เห็นราคาถึงกับสะดุ้ง! ซีฟู๊ดระยองอาหาร 9 อย่างราคา 15,000

ลูกค้าช็อค เจอบิลค่าซีฟู๊ดที่ระยอง หอยโลละพัน รวมราคาเทียบเท่าร้านอาหารหรู

วันนี้(6พ.ค.) ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อภาพ ของแฟนเพจ มีด่านบอกด้วย ระยอง ที่ได้เผยแพร่ภาพบิลค่าอาหารของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ใน จ.ระยอง ที่เรียกเก็บค่าอาหารแพงจนก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก

10632844_479668442190272_2325534134995146151_n

โดยจากบิลจะพบว่า มีการสั่งอาหารทั้งหมด 9 เมนู รายการอาหารที่ลูกค้าสั่งส่วนใหญ่เป็นราคาที่ไม่แพงมากนัก แต่บางเมนูเช่น หอยหวาน กิโลกรัมละ 1,000 บาท หรือ กุ้งเผากิโลกรัมละ 1,600 บาท เมื่อรวมค่าเครื่องดื่มและค่าอาหารแล้ว เป็นเงินทั้งหมด 15,475 บาท ชาวสังคมออนไลน์บางส่วนมองว่านี่ดูจะเป็นราคาที่สูงเกินไป

เมื่อภาพดังกล่าวถูกโพสต์ขึ้นบนเฟซบุ๊ก ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง บ้างก็มองว่าลูกค้าควรที่จะเช็คราคาอาหารก่อนที่จะสั่ง เพราะจากรายการจะเห็นได้ว่าราคาไม่ได้แพงทุกเมนู ขณะที่อีกส่วนหนึ่งกลับมองว่า อย่างไรเสียนี่ก็ยังเป็นราคาที่แพงเกินจริง อยากให้ภาครัฐเข้ามาจัดระเบียบเพื่อความสบายใจของนักท่องเที่ยว เพราะเกรงว่าผู้ประกอบการจะถือโอกาสขึ้นราคาอาหารเฉพาะวันหยุดยาว

11178241_479668462190270_4839969828245243387_n

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก แฟนเพจ มีด่านบอกด้วย ระยอง

บุกค้นบ้านเมีย ‘นช.ตี๋’ นักโทษยาคุกเขาบิน

ปปส. นำกำลังบุกค้นบ้านเครือข่ายยาเสพติดคุกเขาบิน พบเงินสดกว่า 6 ล้าน ทรัพย์สินอื้อ พร้อมเดินหน้าตัดวงจรการเงิน18 เป้าหมายใน 6 จังหวัด

วันนี้(6พ.ค.) เวลา 6.00 น.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้อง นำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุม นางเบญจพร ศรีสุทัศน์ ภรรยา นักโทษชายศักดา เลิศรัศมิทัศน์ หรือ นช.ตี๋ พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ถูกจับในคดียาเสพติดเมื่อปี 2555 และถูกส่งตัวเข้าเรือนจำกลางเขาบิน

บุกค้นบ้านภรรยา 'นช.ตี๋'นักโทษยาคุกเขาบิน

บุกค้นบ้านภรรยา ‘นช.ตี๋’นักโทษยาคุกเขาบิน

โดยจากการนำหมายศาลเข้าตรวจค้นภายในบ้านพักเลขที่ 40 ซอยนาคนิวาส12 ย่านลาดพร้าว ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น เนื้อที่ 60 ตารางวา ของนางเบญจพร พบเงินสดจำนวน 6.54 ล้านบาท โดยนางเบญจพร อ้างว่า เป็นเงินที่จะนำไปลงทุนทำธุรกิจอ้อย นอกจากนี้ ยังพบธนบัตรเยนของประเทศญี่ปุ่นจำนวนหนึ่ง ทองรูปพรรณ รถยนต์ กระเป๋าแบรนด์เนม บัญชีธนาคาร ใบจองรถเบนซ์ และทรัพย์สินอีกจำนวนหนึ่ง จึงอายัดทรัพย์ไว้ทั้งหมด

ด้านนายเพิ่มพงศ์ ชวลิต เลขาธิการปปส. กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ คือการตัดวงจรการเงินเครือข่ายยาเสพติดครั้งที่1 ซึ่งมีทั้งหมด 18 เป้าหมายใน 6 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร,อ่างทอง,นครปฐม,ราชบุรี,กาญจนบุรี และนครราชสีมา

9

ในเวลาเดียวกัน ที่จ.อ่างทอง นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.อ่างทอง นำกำลังตำรวจ ดีเอสไอ ปปส. ปปง. และฝ่ายปกครองกว่า 50 นาย บุกยึดทรัพย์ ผู้ต้องหาเครือข่ายยาบ้าจากเรือนจำ 2 ราย โดยจุดแรกบุกเข้าตรวจสอบ บ้านเลขที่ 53 หมู่ 4 ต.คลองวัว ของ นางสาหร่าย ดีพลา อายุ 60 ปี พร้อมทำการยึดตู้เซฟ ภายในพบพระเครื่องจำนวนหลายชุด มูลค่าหลายล้านบาท เอกสารครอบครองสิทธิ สมุดบัญชีธนาคาร ซึ่งมีเงินหมุนเวียนร่วมล้านบาท ซึ่งพบว่ามีการโอนเงินออกจากบัญชี 700,000 บาท รถจยย. 2 คัน และจดหมายจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นจดหมายที่ติดต่อกับนักโทษภายในเรือนจำมีการระบุหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ในการติดต่อเงินสดจำนวน 70,025 บาท

