โดรนพิฆาต สังหารแกนนำ ‘อัลกออิดะห์’ดับ

‘บีบีซี’ รายงาน สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศในเยเมน สังหาร นายนัสเซอร์ บิน อาลี อัล-อันซี ผู้นำกลุ่ม ‘อัลกออิดะห์’ ในคาบสมุทรเยเมนดับ

Jan16Op

วันนี้ (8 พ.ค.) สำนักข่าว ‘บีบีซี’ รายงานข่าวซึ่งอ้างอิงจากหน่วยสืบราชการลับ ซึ่งเป็นหน่วยที่ทำหน้าที่จับตาดูความเคลื่อนไหวของกองทัพสหรัฐ ในการทำสงครามในตะวันออกกลาง ที่ระบุว่า นายนัสเซอร์ บิน อาลี อัล-อันซี ผู้นำกลุ่ม ‘อัลกออิดะห์’ ในคาบสมุทรเยเมน (เอคิวเอพี)เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ จากกองทัพสหรัฐฯเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ในท่าอากาศยานในเมืองอัล มูคัลลา ซึ่งเป็นท่าอากาศยานหลักของเมืองหลวงในประเทศเยเมน

นายนัสเซอร์ บิน อาลี อัล-อันซี เคยปรากฏตัวอยู่ในวีดีโอที่ถูกเผยแพร่หลังจากเหตุโจมตีกองบรรณาธิการ ‘ชาร์ลี เอ็บโด’ นิตยสารเสียดสีสังคมในประเทศฝรั่งเศส ที่มีการวาดภาพล้อเลียนศาสดา เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเป็นเหตุสะเทือนขวัญที่โด่งดังไปทั่วโลก พร้อมทั้งอ้างความรับผิดชอบ ว่ากลุ่มอัลกออิดะห์ในคาบสมุทรเยเมน อยู่เบื้องหลังการโจมตีดังกล่าว เพื่อแก้แค้นต่อการเหยียดหยามเกียรติศาสดามูฮัมหมัดนอกจากนี้นายนัสเซอร์ ยังปรากฏตัวอยู่ในคลิปวีดีโอ ที่กล่าวอ้างว่า’เอคิวเอพี’ เป็นผู้สังหารนายลุค ซอมเมอร์ ผู้สื่อข่าวชาวอเมริกัน เมื่อเดือนธันวาคมปี 2557

พร้อมกันนี้รายงานยังระบุด้วยว่า ลูกชายคนโตของนายนัสเซอร์ บิน อาลี อัล-อันซี เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในเมือง มูคัลลา เช่นเดียวกัน

MThai News

ที่มา BBC

โจ๋เหี้ยม! เตะหนุ่มใหญ่ ขี่จยย.ขยี้ซ้ำ(คลิป)

วัยรุ่นเลือดร้อนทำร้ายร่างกายหนุ่มใหญ่ ไม่หน่ำใจขี่จยย.เหยียบซ้ำ บริเวณทางไปสถานีรถไฟกบินทร์บุรี

วันนี้ (8 พ.ค.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพกล้องวงจรปิดขณะชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังทำร้ายร่างกายหนุ่มใหญ่วัย 51 ปี บริเวณทางไปสถานีรถไฟกบินทร์บุรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ข้างธนาคารกรุงเทพเก่า ซึ่งเหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่่านมา

โจ๋2

โดยกล้องวงจรปิดจับภาพของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ขับขี่รถจยย.มาพร้อมกับแฟนสาว ก่อนจะลงมือเข้าไปทำร้ายร่างกาย นายวิชัย อายุ 51 ปี ที่อยู่บนรถจยย.อีกคัน จนตกลงมานั่งกองอยู่กับพื้น จากนั้นเข้าไปเตะ โดยเน้นเฉพาะบริเวณศีรษะและใบหน้า แม้ว่าฝ่ายหญิงจะพยายามห้ามปรามแล้ว แต่ว่าผู้ก่อเหตุก็ยังไม่หยุด เตะจนกระทั่งนายวิชัย หมดทางสู้

