สธ.เตือน ใช้เครื่องถ่ายเอกสารเสี่ยงเป็นโรค

กระทรวงสาธารณสุข ออกมาเตือนผู้ที่ต้องทำงานกับเครื่องถ่ายเอกสาร ระวังผงหมึก-สารเรืองแสง ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ และเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งได้

วันนี้ 26 พ.ค. ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สธ. เปิดเผยว่าเครื่องถ่ายเอกสารที่ใช้ในสำนักงาน มีอันตรายจากกลิ่นสารเคมี ทำให้ระคายเคืองตา จมูก วิงเวียนศีรษะ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคระบบหายใจ เช่น โรคหอบหืด ส่วนสารเรืองแสง จากเครื่องในขณะที่ถ่ายเอกสาร อาจทำให้แสบตา กระจกตาอักเสบ อีกทั้งผงหมึกในเครื่องถ่ายเอกสาร เป็นสารเคมีที่เป็นอันตราย

อันตรายจากเครื่องถ่ายเอกสาร

ทั้งนี้ ศ.นพ.รัชตะ รมว.สธ. แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสผงหมึกหรือสูดดมเอาผงหมึกเข้าสู่ร่างกาย เนื่องจากสารที่เคลือบไว้ที่ลูกกลิ้งเครื่องถ่ายเอกสาร จะระเหยออกมาในระหว่างใช้งาน เช่น เซเลเนียม หากสูดดมมากเกินไป ลิ้นจะเฝื่อน อาหารไม่ย่อย วิงเวียนศีรษะ และเมื่อได้รับในปริมาณที่สูง จะเป็นอันตรายต่อตับและไต ส่วนแคดเมียมเป็นสารก่อมะเร็ง จะถูกปล่อยออกจากเครื่องถ่ายเอกสารน้อยกว่าเซเลเนียม แต่เป็นอันตรายมากกว่า

ทางด้าน ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า ผู้ใช้เครื่องถ่ายเอกสารต้องรู้จักวิธีป้องกันตนเอง โดยทุกครั้งควรปิดฝาครอบให้สนิท พร้อมทั้งติดตั้งพัดลมดูดอากาศ เฉพาะที่ในห้องถ่ายเอกสาร สวมถุงมือแบบใช้แล้วทิ้งและสวมหน้ากากกันฝุ่นขณะเติมผงหมึก และหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับลูกกลิ้งด้วย ซึ่งจะเป็นการช่วยลดภาวะเสี่ยงต่างๆจากเครื่องถ่ายเอกสาร

MThai News

ค้นบ้านหรูแกนนำ’ยูฟัน’ย่านบางพลี

ตำรวจบุกค้นบ้านพักแกนนำระดับ 1 เครือข่าย ‘ยูฟัน’ ย่านบางพลี ไม่พบทรัพย์สิน ชี้ถูกเคลื่อนย้ายหนีผิด ขู่ให้แสดงตัวและคืนทรัพย์ภายในพรุ่งนี้

วันที่ 26 พ.ค. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผบ.ตร. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ.นำหมายศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นและอายัดทรัพย์สินของ นายวีรวิชญ์ จารุพัฒนไพศาล หรือ อเล็กซ์ อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคนที่ 26 แกนนำระดับ 1 ของบริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด ที่มีทรัพย์สินหลายล้านบาท และเป็นผู้เชิญชวนให้ดาราและพิธีกร เข้าร่วมฟังการบรรยายทำธุรกิจยูฟัน ซึ่งขณะนี้ยังคงหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ

ค้นบ้านยูฟัน

ตำรวจบุกค้นบ้านพักแกนนำระดับ1 ‘ยูฟัน’

จากการตรวจสอบภายในบ้านเลขที่ 559/67 หมู่บ้านนารา โบทานิค ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ไม่พบทรัพย์สิน และสิ่งของรวมถึงเอกสารใด ๆ ในบ้านหลังดังกล่าว โดยทราบว่า นายอเล็กซ์ ซื้อบ้านหลังดังกล่าวในช่วงเดือนพ.ย.2557 และได้ย้ายทรัพย์สิน รวมถึงรถหรูป้ายแดง 2 คัน ออกในช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการอายัดไว้เพื่อส่งให้ ป.ป.ง. ตรวจสอบ และขายทอดตลาดต่อไป

