24 ปี อุบัติภัย ‘เลาดา แอร์’ เที่ยวบินมรณะ สัญชาติออสเตรีย ผู้เคราะห์ร้ายสังเวยชีวิต 223 ศพ หลังดิ่งโลกที่บ้านท่าเสด็จ จ.สุพรรณบุรี นับได้ว่า เป็นอุบัติเหตุทางอากาศยานครั้งร้ายแรงที่สุดของประเทศไทย
จากหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศไทย มีเหตุการณ์มหาอุบัติภัย ครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่ง ที่คนรุ่นหลังน้อยคนนักจะสัมผัสถึงรอยบาดแผล ที่เกิดขึ้นในอดีตครั้งนี้ เมื่อ 24 ปีที่แล้ว ซึ่งตรงกับวันที่ 26 พ.ค. 2534 ได้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความร้าวราญให้กับญาติผู้โดยสารกว่า 223 ราย ที่โดยสารมาพร้อมกับเครื่องบินโบอิ้ง 767-300ER จากสายการบิน ‘เลาดา แอร์’ เที่ยวบิน NG004 ซึ่งเหยื่อทั้งหมดต้องมาจบชีวิตลง หลังจากเครื่องบินลำดังกล่าว ไฟไหม้กลางเวหา และดิ่งลงสู่พื้นโลก จากสาเหตุความผิดพลาดของเครื่องจักรกลยานยานยนต์ และถือเป็นอุบัติเหตุเครื่องบินตกครั้งที่ร้ายแรงที่สุดของสายการบินสัญชาติออสเตรีย ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

’ เที่ยวบิน NG004’ มีจุดเริ่มต้นจากจากฮ่องกงในเวลา 21.05 น. มุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (ในขณะนั้น) เมื่อเวลา 23.02 น. และมีปลายทางมุ่งหน้าไปยังท่าอากาศยานเวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย พร้อมผู้โดยสาร 213 ราย และลูกเรือ 10 ราย รวมทั้งสิ้น 223 ชีวิต ภายใต้การปฏิบัติหน้าที่ กัปตัน Thomas J. Welch ชาวอเมริกัน ผู้เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ และชั่วโมงการบินในระดับสูง พร้อมด้วย Josef Thurner ผู้ช่วยนักบินชาวออสเตรีย โดยขณะที่เครื่องทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ไม่พบความผิดปกติใดๆ แต่หลังจากทะยานออกจากท่าอากาศยานดอนเมืองราว 15 นาที ได้สูญหายไปจากจอเรดาร์เมื่อเวลา 23.17 น. ความวุ่นวายจึงเริ่มขึ้น ณ บัดนั้น เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศจากสายการบน จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ในประเทศไทย จากหน่วยงาน BANGKOK DEPARTURES แม้จะพยายามติดต่อกับอากาศยานที่ล่องหนไปอย่างไร้สาเหตุ แต่กลับไม่พบวี่แววใดๆ
เหตุการณ์เข้าสู่ภาวะตึงเครียดอย่างร้ายแรง เมื่อประจักษ์พยาน ซึ่งเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เห็นเหตุการณ์ขณะที่เครื่องบินขนาดใหญ่ระเบิดกลางอากาศ ชิ้นส่วนของเครื่องบินแตกกระจายแล้วร่วงหล่นเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ลงสู่พื้นดิน บริเวณป่าทึบของเขตอุทยานแห่งชาติเขาพุเตย ที่มีพื้นที่ในบริเวณนั้นเป็นป่ารกทึบ สลับกับหุบเขาสูงและหน้าผาหินปูนโดยชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าลูกไฟขนาดใหญ่หลายดวงที่เกิดจากเครื่องบินระเบิดหล่นลงมากระจัดกระจายกินพื้นที่ เป็นบริเวณกว้างหลังจากนั้นไม่นาน ในเวลา 23.20 เจ้าหน้าที่พบซากเครื่องบินบริเวณอุทยานแห่งชาติพุเตย จังหวัดสุพรรณบุรี ไร้เงาผู้รอดชีวิตในที่เกิดเหตุ

หลังจากเกิดเหตุการณ์เลวร้าย และภารกิจในการเก็บกู้ซากผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก และ ขั้นตอนต่อไปในการดำเนินการ คือการหาสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งเป็นต้นตอที่ทำให้เที่ยวบินมรณะลำนี้ ระเบิดกลางอากาศ และดิ่งสู่พื้นโลก ด้วยความร่วมมือจากตัวแทนของทีมวิศวกรการบินที่ เจ้าหน้าที่จากกรมการขนส่งออสเตรีย และเจ้าหน้าที่จากองค์กรการบินนานาชาติ (N.T.S.B.) รวมไปถึงสมาพันธ์การบินสหรัฐฯ (F.A.A.) ที่ลงพื้นที่ด่านช้างในทันที ขณะที่ทีมสำรวจลงพื้นที่ พบว่ายังมีกลุ่มควันพวยพุ่งโดยรอบบริเวณสิ่งที่น่าสลดใจอย่างมากในครั้งนั้น คือในเบื้องต้นทีมกู้ภัยสามารถทำการพิสูจน์ทราบศพผู้เสียชีวิตได้เพียงแค่ 72 ศพจากจำนวนทั้งหมด 223 คน
ทว่าต้นตอของเรื่องราวเลวร้ายที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น ถูกหยิบยกมาเป็นกรณีศึกษา และผ่านการวิจัยอย่างพิถีพิถัน ทั้งน้ำหนักบรรทุกอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ศูนย์กลางในการถ่วงเป็นไปตามกำหนด ไม่พบความผิดปกติของโครงสร้างเครื่องบิน รวมไปถึงเครื่องยนต์ และที่น่าแปลกใจคือ เครื่องบินลำนี้มีอายุการใช้งานได้เพียงแค่ 2 ปี จากการตรวจสอบ พบความผิดปกติเพียงแค่ว่า ส่วนฝาครอบเครื่องยนต์ ถูกใช้งานมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น และยังพบหลักฐานบริเวณยางรอบช่องทางอากาศชี้ว่า เครื่องบินมีท่าทางบินที่ผิดปกติ โดย ‘นิกิ เลาด้า’ เจ้าของสายการบิน เลาดา แอร์ ได้ลงพื้นที่ พร้อมทั้งอำนวยการค้นหาร่างผู้เสียชีวิตด้วยตัวเอง