ขณะที่หลบหนีชายคนดังกล่าวยังขับขี่รถจยย.ทับที่บริเวณศีรษะของอีกฝ่ายอย่างโหดเหี้ยม จนกระทั่งรถเก็บขยะมาเจอจึงเรียกหน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ญาตินำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดพระยาทำ ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี

โจ๋โหด1

ด้านพี่ชายของนายวิชัย ให้การว่า น้องชายขี่รถจยย.มากับนางยา ไม่ทราบนามสกุล เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ถูกคนร้ายที่ขี่รถจยย.มากับแฟนสาวเข้าทำร้ายน้องชายจนเสียชีวิต ก่อนขับขี่รถหลบหนีไป จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.กบินทร์บุรี เพราะจากกล้องวงจรปิดจะเห็นว่าคนร้ายมีพฤติกรรมโหดเหี้ยม

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตามหาตัวคนร้าย จากการสืบสวนเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากการกระทบกระทั่งกันระหว่างขี่รถจยย. โดยจะเรียกพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำในวันนี้ (8 พ.ค.)

MThai News

บั้งไฟอุดรฯ ร่วงใส่บ้านไหม้วอดทั้งหลัง สูญ2ล้าน

ชาวบ้านแตกตื่น!! บั้งไฟตกใส่บ้านคน เพลิงลุกไหม้วอดทั้งหลัง เสียหายหว่า 2 ล้าน

เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ้านธาตุ ร่วมตรวจสอบความเสียหาย ที่บ้านเลขที่ 143 ม.10 ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี หลังเกิดเหตุบั้งไฟหมื่นที่จุด ในเทศกาลประเพณีบุญบั้งไฟล้าน ตำนานม้าคำไหล ของชาวบ้านธาตุ ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เกิดตกใส่บ้านเรือนประชาชน เมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยสาเหตุคาดว่าเกิดลมกรรโชกแรง ทำให้บั้งไฟเปลี่ยนทิศทางตกใส่บ้านเรือนประชาชน เกิดเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหลัง

00

นายณรงค์ ศรีชาติ ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนและครอบครัวนั่งเล่นอยู่ข้างบ้าน ตอนเกิดเหตุได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดอยู่บนบ้านชั้นบน เมื่อเดินขึ้นไปดูพบว่าไฟกำลังไหม้ที่ชั้นบนของบ้านอย่างรวดเร็ว มีควันลอยออกมาจำนวนมาก จึงช่วยกันนำน้ำมาดับไฟ แต่ไฟยังลุกไหม้อยู่ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาช่วยดับ โดยมีรถดับเพลิงของเทศบาลตำบลบ้านธาตุ 2 คัน ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่บ้านถูกไฟไหม้วอดเกือบทั้งหลัง โดยเฉพาะข้าวของเครื่องใช้ และชุดโซฟาหลุยส์ที่ตนซื้อมาจากเมืองนอกเสียหายทั้งหมด มูลค่ารวมกว่า 1.8 ล้านบาท ตนรู้สึกเสียใจและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก

ด้านนายพุทธกาล พันธุ์ทอง นายกเทศมนตรีตำบลบ้านธาตุ กล่าวว่า บั้งไฟภายในงานทุกบั้งที่จุด มีการทำประกันภัยไว้ 100,000 บาท และทางเทศบาลฯจะมอบเงินเยียวยาเบื้องต้น 5,000 บาท นอกจากนี้ยังมีกลุ่มชาวบ้านที่มาชมการจุดบั้งไฟบริจาคเพิ่มเติมให้อีกจำนวน 6 หมื่นบาท พร้อมเตรียมรับมือวางมาตรการป้องกันใหม่ ในเทศกาลปีหน้า โดยจะแยกจากจุดเป็นขอบเขตป้องกันอันตราย โดยเฉพาะเมื่อมีลมพัดแรงผิดปกติ จะต้องทำการหยุดการจุดบั้งไฟ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก…สำนักข่าวไทย

ภาพจาก…สยามรัฐ