ฉุนคุยเสียงดัง เด็กรับรถผับดังรุมตี นทท.เลือดอาบ

เกิดเหตุเด็กรับรถสถานบันเทิงชื่อดังเมืองพัทยา เข้าทำร้ายร่างกาย นักท่องเที่ยงต่างชาติ พร้อมใช้ท่อนเหล็กตีจนเลือดท่วม

วันที่ 22 มิ.ย. Mr.Jagdeep Singh อายุ 24 ปี นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย พร้อมเพื่อนร่วมสัญชาติ รวม 3 คน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่าถูกเด็กรับรถของ “มิกซ์ ดิสโก้เธค พัทยา” สถานบันเทิงชื่อดังย่านแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ ใช้ท่อนเหล็กไล่ตีได้รับบาดเจ็บ

เด็กรับรถใช้ท่อนเหล็กตี นทท.

จากการสอบสวน Mr.Jagdeep ผ่านล่าม กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมเพื่อนได้เข้าไปเที่ยวในร้านดังกล่าว หลังจากเที่ยวเสร็จ ก็ได้เดินลงมาเอารถยนต์ที่จอดไว้บริเวณลานจอดรถของดิสโก้เธคดังกล่าว เพื่อขับกลับที่พัก โดยยอมรับว่าส่งเสียงคุยกันเสียงดังจริง ระหว่างเดินมาเอารถ

ซึ่งขณะที่กำลังถอยรถอยู่ ได้มีพนักงานรับรถ 2 คน ตะโกนให้พวกตนลงจากรถ ก่อนที่จะตรงเข้ามาทำร้ายพวกตน และใช้ท่อนเหล็กไล่ตีจนได้รับบาด ก่อนที่เด็กรับรถทั้งสองจะพากันหนีไป

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้สั่งการให้ชุดสืบออกติดตามและกำชับให้ส่งผู้ที่ทำร้ายนักท่องเที่ยวต่างชาติมาดำเนินคดี เนื่องจากเป็นการกระทำที่ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองพัทยา

MThai News

ที่มา… ข่าวสด

พบเรือโบราณยักษ์ 200ปี โผล่กลางแม่น้ำ?

ชาวบ้านที่อำนาจเจริญ ช่วยกันขุดกู้ซากเรือโบราณขนาดยักษ์ หลังพบโผล่กลางแม่น้ำ คาดอายุกว่า 200 ปี  

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ.อำนาจเจริญ ได้เกิดเรื่องราวสุดฮือฮาขึ้น เมื่อชาวบ้านในพื้นที่ได้ค้นพบเรือโบราณทำด้วยไม้ตะเคียนทองขนาดใหญ่ สภาพสมบูรณ์นอนจมอยู่ในแม่น้ำลำเซบาย ที่กั้นระหว่างหมู่บ้านน้ำปลีก ต.น้ำปลีก อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ และบ้านเซียงเพ็ง ต.เซียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร

เรือโบราณ, เจ้าแม่ตะเคียน, ข่าวอำนาจเจริญ

เรือโบราณ

ซึ่งจากการตรวจสอบพบชาวบ้านจำนวนมากกำลังช่วยกันนำซากเรือดังกล่าวขึ้นมาจากน้ำด้วยการใช้รถแบคโฮ 2 คัน ขุดโกยดินออกจากตัวเรือจากนั้นค่อยๆ ลำเลียงตัวเรือขึ้นมาบนฝั่ง โดยชาวบ้านรายหนึ่งเผยว่า เรือลำดังกล่าวถูกค้นพบเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา แต่ขณะนั้นยังไม่สามารถนำเรือขึ้นฝั่งได้เพราะระดับน้ำยังมีปริมาณเยอะอยู่ แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไประดับน้ำได้ลดลงเรื่อยๆ ชาวบ้านจึงเห็นสมควร และพากันมาขุดเรือเพื่อนำขึ้นฝั่งดังกล่าว

ส่วนสาเหตุที่เรือโบราณจมอยู่ในแม่น้ำดังกล่าวนั้น คงเป็นเพราะในอดีตลำห้วยเซบายเคยเป็นร่องน้ำลึก และเป็นเส้นทางสัญจรในการค้าขายของคนโบราณที่ต้องการเดินทางจากเมืองยโสธร ไปยังเมืองอุบลราชธานี แต่เมื่อเรือเจอกับฤดูน้ำหลาก และอาจเจอพายุ จึงเป็นเหตุทำให้เรือล่มจมลงใต้น้ำลำเซบายแห่งนี้ ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าซากเรือโบราณที่ถูกค้นน่าจะมีอายุกว่า 200 ปี

ภาพจาก dailynews.co.th

MThai News

‘กาสิโน’ เดือด-ดับ ทุกยุค กระตุกปมใหม่ วัดใจท๊อบบูต

สัปดาห์ที่ผ่านมา ปัญหาบ้านเรา ประสบเต็มเปาเข้า 3 เด้ง!! เด้งแรก “ภัยแล้ง” ที่ฤดูนี้ฝนน้อยน้ำน้อย นับเป็นภัยธรรมชาติ ที่ชาวเหนือ-อีสาน พานพบกันทุกปี

แต่…ภัยน้ำมือมนุษย์ ต้องเด้งสอง ธุรกิจการบินของไทย โดน“ธงแดง” จากคำกร้าว “ไอซีเอโอ” กระทบต่อสายการบิน การท่องเที่ยว และ ภาพลักษณ์ประเทศเต็มๆ หลังแก้ปัญหาโอ้เอ้ จนเขา “เอาจริง”

งานนี้ “บิ๊กจิน” พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ถึงกับกุมขมับ รับผิดเอง ก็ต้องแก้เองให้ได้