ส่วนรายที่ 2 เจ้าหน้าที่บุกตรวจสอบ บ้านเลขที่ 3/2 หมู่ 4 ต.คลองวัว ของ นางวันเพ็ญ ดีพลา และยึดตู้เซฟ 1 ตู้แต่ยังไม่สามารถเปิดตรวจสอบทรัพย์สินได้ แต่เจ้าของระบุว่าภายในมี โฉนดที่ดินกว่า 10 เล่ม และเป็นของหลานสะใภ้ ซึ่งติดคุกคดียาเสพติดอยู่ที่เรือนจำ จ.เชียงใหม่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว และนำมาฝากไว้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินทั้งหมดและทำการตรวจสอบที่มาที่ไปอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลจาก TNN24,เดลินิวส์

MThai News

เผยภาพ ‘โคบานี’ พินาศ หลังสงครามชิงเมือง

ซีเอ็นเอ็น เผยแพร่ภาพถ่ายมุมสูงจากโดรน แสดงให้เห็นสภาพความเสียหาย บริเวณเมืองโคบานี เมืองยุทธศาสตร์สำคัญ บริเวณชายแดนซีเรีย-ตุรกี

โคบานี,ไอเอส,กลุ่มไอเอส,พื้นที่ยุทธศาสตร์,ชายแดนซีเรีย-ตุรกี

วานนี้ (5 พ.ค.) สำนักข่าว ‘ซีเอ็นเอ็น’ เผยแพร่คลิปวีดีโอ แสดงสภาพบ้านเมืองที่ได้รับความเสียหาย จากสงครามแย่งชิงพื้นที่ บริเวณเมือง โคบานี เมืองซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ รอยต่อชายแดนซีเรีย และตุรกี หลังจากกลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือกลุ่มไอเอส พยายามบุกยึดพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นเมืองสุดท้ายบริเวณรอยต่อของทั้งสองประเทศที่ต่ออยู่ใต้อาณัติของกลุ่มไอเอส และถูกสกัดจากสหรัฐฯ ที่หนุนหลังกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเคิร์ด ในการต่อสู้เพื่อยึดคืนพื้นที่ ด้วยการโจมตีทางอากาศ จนกระทั่ง จมอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ได้รับความเสียหายจนยากที่จะเยียวยา

ทว่า นอกจากบ้านเรือน อาคารที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักแล้ว พื้นที่ในเมือง ยังเต็มไปด้วยซากศพที่เน่าเปื่อยหลายร้อยศพ อยู่เกลื่อนถนนหนทาง เนื่องจากถูกสังหารด้วยอาวุธระหว่างทำสงคราม

ทางด้าน ‘ไอดริส นาสซาน’ โฆษกประจำกองทัพกลุ่มเคิร์ดในซีเรีย เผยว่า พื้นที่เมืองโคบานีกว่าร้อยละ 70 ถูกทำลายได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งหลังจากยึดเมืองดังกล่าวคืนจากกลุ่มไอเอสได้ และพวกเขาต้องการฟื้นฟูพื้นที่ และจำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาล เพื่อเยียวยาให้เมืองนี้ มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง แม่ขณะนี้ โคบานีจะกลายเป็นเมืองร้างว่างเปล่า อาคารบ้านเรือนพังทลาย แต่กระนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ ได้เดินทางกลับมายังบ้านเกิดของตัวเองบางส่วนแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมืองโคบานี เป็นพื้นที่สำคัญในสงครามระหว่างกลุ่มสุดโต่ง และ กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเคิร์ด อย่างมีนัยสำคัญ ก่อนหน้านี้ มีผู้เชี่ยวชาญออกมากล่าวว่า หากกลุ่มไอเอสสามารถยึดเมืองโคบานีได้สำเร็จ เป็นไปได้ว่าอาจเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้นในเวลาต่อมา

โคบานี,ไอเอส,กลุ่มไอเอส,พื้นที่ยุทธศาสตร์,ชายแดนซีเรีย-ตุรกี

โคบานี,ไอเอส,กลุ่มไอเอส,พื้นที่ยุทธศาสตร์,ชายแดนซีเรีย-ตุรกี

โคบานี,ไอเอส,กลุ่มไอเอส,พื้นที่ยุทธศาสตร์,ชายแดนซีเรีย-ตุรกี

โคบานี,ไอเอส,กลุ่มไอเอส,พื้นที่ยุทธศาสตร์,ชายแดนซีเรีย-ตุรกี

โคบานี,ไอเอส,กลุ่มไอเอส,พื้นที่ยุทธศาสตร์,ชายแดนซีเรีย-ตุรกี

MThai News
ที่มา CNN