เฒ่าเนปาล ติดใต้ซาก 7 วัน กู้ภัยช่วย รอดปาฏิหาริย์

เจ้าหน้าที่กู้ภัย และกองทัพทหาร พบผู้รอดชีวิต จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเนปาล วัย 101 ปี หลังติดใต้ซากบ้านตัวเอง นาน 7 วัน

เนปาล,รอดปฏิหาริย์,101 ปี,ติดใต้ซาก 7 วัน.

วานนี้ (4 เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่หน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่จากกองทัพเนปาล ในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อเวลาผ่านพ้นไปนานกว่า 168 ชั่วโมง หรือ 7 วัน ได้พบร่างชายอายุ 101 ปี ชื่อนายฟางชู ทามัง รอดชีวิตติดอยู่ใต้ซากบ้านตนเองที่หมู่บ้านคิมทัง เมืองนุวาโกต เป็นหนึ่งใน 14 เขตที่เสียหายร้ายแรงที่สุดในเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา

พร้อมกันนี้ นายอรุณ ปูเดล รองผู้กำกับการตำรวจกล่าวว่า นับเป็นเคราะห์ดีที่เจ้าหน้าที่ สามารถช่วยชีวิตชายชราคนดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งขณะนั้น เขาอยู่ในสภาพบาดเจ็บเล็กน้อยที่แขนซ้าย ขาซ้าย และหน้าอก เมื่อถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลที่เมืองพิทูรแล้ว ขณะที่แพทย์ระบุว่าสุขภาพยังดี ขณะที่นายทามังให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า เคยประสบเหตุแผ่นดินไหวตอนที่ตัวเองอยู่ในวัยยี่สิบกว่า เมื่อค.ศ.1934 ตอนนั้นแผ่นดินไหวขนาด 8 แมกนิจูด ส่วนครั้งนี้รอดมาได้ เพราะมีแป้งและน้ำกองอยู่ข้างๆ ตัวที่ใต้ซากให้กินประทังชีวิต

อย่างไรก็ตาม หลังจากภารกิจการค้นหาผู้รอดชีวิต จากเหตุมหาภัยพิบัคิครั้งนี้ยังคงดำเนินต่อไปเป็นวันที่ 9 ส่วนยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุครั้งนี้เพิ่มเป็น 7,059 รายแล้ว

MThai News

ผู้ลี้ภัย ชาวบาจาว วิธีชีวิตชาวเลไร้แผ่นดินแม้อพยพสู่ต่างแดน

ชาวบาจาว ชาวเลไร้แผ่นดิน ผู้อพยพที่อาศัยอยู่เหนือผืนน้ำในมาเลเซีย หลังลี้ภัยจากประเทศฟิลิปปินส์

PAY-The-Bajau-people

ในขณะที่เรากำลังใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย ทุกสิ่งรอบตัว เต็มไปด้วยเครื่องมืออำนวยความสะดวก ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่ใครจะรู้ว่า อีกมุมหนึ่งของโลก มีกลุ่มคนไร้แผ่นดิน ที่ต้องอาศัยอยู่กลางทะเล ไร้สิ่งอำนวยความสะดวก ท่ามกลางเทคโนโลยีที่กำลังเดินทาง พัฒนา และ ก้าวไกล พวกเขากำลังดำผุดดำว่ายอยู่กลางทะเล ตั้งแต่ตื่น จนกระทั่งนอนหลับ

ชาวบาจาว เป็นกลุ่มคนไร้สัญชาติ และต้องเร่ร่อน อย่างไร้จุดหมาย ในสถานะผู้ลี้ภัย จากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งอาศัยอยู่ในกระท่อม พื้นเสายกสูงกลางท้องทะเล มียานพาหนะเป็นเรือแคนู และดำรงชีวิตด้วยการทำประมง ล่าสัตว์น้ำ และเลี้ยงปลา ซึ่งทางการมาเลเซีย อนุญาตให้ชาวบาจาว อาศัยอยู่ในน่านน้ำของตนได้ ด้วยเหตุผลทางด้านมนุษย์ธรรม

ชาวบาจาวอาศัยรายได้ในการสรรหาสิ่งจำเป็นในชีวิต จากผลผลิตทางทะเลที่สามารถทำการประมงมาได้ เด็กๆขาดการศึกษาเนื่องจากต้องแบ่งเบาภาระพ่อแม่ด้วยการช่วยงานประมง ซึ่งพวกเขา ใช้อุปกรณ์ดั้งเดิม คือหอก ในการหาปลา ทั้งยังทำหน้าที่จำหน่ายสัตว์ทะเลเหล่านี้ ซึ่งภารกิจของเด็กๆ เริ่มต้นขึ้นแต่เช้า จรดเย็น ซึ่งวิถีชีวิตเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะหาได้จากที่ใดในโลก

ทั้งนี้ทั้งนั้น ชาว บาจาว ชาวเลเร่ร่อน ที่ยังคงปฏิบัติตามวิถีชีวิตดั้งเดิมของบรรพบุรุษ เดินทีมีภูมิลำเนาอยู่บริเวณทะเลซูลู นอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ ในประเทศฟิลิปปินส์ และเกาะแก่งต่างๆที่ล้อมรอบเกาะสุลาเวสี ของอินโดนีเซีย ซึ่งถือว่าเป็นน่านน้ำที่อันตรายที่สุดในโลก และถูกรุกล้ำจากผู้บุกรุก ด้วยความที่ชาวบาจาวไม่มีกองกำลัง และปราศจากอาวุธ จึงทำได้เพียงอพยพหลบหนีภัยอันตรายที่เกิดขึ้นเท่านั้น

