ปปส. นำกำลังบุกค้นบ้านเครือข่ายยาเสพติดคุกเขาบิน พบเงินสดกว่า 6 ล้าน ทรัพย์สินอื้อ พร้อมเดินหน้าตัดวงจรการเงิน18 เป้าหมายใน 6 จังหวัด
วันนี้(6พ.ค.) เวลา 6.00 น.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้อง นำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุม นางเบญจพร ศรีสุทัศน์ ภรรยา นักโทษชายศักดา เลิศรัศมิทัศน์ หรือ นช.ตี๋ พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ถูกจับในคดียาเสพติดเมื่อปี 2555 และถูกส่งตัวเข้าเรือนจำกลางเขาบิน

บุกค้นบ้านภรรยา ‘นช.ตี๋’นักโทษยาคุกเขาบิน
โดยจากการนำหมายศาลเข้าตรวจค้นภายในบ้านพักเลขที่ 40 ซอยนาคนิวาส12 ย่านลาดพร้าว ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น เนื้อที่ 60 ตารางวา ของนางเบญจพร พบเงินสดจำนวน 6.54 ล้านบาท โดยนางเบญจพร อ้างว่า เป็นเงินที่จะนำไปลงทุนทำธุรกิจอ้อย นอกจากนี้ ยังพบธนบัตรเยนของประเทศญี่ปุ่นจำนวนหนึ่ง ทองรูปพรรณ รถยนต์ กระเป๋าแบรนด์เนม บัญชีธนาคาร ใบจองรถเบนซ์ และทรัพย์สินอีกจำนวนหนึ่ง จึงอายัดทรัพย์ไว้ทั้งหมด
ด้านนายเพิ่มพงศ์ ชวลิต เลขาธิการปปส. กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ คือการตัดวงจรการเงินเครือข่ายยาเสพติดครั้งที่1 ซึ่งมีทั้งหมด 18 เป้าหมายใน 6 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร,อ่างทอง,นครปฐม,ราชบุรี,กาญจนบุรี และนครราชสีมา

ในเวลาเดียวกัน ที่จ.อ่างทอง นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.อ่างทอง นำกำลังตำรวจ ดีเอสไอ ปปส. ปปง. และฝ่ายปกครองกว่า 50 นาย บุกยึดทรัพย์ ผู้ต้องหาเครือข่ายยาบ้าจากเรือนจำ 2 ราย โดยจุดแรกบุกเข้าตรวจสอบ บ้านเลขที่ 53 หมู่ 4 ต.คลองวัว ของ นางสาหร่าย ดีพลา อายุ 60 ปี พร้อมทำการยึดตู้เซฟ ภายในพบพระเครื่องจำนวนหลายชุด มูลค่าหลายล้านบาท เอกสารครอบครองสิทธิ สมุดบัญชีธนาคาร ซึ่งมีเงินหมุนเวียนร่วมล้านบาท ซึ่งพบว่ามีการโอนเงินออกจากบัญชี 700,000 บาท รถจยย. 2 คัน และจดหมายจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นจดหมายที่ติดต่อกับนักโทษภายในเรือนจำมีการระบุหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ในการติดต่อเงินสดจำนวน 70,025 บาท
ส่วนรายที่ 2 เจ้าหน้าที่บุกตรวจสอบ บ้านเลขที่ 3/2 หมู่ 4 ต.คลองวัว ของ นางวันเพ็ญ ดีพลา และยึดตู้เซฟ 1 ตู้แต่ยังไม่สามารถเปิดตรวจสอบทรัพย์สินได้ แต่เจ้าของระบุว่าภายในมี โฉนดที่ดินกว่า 10 เล่ม และเป็นของหลานสะใภ้ ซึ่งติดคุกคดียาเสพติดอยู่ที่เรือนจำ จ.เชียงใหม่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว และนำมาฝากไว้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินทั้งหมดและทำการตรวจสอบที่มาที่ไปอย่างละเอียดอีกครั้ง
ขอบคุณข้อมูลจาก TNN24,เดลินิวส์
MThai News