ยอดผู้เสียชีวิตแผ่นดินไหวเนปาล ขณะนี้พุ่งเกิน 6,300 ศพ เจ็บกว่า 14,350 ราย ขณะที่ทีมกู้ภัยยังค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากอาคารต่อเนื่อง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งหายนะ ที่ประเทศเนปาล ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ สามารถกู้ศพได้แล้วราว 6,300 ศพ และพบผู้ได้รับบาดเจ็บที่สามารถยืนยันได้กว่า 14,350 ราย

ทั้งนี้ทางการเนปาล และหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ยอดผู้เสียชีวิต และ ผู้ได้รับบาดเจ็บ อาจพุ่งสูงขึ้นทุกวัน เนื่องจาก หมู่บ้าน ใน เมือง กูรข่า จุดใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว พังถล่มราบคาบ โดยมีรายงานว่า ตกโรงพยาบาล ในเมือง กูรข่า พังถล่มลงมาหมดด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ เจ้าหน้ากู้ภัย ในหลายๆ จุดต้องเผชิญปัญหา สภาพอากาศที่หนาวเย็น และบางจุดก็มีฝนตกลงมาส่งผลกระทบต่อเส้นทางในการเข้าไปกู้ภัยในแต่ละจุดและอาฟเตอร์ช็อก ยังคงเขย่าอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ขณะที่ ในบางพื้นที่ของเขตชนบทห่างไกลมีปัญหาการปล้นสะดมรถบรรทุกสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่จะนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่
เนื่องจากการแจกจ่ายอย่างไม่ทั่วถึงและล่าช้า ขณะที่สภากาชาดเตือนว่าในพื้นที่ชนบท ซึ่งอยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหวน่าจะเสียหายรุนแรง ขอให้รัฐบาลเนปาลเตรียมรับมือกับการจัดการในภาวะวิกฤตครั้งรุนแรงที่จะเกิดขึ้น
ทีมแพทย์เมิร์ธปักหลักรักษาผู้ป่วยดินไหวเนปาล
นพ.จรุงวิทย์ ปลื้มเปรมจิต หัวหน้าทีมแพทย์เมิร์ธ จากกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการมาตั้ง โรงพยาบาลสนาม หรือ สถานบริการสาธารณสุข ในพื้นที่ ตำบลซิปปะกัต อำเภอสินธุปาโชค เป็นพื้นที่อยู่ติดกับแนวชายแดนทิเบต และอยู่ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุ ไปประมาณ 80 กม. ว่า หลังจากทีมแพทย์ของไทยได้มาตั้ง โรงพยาบาลสนาม บริเวณใต้สะพาน ข้ามแม่น้ำอินทราวตี ก็มีชาวบ้าน ในย่านนี้ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว และ มีอาการเจ็บป่วย มาขอเข้ารับการรักษา รวมประมาณ 170 คน
โดยแบ่งกลุ่มอาการเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นไข้ปวดหัวตัวร้อน และอีกกลุ่ม คือ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกระดูกหัก มีแผลฉีกขาด ซึ่ง เมื่อวานมีทีมแพทย์จาก ประเทศเนปาล เข้ามาดูแลผู้ป่วย จึงร่วมกันกับแพทย์ไทยในการรักษา เพราะ แพทย์เนปาล สามารถ สื่อสารภาษาเนปาล กับคนไข้ได้ง่ายกว่า และช่วยเป็นล่ามให้
อย่างไรก็ตาม ทีมแพทย์เมิร์ธ จะยังคงปักหลัก รักษาผู้ป่วยอยู่ที่ โรงพยาบาลสนาม แห่งนี้ เพื่อให้การบริการด้านสาธารณสุข กับชาวบ้าน เพราะพื้นที่แห่งนี้ เป็น 1 ใน 4 ของเมืองที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว กว่า 90 % และอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองกาฐมาณฑุ มาก
