เกิดเหตุดินถล่มในประเทศเนปาล ส่งผลให้หินที่ตกลงมาจากเขา ไหลลงไปปิดเส้นทางน้ำของแม่น้ำสายหนึ่ง จนกระทั่งระดับน้ำเพิ่มสูง ทางการเร่งอพยพประชาชนในพื้นที่
วันนี้ (25 พ.ค.) สำนัก ‘เดอะ การ์เดียน’ รายงานเหตุการณ์ ดินถล่มเกิดขึ้นที่อำเภอแมกดี จากอิทธิพลของแผ่นดินไหวครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 80 ปี ที่มีความรุนแรงในระดับ 7.8 และ 7.3 เมื่อวันที่ 25 เม.ย. และ 12 พ.ค. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 8,700 ราย ซึ่งผลกระทบจากเหตุแผ่นดินถล่มในครั้งนี้ ส่งผลให้เศษซากต่างๆ ไหลลงไปปิดทางเดินน้ำในแม่น้ำ ‘กาลี กันดากี’ ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของประเทศ จนเกิดเป็นทะเลสาบใหม่ซึ่งลึกและมีระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เกิดความกังวลจากวิกฤตอุทกภัยซ้ำสอง

นาย ‘มาล ซิงห์’ โฆษกสำนักตำรวจในเนปาล ออกมาเปิดเผยว่า มีประชาชนในพื้นที่อย่างน้อย 123 ราย จำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่ประสบภัย นับว่ายังถือเป็นเคราะห์ดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายจากเหตุในครั้งนี้ แต่ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างน่ากังวล
ส่วนทางด้านกองทัพเนปาล ได้ดำเนินการส่งเฮลิคอปเตอร์ขึ้นสำรวจพื้นที่ ซึ่งเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบ และส่งกองกำลังภาคพื้นไปดูดน้ำในทะเลสาบที่เกิดขึ้นใหม่จากเหตุดินถล่ม โดยเจ้าหน้าที่ได้ประกาศเตือนว่า พื้นที่ขนาดใหญ่เสี่ยงถูกน้ำท่วมหากน้ำที่ถูกกักเก็บไว้ทะลักออกมาในอนาคต
MThai News
ที่มา theguardian


