งัด ม.44 ออกคำสั่ง ‘ปานเทพ’ นั่งตำแหน่งต่อ

บิ๊กตู่ ใช้ม.44ออกคำสั่ง2ฉบับ ให้”ปานเทพ”อยู่ในตำแหน่งต่อ-กำหนดการสรรหาใหม่

คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๒/๒๕๕๘

เรื่อง ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติอยู่ในตําแหน่งต่อไป

ตามที่ได้มีประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ ๑๙ ลงวันที่ ๒๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ แต่งตั้งประธานกรรมการ และกรรมการในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป นั้น

บัดนี้ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งได้รับแต่งตั้งโดยประกาศฉบับดังกล่าว กําลังจะพ้นจากตําแหน่งในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เนื่องจากอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ ในขณะที่กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติอีก ๔ คน ได้แก่ นายประสาท พงษ์ศิวาภัย นายภักดี โพธิศิริ นายวิชา มหาคุณ และนายวิชัย วิวิตเสวี ซึ่งได้รับแต่งตั้งโดยประกาศฉบับเดียวกัน ยังคงอยู่ในตําแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระ ๙ ปี ในวันที่ ๒๑ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๕๘

ดังนั้น เพื่อมิให้ต้องดําเนินการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ๒ ครั้ง ในเวลาใกล้เคียงกัน อันจะเป็นการสร้างภาระแก่ผู้สนใจสมัครเข้ารับการสรรหาและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย อีกทั้งจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณของประเทศโดยไม่จําเป็น จึงเห็นสมควรให้ดําเนินการสรรหาบุคคล แทนตําแหน่งที่ว่างไปในคราวเดียวกัน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปประเทศและการปฏิรูปองค์กร ตามรัฐธรรมนูญ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่งให้ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ดํารงตําแหน่งประธานกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติต่อไปจนถึงวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘

คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๓/๒๕๕๘

เรื่อง การสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ตามที่ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๔๘/๒๕๕๗ เรื่อง การสรรหาบุคคล เพื่อดํารงตําแหน่งแทนตําแหน่งที่ว่าง ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ กําหนดว่า ในกรณีที่มีความจําเป็นต้องสรรหาผู้ดํารงตําแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกต้ัง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แทนตําแหน่งที่ว่าง ให้ดําเนินการสรรหาผู้ดํารงตําแหน่งดังกล่าวตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เคย ดําเนินการสรรหามาแล้วตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และหากในการ สรรหาดังกล่าวไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งใด ซึ่งเป็นตําแหน่งที่ต้องมีในคณะกรรมการสรรหาด้วย ให้คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ นั้น

โดยที่มาตรา ๒๔๖ วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้กําหนดให้มีคณะกรรมการสรรหาจํานวนห้าคน ประกอบด้วยประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แต่ปรากฏว่าในปัจจุบันไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประกอบกับประธาน ศาลปกครองสูงสุดก็ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เนื่องจากอยู่ระหว่างการถูกพักราชการตามมติคณะกรรมการ ตุลาการศาลปกครอง คงมีแต่ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๖ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ดังนั้น เพื่อให้กระบวนการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติเป็นไปด้วยความละเอียดรอบคอบ จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของ คณะกรรมการสรรหาโดยการเพิ่มผู้แทนจากฝ่ายบริหาร เพื่อให้คณะกรรมการสรรหามีองค์ประกอบ ที่มีความหลากหลายและได้สมดุล โดยมีที่มาจากอํานาจทั้งสามฝ่าย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปประเทศ และการปฏิรูปองค์กรตามรัฐธรรมนูญ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่งให้คณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต ประกอบด้วยประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองนายกรัฐมนตรี ที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่มา 

MThai News

ด่วน! ฮ.กองทัพปากีฯตก ทูตนอร์เวย์-ฟิลิปปินส์ดับ

เกิดเหตุ เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพปากีสถานตกบริเวณตอนเหนือของประเทศ  มีผู้เสียชีวิต 6 ราย รวมถึงทูตชาวนอร์เวย์และชาวฟิลิปปินส์

วันที่ 8 พ.ค.58 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์กองทัพปากีสถานตก ส่งผลให้ลูกเรือ 6 คนเสียชีวิต ในจำนวนดังกล่าวมีทูตฟิลิปปินส์และทูตนอร์เวย์ด้วย

ฮ.ปากีตก, ฮ.ปากีสถานตก, เฮลิคอปเตอร์กองทัพปากีสถานตก, , ฮ.ตก, เฮลิคอปเตอร์ตก

ขณะที่ กองทัพปากีสถานรายงาน เหตุดังกล่าว เป็นเฮลิคอปเตอร์กองทัพ รุ่นเอ็มไอ – 17 ตกลงใส่โรงเรียนแห่งหนึ่งและเกิดเพลิงลุกไหม้ ขณะอยู่ระหว่างขนส่งผู้โดยสารและลูกเรือรวม 17 คน ไปปฏิบัติภารกิจทางตอนเหนือ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน ในจำนวนดังกล่าวเป็นเอกอัครราชทูตนอร์เวย์และฟิลิปปินส์ พร้อมยังมีผู้บาดเจ็บอีกหลายคน ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ 11 คน ที่เหลือเป็นชาวปากีสถาน