จนท.ยังเดินหน้ากู้ซากตึกกาฐมาณฑุ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หน่วยกู้ภัยในกรุงกาฐมาณฑุยังคงขุดค้นซากปรักหักพังเพื่อช่วยเหลือผู้ที่อาจรอดชีวิตและซากศพ โดยใช้เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ แม้โอกาสจะพบผู้รอดชีวิตจะน้อยลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งในแต่ละวันยังมีปาฏิหาริย์พบผู้ที่ยังคงรอดชีวิตทั้งที่ถูกฝังทั้งเป็นนานเกือบ 1 สัปดาห์แล้วก็ตาม ปัญหาใหญ่ของหน่วยกู้ภัยขณะนี้คือ จะต้องเร่งเผาศพที่พบโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันโรคระบาดด้านหน่วยบรรเทาทุกข์ของทางการเนปาลเริ่มเข้าไปให้ความช่วยเหลือชาวบ้านในชนบทที่ห่างไกลซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะยากจน แม้สภาพอากาศจะไม่อำนวย ทั้งนี้ โดยเมื่อปี 2477 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8 ริกเตอร์ มีผู้เสียชีวิต ในเนปาล ราว 8,500 คน
UNSCสร้างพักชั่วคราว-FAOกังวลขาดอาหารระยะยาว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ระบุการก่อสร้างศูนย์ที่พักชั่วคราว ให้กับผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในประเทศเนปาล แล้ว 13 แห่ง แต่สามารถรองรับประชาชนได้ราว 24,000 คนเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก เนื่องจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ สร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือนไม่ต่ำกว่า 130,000 หลัง ด้านองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO กังวลว่าเนปาลจะประสบกับภาวะขาดแคลนอาหารในระยะยาว และภาวะความเป็นอยู่ของประชาชนที่จะแร้นแค้นมากขึ้น เนื่องจากส่วนใหญ่ดำรงชีวิตด้วยการประกอบอาชีพด้านการเกษตร แต่พื้นที่ทำกินได้รับความเสียหายทั้งหมดจากแผ่นดินไหว
รบ.เนปาลมอบเงินช่วยเบื้องต้นผู้ประสบภัยดินไหว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าสถานีวิทยุแห่งชาติของเนปาลเผยแพร่แถลงการณ์ของรัฐบาล เรื่องการมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 100,000 รูปี ( ราว 33,000 บาท ) ให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 7.8 แมกนิจูด เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว ซึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตมากเกิน 6,300 ศพ แล้ว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอีก 40,000 รูปีแยกต่างหาก ( ราว 13,200 บาท ) สำหรับเป็นเงินช่วยเหลือในการประกอบพิธีศพขณะที่ธนาคารกลางเนปาลประกาศคำสั่งให้สถาบันการเงินทุกแห่งภายในประเทศเปิดทำการอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมงในแต่ละวัน เพื่อรองรับความต้องการของประชาชน
ทูตEUประจำเนปาลเผยชาวยุโรปยังสูญหายราว1พันคน
สำนักข่าวต่างประเทศายงานว่า นาย เรนส์เจ ทีรินค์ เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำเนปาล เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า มีชาวยุโรปสูงสุดราว 1,000 คนที่ยังสูญหายส่วนใหญ่ขาดการติดต่อบริเวณรอบๆเส้นทางไต่เขายอดนิยม และยังไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ไหน และมีชะตากรรมเป็นอย่างไรและยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะแกะรอยผู้สูญหาย เพราะนักท่องเที่ยวสะพายเป้ส่วนใหญ่ไม่ได้ลงทะเบียนกับสถานทูตของพวกเขาในเนปาลจากการตรวจสอบของกับรัฐบาลชาติต่างๆพบว่าในจำนวนพลเมืองอียูที่สูญหายนั้นมาจากฝรั่งเศส อิตาลีและสเปน 221 คน ขณะที่ประเทศอื่นๆยังไม่ได้ให้ข้อมูลล่าสุดว่ามีพลเมืองของพวกเขามากน้อยแค่ไหนที่ยังสูญหาย


