ล้อมค้อมชนนักปั่น! บังคับรถวิ่งไม่เกิน50กม./ชม.

กทม. เตรียมพิจารณามาตรการดูแลความปลอดภัยนักปั่นจักรยาน เล็งบังคับรถยนต์วิ่งไม่เกิน 50 กม./ชม. บนถนนที่มีเลนจักรยาน

จากกรณีเกิดเหตุรถยนต์ขับชนนักปั่นจักรยานจนเสียชีวิต ล่าสุด (8 พ.ค. 58) ทางกรุงเทพมหานคร กำลังพิจารณามาตรการดูแลความปลอดภัย โดย ม.ร.ว. สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่า กทม.ได้สั่งให้ ผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต สำรวจจำนวนนักปั่นในพื้นที่ รวมทั้งเส้นทางที่นิยมใช้ เพื่อกำหนดมาตรการดูแลความปลอดภัย

นักปั่นจักรยาน , รถยนต์ , กทม

กทม. เล็งบังคับรถยนต์วิ่งไม่เกิน 50 กม./ชม. บนถนนที่มีเลนจักรยาน

ทั้งนี้ กทม. จะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องการกำหนดความเร็วของรถยนต์ โดยหาทางออกกฎหมายควบคุมความเร็วในเส้นทางที่มีเลนจักรยาน ลดเหลือ 50 กม./ชม. และในซอยย่อยความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม. ส่วนเส้นทางที่ยังไม่มีเลนจักรยานก็จะจัดทำเพิ่มเติม

ขอบคุณข้อมูล มติชนออนไลน์

MThai News

จำคุก 5 ปี! ซัลมาน ข่าน ซุปตาร์อินเดีย

สนั่นแผ่นดิน !! ‘ซัลมาน ข่าน’ดาราบอลลีวูดระดับซุปเปอร์สตาร์ ในอินเดีย ถูกตัดสินจำคุก 5 ปีในคดีอาญา โทษฐานฆ่าคนตาย หลังขับรถชนคนไร้บ้านเสียชีวิต 1 ราย เมื่อปี 2545

ซัลมาน ข่าน,ขับรถชนคนตาย,ติดคุก,ดาราอินเดีย,อินเดีย

วันนี้ (8 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีที่ศาลในประเทศอินเดีย ตัดสินจำคุก นายซัลมาน ข่าน ดาราชื่อดังระดับซุปเปอร์สตาร์ เป็นเวลา 5 ปี หลังจากขับรถในขณะมีอาการมึนเมาสุรา และเกิดชนคนจรจัดจนถึงแก่ความตาย 1 ราย และบาดเจ็บอีก 4 ราย ขณะที่กำลังหลับอยู่บริเวณ บาทวิถีในเมืองมุมไบ ซึ่งหลังจากนั้นเขาได้หลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2545 ซึ่งการพิจารณาคดีดังกล่าว กินเวลายาวนานมากว่า 13 ปี

ทั้งนี้รายงาน ระบุว่า นาย ซัลมาน ข่าน ดาราชื่อดัง ในฐานะจำเลย ได้ให้การปฏิเสธมาโดยตลอดว่า ว่าเขาไม่ได้ขับรถชนคนตาย ทว่า แม้คดีจะดำเนินมายาวนาน จนกระทั่ง วันขึ้นศาลในเดือนมีนาคม ซัลมานยังคงยืนยันต่อศาลว่าเขาไม่ได้ทำผิด และให้การว่า นายอโศก ซิงห์ คนขับรถของเขาเป็นคนขับรถชนกลุ่มชายจรจัด ส่วนทางด้านนายซิงห์ คนขับรถ ได้ให้การรับสารภาพต่อศาลว่าเขาเป็นคนขับรถในวันเกิดเหตุจริง โดยอ้างว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้น เนื่องจากยางหน้า ด้านซ้ายของรถยนต์ ระเบิด จนทำให้รถยนต์เสียหลักพุ่งชนผู้เคราะห์ร้ายโดยไม่ตั้งใจ

ซัลมาน ข่าน,ขับรถชนคนตาย,ติดคุก,ดาราอินเดีย,อินเดีย

แม้จะมีพยานให้การว่า ซัลมาน มีอาการมึนเมาในวันเกิดเหตุ จนไม่สามารถยืนหรือเดินได้ตามปกติ แต่ทางทีมทนายความของดาราคนดังก็ยืนยันต่อศาลว่า ซัลมาน ข่าน ไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเพียงแค่ดื่มน้ำเปล่าตลอดทั้งคืนแต่สาเหตุที่เขาออกมาจากรถยนต์ด้านคนขับนั้น เป็นเพราะประตูรถยนต์ฝั่งที่เขานั่งอยู่ชำรุด