ด้าน นายอาซิม บัชวา โฆษกกองทัพปากีสถานทวิตข้อความ เผย ผู้เสียชีวิตนอกจากเอกอัครราชทูตนอร์เวย์และฟิลิปปินส์นั้น ได้แก่นักบิน 2 นาย และภริยาเอกอัครราชทูตมาเลเซียและอินโดนีเซีย ด้านเอกอัครราชทูตโปแลนด์และเนเธอร์แลนด์อยู่ในกลุ่มผู้บาดเจ็บ

ส่วน นายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ซึ่งเดินทางโดยเครื่องบินอีกลำเพื่อร่วมปฏิบัติภารกิจในภาคเหนือนั้น ได้เดินทางกลับกรุงอิสลามาบัดแล้ว

ที่มา  BBC / matichon

MThai News

เอาจริงๆ! ทุกวันนี้ ละคร ชี้นำ หรือ สะท้อนสังคม

ว่าด้วยเนื้อหาละครไทยยังคงเป็นเรื่องที่ผู้คนคิดเห็นต่างกันมาแต่ไหนแต่ไร เนื่องจากละครแต่ละเรื่อง มีจุดขายที่แตกต่างกัน บางเรื่องเน้นตบจูบ พ่อแง่แม่งอนเอะอะข่มขืน บางเรื่องก็ไปหยิบเอาด้านมืดของสังคมมานำเสนอ

เนื้อหาต่างๆ เหล่านั้น มักจะมีผู้คนตั้งคำถามอยู่บ่อยครั้งว่า นี่ถือเป็นการชี้นำหรือไม่…? แต่ก็ยังมีอีกส่วนหนึ่งเห็นต่างและมองว่า แม้ละครบางเรื่องจะรุนแรงไปบ้างแต่มันคือ การสะท้อนสังคม MThai ข่าวภาคซ่าส์จะมาพูดถึงประเด็นนี้กัน

แม้จะมีหลายคนมองว่า ละครบ้านเราเนื้อหาซ้ำซาก ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เห็นจนชินตา คงจะเป็น ตบจูบ ล่าสมบัติ ผ่านไปกี่ปี เนื้อหาละครแนวนี้ก็ยังคงมีให้เราเห็นอยู่ ละครแนวนี้ยังไม่เลือนหายไป เพราะผู้บริโภคอย่างเราๆ ยังคงให้ความสนใจ เพราะสังคมเองก็ชื่นชม

ปัจจุบันละครถือเป็นสิ่งที่หาดูง่าย มีให้เลือกชมกันเยอะแยะมากมาย มีทั้งละครน้ำดีและน้ำเน่า สิ่งที่สังคมยังเป็นห่วงอยู่คงจะเป็น พฤตกิรรมการเลียนแบบจากการดูละคร เพราะผู้ชมแต่ละคนมีอายุที่แตกต่างกันวิจารณญาณก็ต่างกัน

cats

ซึ่งทางศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้ำโพล” เคยเปิดเผยผลสำรวจ ความคิดเห็นของประชาชนรวมทั้งสิ้นจำนวน 1,261 เรื่อง “พฤติกรรมการเลียนแบบจากการดูละคร / ภาพยนตร์” ” โดยสอบถำมความคิดเห็นจากประชาชนที่มีพฤติกรรมเลียนแบบจากการชมละครและภาพยนตร์ ทำการสำรวจระหว่างวัน ที่20 -27 มิถุนายน 2557 เกี่ยวกับ พฤติกรรมการรับชมละคร

จากการสำรวจ เมื่อถามถึงพฤติกรรมที่ประชาชนติดจากการรับชมละคร / ภาพยนตร์พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่
ร้อยละ 39.15 ระบุว่า เป็นคำพูด วลียอดฮิต มุขตลกรองลงมา ร้อยละ 29.79 ระบุว่าเป็นการแต่งกาย แฟชั่น เช่น เสื้อผ้า ทรงผม ร้อยละ18.22ระบุว่า เป็นตามรอยไปเที่ยว/ กิน ตามสถานที่ต่างๆ

หน่วยการที่เกี่ยวข้องต่างพากันเรียกร้องให้สื่อโทรทัศน์และสื่อไอทีเอาจริงกับการจัดเรตติ้ง และจำกัดการออกอากาศรายการที่มีความรุนแรง และผู้ปกครองควรตรวจสอบรายการที่ลูกดู ให้คำแนะนำเด็กขณะดู เพราะเด็กจะมีพฤติกรรมเลียนแบบ ขาดความยั้งคิดได้ง่าย มีแนวโน้มลงมือกระทำตามได้

แม้เราจะเป็นเพียงผู้บริโภค อาจไม่มีสิทธิ์ในการคัดสรร เลือกเนื้อหาหรือแนะนำให้ผู้จัดทำละครอย่างที่เราต้องการได้ แต่เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกเสพ สิ่งที่คิดว่าเป็นประโยชน์หรือแนะนำให้บุตรหลานได้ อย่างไรก็ตามหากใครติดตามละครอยู่เป็นประจำ ท่านจะรู้ว่าละครในแต่จะเรืองมักจะสอดแทรกแง่คิดหรือสอนคนดูอยู่เสมอ

MThai News