วุ่น! อพยพชาวโคโลญ หลังพบระเบิดสงคราม

เจ้าหน้าที่เร่งเก็บกู้วัตถุระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่สองใน เมืองโคโลญจน์ พร้อมทั้งสั่งอพยพประชาชนครั้งยิ่งใหญ่ กว่า 2 หมื่นราย

วานนี้ (27 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวกรณีที่ ทางการเมืองโคโลญจน์ของเยอรมนีสั่งอพยพประชาชนราว 20,000 คน ออกจากพื้นที่ หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบวัตถุระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งอยู่ใกล้กับสะพานมูลไฮม์ ที่พาดผ่านแม่น้ำไรน์ ระหว่างเตรียมการฝังท่อใต้ดินระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าเก็บกู้และปลดชนวนระเบิด น้ำหนัก 1 ตัน โดยการอพยพครั้งนี้ นับเป็นการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดของเมืองโคโลญหลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

สงครามโลกครั้งที่ 2,เมืองโคโลญ,อพยพ,ระเบิด,เยอรมนี

ทั้งนี้ระเบิดน้ำหนัก 1 ตัน ถูกฝังลึกลงไปใต้ดินความลึก 5 เมตร ทว่าเจ้าหน้าที่ค้นพบระหว่างการเตรียมก่อสร้างท่อส่งสาธารณูปโภคเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่า วัตถุระเบิดดังกล่าว เป็นระเบิดที่ออกแบบโดยสหรัฐฯ มีอายุมากกว่า 70 ปี ต่อมาทางการได้สั่งปิดพื้นที่ในรัศมี 1 กม.รอบจุดที่พบระเบิด พร้อมสั่งปิดทำการเรียนการสอนที่โรงเรียนหลายแห่ง รวมทั้งปิดเส้นทางสัญจรในแม่น้ำไรน์ และน่านฟ้า อีกทั้งยังสั่งอพยพผู้พักอาศัยในศูนย์ดูแลคนชราและผู้พิการที่อยู่ใกล้เคียงในระหว่างปฏิบัติการกู้ระเบิด

อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปีมีการค้นพบวัตถุระเบิด ที่ยังไม่ปะทุหลายร้อยตันในประเทศเยอรมนี โดยเฉพาะในเมืองโคโลญจน์ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ของการทิ้งระเบิดโจมตีของฝ่ายสัมพันธมิตรในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

สงครามโลกครั้งที่ 2,เมืองโคโลญ,อพยพ,ระเบิด,เยอรมนี

MThai News

ที่มา  dw

สาวโวย สุวรรณภูมิ ห้าม พนง.ใช้ถุงหูหิ้วและกล่องโฟม

สาวโพสต์ โวย สุวรรณภูมิ ห้ามพนง.ใช้ถุงหูหิ้วและกล่องโฟม

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนสังคมออนไลน์ เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้โพสต์ข้อความระบายเหตุที่สนามบินสุวรรณภูมิห้ามพนักงานใช้ถุงหูหิ้วและกล่องโฟม โดยเผยว่า

พนักงานAOT ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ห้ามไม่ให้บุคคลหรือพนักงานนำข้าวหรือซื้อข้าวและอาหารเข้าไปทานบริเวณเขตพื้นที่การทำงานของแต่ละบริษัท พนักงานแต่ละคนบ่นกันมากเพราะถือถุงข้าวเข้าช่องทางผ่านเข้าสนามบิน ทางเจ้าหน้าที่การท่าก็มาห้ามไม่ให้เอาเข้าไปพร้อมกับนำข้าวและกับข้าว ไปทิ้งขยะพร้อมกับพูดจาไม่ดีและไล่ให้ไปซื้อกล่องข้าวมาใส่เข้าไป และห้ามนำข้าวใส่ถุงที่ซื้อจากร้านค้าข้างนอกนำเข้าไป

11266562_1541321875988477_6266181993342041935_n

ความเดือดร้อนของพนักงานคือแค่เวลาเตรียมตัวมาทำงานก็แทบจะไปทันอยู่แล้ว ก็เลยหาซื้อกับข้าวข้างนอกเข้าไปด้วยเนื่องจากเตรียมตัวมาทำงานและการเดินทางมาทำงานก็ใช้เวลามากแล้ว จะให้ทำกับข้าวห่อใส่กล่องมาเองเวลาคงไม่ทันและเชื่อว่าชีวิตการทำงานของคนส่วนใหญ่ก็เป็นแบบเดียวกัน แต่ประเด็นหลักของการท่าอากาศยานไม่ให้นำอาหารเข้ามี2ประเด็น