แต่กระนั้น ไม่ใช่ทั้งหมดที่ยังคงยึดอาชีพ ชาวเล อยู่ในขณะนี้ เนื่องจากชาว บาจาว บางส่วน ผันตัวไปประกอบอาชีพปศุสัตว์ และเกษตรกร ชาวบาจาว มีทักษะการควบม้าเป็นเลิศ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น คาวบอยตะวันออก ส่วนในด้านความเชื่อชาวบาจาว ไม่เพียงอาศัยอยู่เหนือท้องทะเล แต่หากยังมีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเป็นเทพเจ้าจากท้องทะเลอีกด้วย

บาจาว,ชาวเล,ชาวเลไร้แผ่นดิน,บ้านเหนือทะเล,บ้านในทะเล

บาจาว,ชาวเล,ชาวเลไร้แผ่นดิน,บ้านเหนือทะเล,บ้านในทะเล

บาจาว,ชาวเล,ชาวเลไร้แผ่นดิน,บ้านเหนือทะเล,บ้านในทะเล

MThai News
ที่มา  peoplesoftheworld

ผู้ประท้วงผิวสี เชื้อเอธิโอเปีย ปะทะตร. ต้านเหยียดผิว

เจ้าหน้าที่ตำรวจอิสราเอล เข้าสลายการชุมนุม ผู้ประท้วงชาวยิวเชื้อสายเอธิโอเปีย หลังพยายามบุกยึดสถานที่ราชการสำคัญในเมืองเทลอาวีฟ

อิสราเอล,ประท้วง,ผิวสี,เหยียดสีผิว,เอธิโอเปีย

วันนี้ (5 พ.ค.) สำนักข่าว ‘บีบีซี’ รายงานข่าวนายยิตซ์ฮัค อาฮาโรโนวิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอิสราเอล แถลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อประณามการเดินขบวนประท้วงของประชาชนชาติพันธุ์เอธิโอเปีย ซึ่งเป็นกลุ่มคนผิวสี ในย่านใจกลางกรุงเทลอาวีฟ ถือให้การรวมตัวครั้งเป็น เป็นเหตุจราจล ในเมืองเทลอาวีฟ ประเทศ อิสราเอล

สาเหตุเนื่องจากก่อนหน้านี้ ผู้ประท้วงนับพันราย ออกมาลุกฮือ ต่อต้านการเหยียดสีผิว ด้วยการบุกยึดอาคารในเขตเทศบาลเมือง พร้อมทั้งขว้างปาสิ่งของ ทำลายร้านค้าและสถานที่ราชการ หลังจากถูกห้าม ไม่ให้เข้าไปภายในสำนักงานเทศบาลกรุงเทลอาวีฟ ทางการจึงส่งตำรวจปราบจลาจลเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยเจ้าหน้าที่ใช้ระเบิดควันและระเบิดเสียงเป็นอาวุธหลัก ร่วมกับรถฉีดน้ำแรงดันสูงและการยิงแก๊สน้ำตาเป็นระยะ พร้อมรวบตัวผู้ประท้วงรวม 26 ราย

ชนวนเหตุของการลุกฮือในครั้งนี้ ปะทุขึ้นหลังจาก คลิปตำรวจในครื่องแบบ 2 นายรุมทำร้ายทหารอิสราเอลเชื้อสายเอธิโอเปียนอกเครื่องแบบถูกเผยแพร่ จุดประกายความไม่พอใจในสังคมเกี่ยวกับปัญหาการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและศาสนา รวมถึงการกระทำที่เกินกว่าเหตุ

อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจกรุงเทลอาวีฟ ออกแถลงการณ์ยืนยันเรื่องการติดตามตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมาย แต่เตือนเรื่องการชุมนุมเพื่อก่อความวุ่นวายในชุมชนถือเป็นพฤติกรรมที่ละเมิดกฎหมายเช่นกัน

ปัจจุบันอิสราเอลมีพลเมืองเชื้อสายเอธิโอเปียมากกว่า 135,000 คน โดยอพยพเข้ามา 2 ครั้ง ในช่วงปี 2527 และ 2534 ทั้งนี้ความแตกต่างทางสังคม ที่ชาวเอธิโอเปียในประเทศ ที่มีรายได้ต่ำ และถูกตีตราเป็นเหมือนพลเมืองชั้นสอง จึงไม่ได้รับการศึกษาที่ทัดเทียมกับพลเมืองทั่วไป ทั้งยังเป็นที่มาของปัญหา อาชญากรรม และจบลงที่การถูกคุมขังในเรือนจำในที่สุด

ซึ่งครั้งนี้ ไม่ใช่เหตุการณ์แรก ที่ชาวยิวเชื่อสายเอธิโอเปีย ออกมาเคลื่อนไหว เนื่องจาก เมื่อปี 2556 มีเหตุประท้วงในหัวข้อความขัดแย้ง หลังจากเจ้าของบ้านชาวอิสราเอล ปฏิเสธปล่อยที่พัก ให้กลุ่มคนผิวสีเช่า

MThai News

ที่มา BBC