‘นิกิ เลาด้า’ เจ้าของสายการบิน เลาด้า แอร์ ขณะลงพื้นที่ พร้อมทั้งอำนวยการค้นหาร่างผู้เสียชีวิตด้วยตัวเอง
จากการสืบสวนโดยสรุปพบว่า ลูกเรือจากสายการบินได้รับการฝึกอบรมเป็นอย่างดี และมีหนังสือรับรองการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับ รวมทั้งเครื่องบินได้รับการรับรอง บำรุงรักษา ตรงตามระเบียบทุกประการ ส่วนปัจจัยทางด้านสภาพภูมิอากาศ ไม่ถูกนำมาประกอบการพิจารณะ เนื่องจากไม่มีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ผิดปกติในขณะเกิดเหตุ ผลสรุประบุว่าเครื่องบินเกิดเพลิงไหม้ก่อนดิ่งถึงพื้นโลก พร้อมทั้งระบุว่า สาเหตุเกิดจากความผิดปกติภายในตัวบิน โดยคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุจากรับบาลไทย สรุปสาเหตุว่า Thrust Reverser เครื่องยนต์ซ้ายได้กางออกในอากาศ โดยนักบินไม่ได้บังคับให้กางเป็นผลให้เครื่องสูญเสียแรงการบังคับ ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้แน่ชัดถึงสาเหตุ
ผู้โดยสารที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ เลาดา มรณะหลายราย เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงหลายราย อาทิ นายไพรัตน์ เดชะรินทร์ ผู้ว่าราชการเชียงใหม่ และภริยา หม่อมศรีนวล ณ เชียงใหม่ ภริยาของเจ้าราชบุตร แห่งนครเชียงใหม่ วินิจ วินิจฉัยภาค รองราชเลขาธิการสำนักพระราชวัง เจ้าพงศ์แก้ว ณ ลำพูน ผู้บุกเบิกกิจการผ้าไหมในภาคเหนือ และถวายการดูแลผ้าไหมในฉลองพระองค์
นอกจากนี้ยังมีชาวต่างชาติที่มีชื่อเสียง ได้แก่ คลีเมน ออกัส แอนเดรีย ศาสตราจารย์เศรษฐศาสตร์และการเมืองชาวออสเตรีย คณบดีคณะนิติศาสตร์และวิทยาศาสตร์การเมืองจาก มหาวิทยาลัยอินส์บรุ ที่ต้องมาจบชีวิต ขณะพานักศึกษามาทัวร์ประเทศในแถบตะวันออก นอกจากนี้ผู้โดยสารอีกหนึ่งรายที่ถูกหยิบยกขึ้นมาประกอบสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น คือนายโดนัลด์ แมคอินทอช สมาชิกอาวุโสขององค์การสหประชาชาติ แกนนำในการต่อต้านยาเสพติด ที่มีผู้ผูกโยงว่า เป็นสาเหตุให้เกิดการก่อการร้าย เนื่องจากคนร้ายพยายามปลิดชีพเขาจึงทำการลอบวางระเบิดเครื่องบินดังกล่าว
กระนั้น ผลกระทบที่เกิดจากอุบัติเหตุดังกล่าว ไม่ได้จบลงเพียงแค่ความสูญเสียชีวิตของผู้เคราะห์ร้าย เนื่องจากในเวลาต่อมา หลังจากกระบวนการการสืบสวนสอบสวนสิ้นสุดลง ทางสายการบินประสบปัญหาทางด้านคดีความ หลังจากญาติผู้เสียชีวิตราว 20 ครอบครัว ไม่ได้รับเงินชดเชยจากสายการบิน ยังไม่หมายรวมถึงในด้านการทำธุรกิจที่ต้องมาเจอวิกฤต จากจำนวนผู้ใช้บริการลดลงอย่างน่าตกใจ เนื่องด้วยความกังวลและความ หวาดกลัวในด้านความปลอดภัย

สุสานเลาดา แอร์ ท่าเสด็จ จ.สุพรรณบุรี
อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญขึ้น ได้มีการดำเนินการสร้าง สุสานเลาดา แอร์ ที่จุดเครื่องบินตกที่บ้านท่าเสด็จ จ.สุพรรณบุรี และจะมีกำหนดในการจัดพิธีรำลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ในวันนี้ (26พ.ค.)ของทุกปี เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สุดสลดใจในอดีต
MThai News
ที่มา austrianwings articles LaudaRPT