1.เนื่องจากทางพื้นที่ฟรีโซนหรือพื้นที่เขตคาโก้สนามบินมีขยะเยอะ และต้นเหตุหรือเหตุการณ์ถุงพลาสติกที่ใช้คุมคาโก้ปลิวเข้าไปในเครื่องยนต์เจ็ทของเครื่องบินของสายการบินหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เหตุที่มาจากซื้อข้าวเข้าไปทานเลย

2.เนื่องจากทางพื้นที่ข้างในสนามบินมีการขายข้าวและอาหารที่แพงมากเพราะผู้ประกอบการจ่ายท่าเช่าที่แพง จึงเป็นเรื่องของผลประโยชน์ระหว่างผู้เช่ากับทางอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงมีการห้ามพนักพนักที่ทำงานในพื่นที่ห้ามนำอาหารเข้ามาเพราะกลัวไม่มีใครไปซื้อข้าวในร้านค้าข้างในและพนักงานที่ทำงานหาเช้ากินค่ำทำงานเงินเดือนชนเดือนคงไปซื้อข้าวที่มีราคาแพงข้างในสนามบินทั้งเดือนคงไม่ไหว หลายคนจึงเลือกทางเลือกโดยการซื้อข้าวและกับข้าวข้างนอกที่ถูกกว่ามาทานแทนเพื่อความประหยัด

อย่างไรก็ตามหลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ออกไปได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ชาวสังคมออนไลน์มองว่าสามารถใช้ถุงผ้าแทนได้และเป็นการลดภาวะโลกร้อนอีกด้วยพร้อมทั้งให้คำนึงถึงกฎระเบียบน่าจะดีที่สุดเพราะเพื่อความปลอดภัยของสนามบินด้วย ไม่ควรจะมาเรียกร้องอะไร ให้เป็นเรื่องใหญ่
MThai News

ยังไงกัน ตร.รุมตรวจรถซิ่ง แต่เอาผิดไม่ได้เลย

สุดยอด ตำรวจรุมตรวจรถทั้งคัน แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

ชาวสังคมออนไลน์ได้แชร์ภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณประพล รัชวัตร์ ได้โพสต์ภาพแชร์ประสบการณ์ที่ถูกตำรวจรุมตรวจทั่วรถแต่ไม่สามารถเอาผิดตนได้

1551535_661226754021529_8948253556310817602_n

เนื่องจากตนมีหลักฐานรายละเอียดแจ้งการเปลี่ยนสีกับกรมการขนส่งทางบก มีเอกสารเรียบร้อย รวมถึงเอกสารจดแจ้งโหลด และติดแก๊ส โดยได้เอาไปให้วิศวกรสามัญสายเครื่องกลเซ็นรับรองให้และได้แจ้งต่อขนส่งเรียบร้อยแล้ว ซึ่งรถของตนใส่โรบาร์6จุดแต่ไม่ได้ถอดเบาะหลังส่วนมากที่เห็นโดนจับกันคือไม่ใส่เบาะหลังทำให้โดนข้อหาอุปกรณ์ไม่ครบส่วน

โดยรถของตนส่วนมีขนาดล้อ9นิ้ว ตนก็คิดเองคือตามที่เขียนกันมาว่าห้ามล้อยื่นเกินหลายๆนิ้ว แต่ของตนไม่ถึงนิ้นิ้ว ส่วนของท่อก็ไม่ผิดแต่อย่างใด ทั้งนี้หากเจอเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจอย่าอวดเก่ง อย่าเบ่งและให้คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดีๆเพราะเขาทำตามหน้าที่ รวมถึงตนหวังว่าข้อมูลที่แชร์นี้จะเป็นประโยชน์ต่อชาวสังคมออนไลน์ไม่มากก็น้อย พร้อมทั้งระบุว่ารวมค่าใช้จ่ายดำเนินการเอกสารและแจ้งทั้งหมดแค่ 2000 บาทเอง อยากให้คนทำตามกฎหมายและไม่ใช่เรื่องยุ่งยากแต่อย่างใด

MThai News

ขอบคุณที่มา สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณประพล รัชวัตร์