังจากห่มชุดนาค ผมกลับมาหาท่านเพื่อล้างเท้า คุณหมอบอกว่าท่านดีขึ้น 70% แล้ว อีกไม่นานก็กลับได้แล้ว

ผมจึงมีกำลังใจกลับวัดเพื่อห่มผ้าเหลือง แล้วกลับมาหาท่านอีกครั้ง เพื่อให้ท่านได้เห็นลูกชายเป็นพระดั่งที่ท่านต้องการ ท่านยิ้มให้ผมเพราะไม่สามารถพูดได้เนื่องจากใส่สายออกซิเจนทางปาก

แต่หลังจากที่ท่านเห็นผ้าเหลืองได้ไม่นานราวครึ่งชั่วโมง ความดันที่แสดงอยู่ในเครื่องวัด เหมือนนับเวลาถอยหลัง จาก 100 ก็ลดลงเรื่อยๆ 90 80 60 40 จนสุด่ท้ายท่านแน่นิ่ง หมอและพยาบาลช่วยกัน cpr สุดฤทธิ์ แต่ท่านก็ไม่อาจฝืนสังขารไว้ได้ จนจากผมไปไม่มีวันกลับ

ณ ตอนนั้นหัวใจผมแตกสลายแต่พยายามฝืนกลั้นน้ำตาเอาไว้ และได้บอกกับพ่อว่า “โยมพ่อ หลุดพ้นความทรมานแล้ว อาตมาได้บวชให้โยมพ่อตามที่ขอไว้แล้ว ไม่ต้องห่วงทางนี้ขอให้โยมพ่อไปสู่ภพที่มีความสุขนะครับ”  และภาพนี่คือ”ภาพคู่ภาพสุดท้ายของเราพ่อลูก” รักและคิดถึงพ่อเสมอและตลอดไป

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจากสมาชิกเฟซบุ๊ก หมาน้อย กะ หมูอ้วน‎

บ้านไฟไหม้ปริศนา 9วัน ไร้ไฟลุก-ตร.มึน เอาผิดใคร

บ้านไฟไหม้ปริศนาที่พัทลุง ผ่านมา 9 วัน ยังไร้ไฟลุก คนในบ้าน ยัน บริสุทธิ์ไม่ได้จุดไฟ ขณะ ตร.มึน ไม่รู้เอาผิดใคร ไร้หลักฐานชัดเจน 

วันที่ 10 พ.ค. 58 มีรายงานว่า บรรยากาศที่บ้านเลขที่ 144 ม.6 ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง กลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง หลังช่วงเดือนที่ผ่านคับคั่งไปด้วยผู้คนที่มาติดตามข้อเท็จจริงกรณีไฟลุกโดยไม่ทราบสาเหตุ ก่อนที่จะมีภาพปรากฏจากกล้องวงจรปิดและนักวิชาการ ยืนยันว่า สาเหตุเป็นคนจุดขึ้น และถึงขณะนี้เป็นเวลา 9 วันแล้วที่ไม่ปรากฏเหตุการณ์ไฟลุกอีก

ปริศนาไฟลุกบ้านพัทุลง, ไฟลุก, ไฟไหม้บ้านพัทลุง ไฟไหม้ปริศนา

นายล้อม ศักด์หวาน เจ้าของบ้าน และนายกิตติยา ศักดิ์หวาน ลูกชาย ทั้งสอง กล่าวว่า รู้สึกเครียดกับการนำเสนอข่าวของบางสถานีที่ระบุว่าคนในบ้านเป็นคนทำขึ้นเอง ซึ่งไม่เป็น ความจริง และยืนยันว่าครอบครัวบริสุทธิ์

ขณะที่นางวันทนา สิงห์เรือง ลูกสะใภ้ ที่ถูกกล่าวหาเป็นคนจุดไฟ เพราะมีปัญหาทางจิต ยืนยัน ไม่เป็นความจริง ภาพในวงจรปิดตนกำลังจัดหมอนให้ลูก ไม่ได้จุด ไฟ และสุขภาพจิตปกติ ไม่ได้มีอาการป่วย

ปริศนาไฟลุกบ้านพัทุลง, ไฟลุก, ไฟไหม้บ้านพัทลุง ไฟไหม้ปริศนา

พล.ต.อ.เคียงศักดิ์ วรรณบูลย์ ผกก.สภ.ตะโหมด กล่าวว่า ยังไม่ได้ดำเนินคดีเอาผิดกับใคร เพราะไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน และเจ้าของบ้านเองก็เป็นผู้เสียหายด้วย แม้จะมีการตัดสินจากสังคมบางส่วน ที่เชื่อว่าเหตุไฟลุกไหม้เกิดจากคนจุด แต่เจ้าของบ้านยังคงมั่นใจในความบริสุทธิ์ และไม่มั่นใจว่าจะเกิดไฟลุกขึ้นอีกหรือไม่

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สำนักข่าวไทย

MThai News