สุริยะใส ชี้ศพโรฮิงญา ตีแสกหน้าปัญหาค้ามนุษย์ในไทย หนุน คสช. ใช้ ม.44 ทำงานแก้ปัญหาชาติ
วันนี้ (4 พ.ค. 58) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นถึงกรณีมีศพชาวโรฮิงญา 26 ศพ ถูกฝังในค่ายพักในเทือกเขาแก้ว ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา โดยเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการตีแสกหน้าปัญหาค้ามนุษย์ในไทย แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามบอกว่ามีการแก้ปัญหาตลอดมาก็ตาม

สุริยะใส กตะศิลา
เห็นข่าวการฆาตรกรรมผู้อพยพชาวโรฮิงญา 26 ศพและถูกฝังกลบไว้ ที่ อ.ปาดังเบซาร์ จ.สงขลา และยังมีรายงานว่าชาวโรฮิงญาหลายร้อยคนถูกขายต่อและส่งเข้าไปยังประเทศมาเลเซียแล้ว น่าสลดใจยิ่งเข้าไปอีก เมื่อพยานในเหตุการณ์เล่าว่าผู้อพยพถูกยิงเป็นใบไม้ร่วง ถูกทำร้ายสารพัดจนเสียชีวิต
ข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่เพราะต่างประเทศจับตาอย่างใกล้ชิด ก่อนหน้านี้เมื่อปลายปี 2557 สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป (อียู) เปิดเผยรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือ TIP Report ประจำปี 2014 ปรากฎว่าไทยเราตกต่ำถึงขีดสุด เมื่อถูกปรับลดอันดับลงมาอยู่ในบัญชีกลุ่ม “เทียร์” (Tier 3) ซึ่งถือเป็นกลุ่มประเทศที่มีสถานการณ์การค้ามนุษย์ในระดับเลวร้ายที่สุด ในตอนนั้นเราก็โวยวายสหรัฐฯ ไปรอบหนึ่งว่ากลั่นแกล้ง
ล่าสุดไม่กี่วันที่ผ่านมาสหภาพยุโรป หรือ EU ได้ให้ใบเหลืองไทยว่าไร้มาตรฐานในการกำหนดมาตรการเพื่อป้องกัน และขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal Unreported and Unregulated Fishing หรือ IUU Fishing )
เราก็ออกอาการไม่แฮปปี้อีกเช่นเคย แต่อย่างไรก็ตามสุดท้ายเราก็รับเงื่อนไขดำเนินการเร่งแก้ปัญหาเหล่านี้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นปัญหาสะสมมานานและโยงใยเป็นขบวนการมีทั้งอำนาจบนดิน ใต้ดินเข้าไปเกี่ยว มีทั้งคนในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบร่วมขบวนการ
ล่าสุดวันนี้ศาลจังหวัดสงขลา ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องกับการฆาตรกรรมหมู่ชาวโรฮิงญา รวม 8 คน มีทั้ง นักการเมืองท้องถิ่น ตำรวจ คนในพื้นที่ และชาวพม่า สื่อมวลชนยังตั้งข้อสังเกตุอีกว่า อาจจะมีแคมป์เก็บตัวชาวโรฮิงญาก่อนส่งไปขายอีกหลายจุด หรือจุดฝังศพยังอาจมีอีกหลายที่ ซึ่งต้องติดตามตรวจสอบกันต่อ
จริงๆ แล้วปัญหาโรฮิงญาและการค้ามนุษย์ในไทยเราถูกองค์สิทธิมนุษยชน 19 องค์กรร้องเรียนตั้งแต่ ปี 2556 แล้ว เพื่อให้สหรัฐปรับลดระดับไทยไปอยู่อันดับที่ 3 แต่สหรัฐมาปรับลดตอนรัฐบาล คสช. ปี 2557 ก็เลยถูกมองว่าสหรัฐเอาเรื่องการค้ามนุษย์มาเป็นขัออ้างเพื่อบอยคอตรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร ประเด็นนี้แล้วแต่จะตีความกันไป
แต่วันนี้เราต้องยอมรับความจริงว่าปัญหาการค้ามนุษย์ในไทยยังมีอยู่จริงและมีมานาน และอยากเห็น คสช.และรัฐบาลนี้ไม่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ต้องถอนรากถอนโคน และไม่ใช่ทำเพียงเพราะเอาใจสหรัฐฯ แต่ต้องทำเพราะตระหนักว่าการค้ามนุษย์เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและคนที่ทำธุรกิจจำพวกนี้ ความเป็นคนไม่รู้เหลืออยู่ในตัวกี่เปอร์เซ็น
ผมเห็นด้วยที่นายกฯ มอบหมายให้ ผบ.ทบ.ลงไปแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเองครับ
ขณะเดียวกันยังได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการใช้มาตรา 44 ในการแก้ปัญหาในหลายๆ เรื่องของรัฐบาล ว่าเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของระบบราชการที่ล้าหลัง จึงจำเป็นต้องใช้กฎหมายดังกล่าวมาบังคับใช้กระตุ้น และข้อสนับสนุนให้ คสช. ใช้ม.44 ในการดำเนินงาน
คสช.ใช้มาตรา 44 ถี่ขึ้น ภาพสะท้อนระบบราชการล้าหลัง” พร้อมอธิบายว่าได้เห็น คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 มากขึ้น เริ่มตั้งแต่เรื่องความมั่นคง ปัญหารุกที่ดินสาธารณะ ปัญหาค้ามนุษย์ ปัญหาประมง ล่าสุดปัญหาสลากแพง
การใช้มาตรา 44 ถี่ขึ้น ย่อมสะท้อนว่าระบบราชการเป็นปัญหาบางหน่วยงานเกียร์ว่าง หรือบางหน่วยงานสมรู้ร่วมคิดรับผลประโยชน์ร่วมกระทำผิด หรือความล้าหลังของระบบที่วิ่งไม่ทันปัญหา จนปัญหาเหล่านี้สะสมกลายดินพอกหางหมูยากจะเยียวยา
ขอสนับสนุน คสช.ให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ปัญหาเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมาและแก้ไปที่ระดับโครงสร้างหรือนโยบายที่เป็นต้นเหตุแห่งปัญหาด้วยไม่เช่นนั้น ก็จะเป็นแค่ผักชีโรยหน้า กลับไปสู่วังวนและวงจรอุบาทว์เดิมๆ หวังว่า คสช. จะใช้กรณีเหล่านี้เป็นบทเรียนและนำไปสู่การปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง
MThai News