แม้ทั้งสามราย จะกล่าวยืนยันเช่นนั้นกับทางศาล แต่ในที่สุด ผู้พิพากษา ได้อ่านคำพิพากษา ที่ตัดสินให้ ซัลมาน ข่าน กระทำความผิดทุกข้อกล่าวหา และจะต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลากว่า 5 ปี ซึ่งแว่วๆมาว่า ขณะที่ได้ฟังคำตัดสิน พระเอกหนุ่มถึงขั้นหมดเรี่ยวหมดแรงและนั่งทรุดอยู่บนเก้าอี้ พร้อมกันนี้ศาลยังได้อนุญาตให้ ซัลมาน ข่าน ได้รับการประกันตัว และมีโอกาสยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีต่อไป

ซัลมาน ข่าน,ขับรถชนคนตาย,ติดคุก,ดาราอินเดีย,อินเดีย

ฮินดูสถาน ไทมส์ : ซัลมาน ข่าน เข้ารับฟังคำพิจารณาคดี ด้วยสีหน้าตึงเครียด ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว

อย่างไรก็ตาม ‘ซัลมาน ข่าน’นักแสดงบอลลีวูดชื่อดัง ที่มีผลงานอันโดดเด่น เช่น ภาพยนตร์หลักร้อยเรื่อง พ่วงด้วยตำแหน่งผู้ผลิตสื่อบันเทิง ด้วยการทำงานเบื้องหลัง ถือเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศ ผลงานหลายชิ้นของเขา ประสบความสำเร็จและดังเป็นพลุแตก จากการทำรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ นอกจากบทบาทในวงการบันเทิงแล้ว ก่อนหน้านี้ซัลมานยังมีส่วนร่วมในองค์กรการกุศล และการอนุรักษ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์อีกด้วย

MThai News

ที่มา vancouverdesi

ลุ้น! สนช.โหวตชี้ชะตา บุญทรง-ภูมิ-มนัส ปมทุจริตขายข้าวจีทูจี

สนช.นัดลงมติถอดถอน ‘บุญทรง-ภูมิ-มนัส’ หรือไม่ เวลา 10.00 น.วันนี้ คาดบุญทรงและภูมิไม่รอด ตามรอยถอดถอน ยิ่งลักษณ์

วันนี้(8พ.ค.) เวลา 10.00 น. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะมีการนัดลงมติในการดำเนินกระบวนการถอดถอนหรือไม่ถอดถอน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ออกจากตำแหน่ง กรณีถูกกล่าวหาทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในโครงการรับจำนำข้าว

page

โดยจะใช้วิธีการลงคะแนนในคูหา คาดใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ในส่วนของโทษการถูกถอดถอนนั้น จะมีการต้องห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี

ซึ่งคาดว่าเสียงส่วนใหญ่จะลงมติถอดถอนนายเฉพาะบุญทรงและนายภูมิ เพราะเป็นคดีต่อเนื่องในโครงการรับจำนำข้าวที่เคยถอดถอน นางสาวยิ่งลํกษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาแล้ว ส่วนนายมนัส คาดว่าจะไม่ถูกถอดถอน เนื่องจากเป็นเพียงผู้รับคำสั่งจากนักการเมืองเท่านั้น

หลังจากวานนี้(7พ.ค.) นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะผู้กล่าวหา แถลงปิดสำนวนคดียืนยันว่า ไม่มีการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐจริง แต่เป็นขบวนการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ซึ่งมีวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน โดยอาศัยความร่วมมือจากข้าราชการประจำดำเนินการกระทำทุจริต พร้อมย้ำว่าเป็นการกระทำทุจริตที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ และต้องดำเนินการถอดถอนตามกฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลดังกล่าวกลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อีก

ขณะที่ผู้กล่าวหาทั้ง 2 คนยืนยันความบริสุทธิ์ และปฏิเสธข้อกล่าวหาสมคิดกระทำการทุจริต โดยนายบุญทรง ยืนยันถึงความจำเป็นในการเร่งระบายข้าวค้างสต๊อกว่า เพื่อยับยั้งความเสียหาย ซึ่งการดำเนินการแบบรัฐต่อรัฐเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลในการเร่งระบายข้าว พร้อมย้ำถึงคู่สัญญาซื้อขายที่มีเอกสารราชการยืนยันว่าเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน อีกทั้งการระบายข้าวเป็นไปตามระเบียบเดิมในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา

MThai News