ส่วนรถยนต์ 2 คัน ที่เคลื่อนย้ายออกไปก่อนหน้านี้ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัวผู้ที่ครอบครอง และเคลื่อนย้ายออกไปแล้ว โดยจะให้เวลาถึงพรุ่งนี้ (27 พ.ค.) ให้บุคคลดังกล่าวเข้ามาติดต่อเพื่อแสดงตัว และส่งมอบรถยนต์ทั้ง 2 คัน ให้เจ้าหน้าที่ หากยังไม่เข้าพบจะดำเนินการเข้ายึดและแจ้งข้อหา ฐานยักย้ายซ่อนเร้นทรัพย์ของเครือข่ายยูฟัน

นอกจากนี้ ยังได้เข้าตรวจ ห้องเช่าเลขที่ 577/784 ภายในคอนโดมิเนียม พาร์คแลนด์ ศรีนครินทร์ อาคารดี ชั้น 4 เนื่องจากสืบสวนพบว่า นายอเล๊กซ์ เช่าห้องพักดังกล่าวไว้ แต่จากการสอบถามผู้ดูแล และเข้าตรวจค้น พบเพียงห้องว่างเปล่า โดยผู้ดูแลระบุว่านายอเล็กซ์ มาเช่าห้องดังกล่าวไว้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนม.ค.ที่ผ่านมา แต่ต่อมาเจ้าของห้องทราบว่า นายอเล็กซ์ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดียูฟัน จึงแจ้งเจ้าของอาคารเพื่อยกเลิกสัญญา และขอห้องพักดังกล่าวคืน โดยนายอเล็กซ์ ได้ส่งคนมาย้ายของในห้องออกในช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา

ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก ครอบครัวข่าว 3

MThai News

‘ณัฐวุฒิ’ ข้องใจทำไม ‘บิ๊กตู่’ ไม่เอ่ยที่มานายก

‘ณัฐวุฒิ’ สงสัย ทำไม ‘บิ๊กตู่’ ไม่พูดถึงที่มานายกฯ เชื่อทำได้ยากหลักประกัน ไม่ขัดแย้ง ไม่คอร์รัปชั่น ไม่รัฐประหาร หลังเลือกตั้ง

วันที่ 26 พ.ค.58 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.)เสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ 120 ประเด็น รวมถึงกรรมาธิการ(กมธ.) ปฏิรูปการเมือง และกมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ 129 ประเด็น หลังประชุม ครม. วานนี้ (25 พ.ค. 58) ว่า

การที่นายกน พยายามอธิบายการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำในนามครม.ไม่ใช่ คสช. นั้นไม่ว่าจะอธิบายอย่างไรผลสุดท้ายก็เหมือนคำสั่งเดียวกัน เพราะเป็นการลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ซึ่งถือว่าเป็นคนๆ เดียวกัน เรื่องเดียวกัน

12345+12345

ขณะเดียวกัน ตนสงสัยว่าทำไมนายกฯ ไม่พูดถึงที่มาของนายกฯ หรือกำลังจะชูธงให้เห็นว่าคสช.เอาแน่เรื่องนายกรัฐมนตรีที่มาจากคนนอก ใช่หรือไม่ ส่วนเรื่องที่มาของส.ส.และส.ว.ก็ยังอ้อมแอ้ม หมายความว่าเป็นแบบร่างแรกก็รับได้หรืออย่างไร นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ถามหาหลักประกันหลังการเลือกตั้ง ทั้งจะเดินหน้าปฏิรูป ไม่ขัดแย้ง ไม่คอร์รัปชั่น ไม่รัฐประหาร ด้วยว่า

เรื่องนี้ใครๆ ก็อยากได้ แต่ในความเป็นจริงถือเป็นเรื่องยาก เพราะจนถึงวันนี้เนื้อหารัฐธรรมนูญ ก็ยังไม่มีหลักประกันจะเป็นประชาธิปไตย เนื่องจากยังไม่มีหลักประกันว่าอำนาจต่างๆ ที่สร้าง 2 มาตรฐานนั้นจะยุติการเคลื่อนไหว ไม่มีหลักประกันว่าทุกองค์กรจะทำหน้าที่เคร่งครัดตามกรอบกฎหมาย ไม่ทำในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ และไม่มีแม้หลักประกันความเป็นนิติรัฐที่ยึดหลักนิติธรรมอย่างเสมอภาคเท่าเทียม

MThai News