ตร.ย้ำชัด จอดรถฉี่ข้างทางผิดกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมายืนยันชาวโซเชียล เขียนใบสั่งให้หนุ่มจอดฉี่ข้างทาง สาเหตุเพราะหยุดรถที่ห้ามจอดผิดกฎหมายจริง

จากการที่มีกระแสในโลกออนไลน์ กรณีหนุ่มคนหนึ่งโพสต์ภาพใบสั่ง พร้อมระบุว่าผิดข้อหาฉี่ข้างทาง เมื่อภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าควรจะแค่ตักเตือนเท่านั้นไม่ควรถึงขนาดออกใบสั่ง และตั้งข้อสงสัยว่าข้อหานี้มีจริงหรือ

ตำรวจ,ตำรวจจราจร,การจราจร,เสียค่าปรับ,ใบสั่ง,จอดรถฉี่ข้างทาง

จอดรถฉี่ข้างทางผิด ชี้เป็นที่ห้ามหยุดรถ

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ใบสั่งดังกล่าวเป็นใบสั่งที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจริง แต่เป็นการแจ้งจับ-ปรับในข้อหา ‘จอดในเขตห้ามหยุด’ ไม่ใช่ข้อหา ‘จอดปัสสาวะข้างทาง’

ทั้งนี้ สาเหตุที่เขียนข้อความดังกล่าว เพียงแค่จะขยายความการจอดในเขตห้ามหยุดเพื่อไปปัสสาวะเท่านั้น ซึ่งผู้ใช้รถคนดังกล่าวได้จอดรถในเส้น ขาว-แดง ซึ่งผิดกฎจราจร นอกจากนี้ การจอดรถในเขตห้ามจอด มีความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ลงโทษโดยการปรับไม่เกิน 500 บาท

ขอบคุณข้อมูล dailynews

MThai News

ม.ขอนแก่นยัน สรีระสังขารหลวงพ่อคูณ เป็นสีชมพู

ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ยันสรีระสังขารหลวงพ่อคูณเป็นสีชมพูจริง

วันนี้ (28พ.ค.) จากกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาว่า สรีระสังขารของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ มีผิวหนังเป็นสีชมพู หลังจากที่นำไปเข้ากระบวนการดอง ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค. เป็นต้นมา

7fyhjyr

ซึ่งทางภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ในฐานะผู้ดูแลกระบวนการดองสรีระสังขารหลวงพ่อคูณยืนยันว่า สรีระสังขารหลวงพ่อเป็นสีชมพูจริง แต่ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ และครูใหญ่จะมีสีผิวเขียว สีดำ หรือสีนำตาล จะขึ้นอยู่กับว่า ในตัวครูใหญ่ในช่วงที่มีชีวิต มีการสะสมสารพิษหรือสารต่างๆ ในร่างกายที่ไม่เหมือนกัน

ทั้งนี้ขอให้ประชาชนอย่าได้แตกตื่นกับข่าวเรื่องสีผิวของสรีระสังขารหลวงพ่อที่มีสีชมพู และทางภาควิชากายวิภาคศาสตร์จะไม่มีการเผยแพร่ภาพ

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์

ผู้ป่วย ‘ไวรัสเมอร์ส’ โสมใต้ หนีเข้าจีน

สื่อนอกแพร่เรื่องราวการแพร่กระจายเชื้อไวรัสเมอร์ การติดเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจในตะวันออกกลาง เพิ่มขึ้นรวม 7 ราย

เมอร์,เกาหลีใต้,ไวรัสโคโรนา,ตะวันออกกลาง,จีน,สถานกักกันโรค

วันนี้ (28พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่ทางการเกาหลีใต้ ประกาศว่าพบ ผู้ป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา กลุ่มทางเดินหายใจตะวันออกกลางหรือเมอร์ส (MERS)เพิ่มขึ้นอีกสองราย รวมเป็น 7 รายในวันนี้ ทั้งพบว่ามีผู้ติดเชื้อคนหนึ่งหลบหนีออกจากพื้นที่กักกันผู้ป่วย พร้อมทั้งเดินทางไปยังพรมแดนประเทศจีน

ทั้งนี้ ทางการเกาหลีใต้รายงานว่าผู้ป่วยคนแรกที่พบเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม เป็นชายอายุ 68 ปี ซึ่งมีประวัติการเดินทางไปยังประเทศบาห์เรน และอีกหลายประเทศตั้งแต่เมษายนถึงพฤษภาคม สุดท้ายคือการ์ต้า จากนั้นจึงกลับเกาหลีใต้ ส่วนผู้ป่วยรายที่ 2 และ 3 คือผู้ที่ติดเชื้อไวรัสจากคนแรก โดยผู้ป่วยคนที่ 2 นี้คือบุตรชายของผู้ป่วยคนแรกที่หลบหนีออกจากบ้านแล้วเดินทางไปประเทศจีนเมื่อวันอังคาร

ขณะนี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาดของเกาหลีใต้ แถลงการณ์ ขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนทางการจีนได้รับแจ้งเรื่องการเดินทางแล้ว และมีคำสั่งให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบนักเดินทางจากเกาหลีใต้มากขึ้น

ทว่า ถึงแม้เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อไปสู่สาธารณะ จะอยู่ในระดับต่ำ แต่กระนั้นทางการเกาหลีใต้ ใช้มาตรการควบคุมให้ผู้ป่วยทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ควบคุมที่จัดไว้ เช่นเดียวกับบุคคลใกล้ชิดของผู้ป่วย อย่างไรก็ตามทางการเกาหลีใต้กลับพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจาก 3 คนในสัปดาห์ที่แล้ว รวมทั้งสิ้น 7 รายในวันนี้

สำหรับเชื้อไวรัสชนิดนี้จะแสดงอาการของโรคภายในเวลาเพียง 2 วัน หรืออาจนานถึง 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสุขภาพของผู้ติดเชื้อ และมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ระหว่างร้อยละ 30-40 องค์การอนามัยโลก พบการแพร่ระบาดครั้งแรกที่ซาอุดีอาระเบีย เมื่อปี 2555 และปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว อย่างน้อย 465 ศพ จากจำนวนผู้ป่วยสะสมอย่างน้อย 1,142 คนใน 23 ประเทศ ซึ่งกว่า 20 ประเทศได้รับผลกระทบจากการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสในครั้งนี้ ส่วนประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือซาอุดิอาระเบีย ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 400 นับตั้งแต่ปี 2012

เมอร์,เกาหลีใต้,ไวรัสโคโรนา,ตะวันออกกลาง,จีน,สถานกักกันโรค

MThai News

สนับสนุนข้อมูลโดย จส. 100

ที่มา  ndtv