และเด้งสาม ตามมาติดๆ จิตตกทั้งบาง กับ “เมอร์ส”ไวรัสที่ระบาดเข้าไทย ป่วนหลายโรงพยาบาล วุ่นควานหาตัวผู้สัมผัส ขณะที่รัฐบาลโร่ประกาศทันควัน ยังไงก็ “รับมือได้”

และ คาดว่า เด้งสี่ กำลังตามติดชิดขอบสะพาน กับกระแสดัง “กาสิโน”ถูกกฎหมาย หรือ “บ่อนเสรี” ที่ 12 สปช.รักชาติ โยนหินถามทาง “คนไทย” “ควรเห็นด้วย?” พร้อม” ชงต่อ” ครม.-สนช. ส่ง”รัฐบาลท๊อปบูท” รับไม้ต่อ สนองใจ “คอพนัน”ทั้งไทยและต่างชาติ

ใจความสำคัญนั้น ต้องการเรียกเม็ดเงิน เดินหน้าเศรษฐกิจ นำรายได้มหาศาลพัฒนาประเทศ!!

กาสิโน - คาสิโน ไทย White ball on roulette wheel

แถลงเสนอเพียงวันเดียว ที่เหลือกระแสต้านล้วนๆ กระทั่งคนใน สปช.กันเอง ยังขัดขา ถ้าจะเปิดบ่อนเช่นเดียวกับเพื่อนบ้าน เท่ากับ เพิ่มผีพนัน ได้ไม่คุ้มเสีย หากอยากเดินหน้าจริง ดูต้นแบบ “สิงค์โปร์”โชว์แผนสำเร็จ “ตั้งธง”เป็นสถานที่ประชุมระดับนานาชาติ มี”กาสิโน”เป็นตัวล่อ ก็มีแต่ได้กับได้ ทั้งท่องเที่ยว รายได้ สร้างงาน และภาพลักษณ์ ชนิด “รวยสลวยฉวยโอกาส”

แต่…ที่ผิดคาด ฮือฮาทั้งประเทศ เมื่อคนหนุนกลับเป็น ระดับ ผบ.ตร. “บิ๊กอ๊อด” ออกตัวเป็นคนแรกที่กล้าให้ไทยควรมี “กาสิโน” อ้างอิงทั่วโลกยันเพื่อนบ้าน เขาพัฒนาเปิดบ่อนกันแบบเสรีไปไหนต่อไหน เหตุใดไทยยังชะงัก เพียงทึกทักว่าเป็นเมืองพุทธ เท่านั้นหรือ?

ทั้งที่ “กำพืด” ไทยส่วนใหญ่ เป็นนักเสี่ยงโชคทุกรูปแบบ แทบมีมาแต่โบราณ จะรนรานกันทำไม นอกจากช่วยพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจ-รายได้แล้ว ยังอาจยุติบทบาท”บ่อนใต้ดิน”ได้อีกด้วย

แต่..สุดโต่งไป อาจไม่ดี ทางที่ถูก คือ “ประชามติ”กันไป คนไทยทั้งประเทศ “เห็นด้วยหรือไม่” พร้อมแนบเหตุผลประกอบ เพื่อความชอบธรรม และได้ข้อมูลที่แท้จริง

หนุนสุดตัว ทุ่มสุดแรง เป็นธรรมดาที่ต้องขัดแข้ง “เจ้าพ่อเก่า” เฮียชูวิทย์ ขอเกาะกระแสทุกวัน ชี้ชัด เปิด”กาสิโน”ในไทย ได้ไม่คุ้มเสีย ทั้งปัญหาสัมปทานนายทุนผูกขาด แพ้ตลาดประเทศอื่น เพิ่มปัญหาอาชญากรรม-สังคม

จนถึงขั้น ตั้งคำถาม สมควรหรือ? ที่อาจต้องตั้ง กพช.หรือ คณะกรรมการการพนันแห่งชาติ เข้ามากำกับดูแล

ยังไม่พอ…ต่อด้วย…ปมตำรวจ “จัดเหน็บหนัก” “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รายวัน …ลั่น ผิดหวังกับระดับความคิด “แม่ทัพตำรวจ” พร้อมไม่มีวันเชื่อใจในความซื่อสัตย์ในการทำงานของตำรวจ เพราะ “ตำรวจ-บ่อน-ซ่อง” คือ “ของคู่กัน”

ขณะที่ฟากรัฐบาล “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยัง”อ้ำอึ้ง”ถึงเรื่องนี้ ขอ”นิ่งสยบเคลื่อนไหว” จะทำอะไร ขอถามใจประชาชนก่อน เพราะเรื่องนี้ ช่าง “ละเอียดอ่อน”

รอคำตอบรัฐบาล ไม่ทันใจ โพลหลายสำนัก จึงล่วงทัพ จัดสำรวจความคิดเห็นประชาชน มองอย่างไรในเรื่องนี้ ?

ที่แน่ๆ…ผลชี้ ส่วนใหญ่ “ไม่เห็นด้วย” ถือว่ามอมเมา เท่ากับสนับสนุนให้เกิดปัญหาหลายด้านตามมา โดยเฉพาะเยาวชนเกิดการเลียนแบบ และไม่เหมาะสม วัฒนธรรม-ศาสนา

ขณะที่ส่วนน้อย มองปัญหาปากท้องเป็นสำคัญ เชื่อ ช่วยให้เศรษฐกิจประเทศดีขึ้น ท่องเที่ยวเติบโต และที่สำคัญสร้างงานและรายได้ให้กับประชาชน

อย่างไร…กาสิโน – บ่อน ก็มิใช่เรื่องใหม่กาไก่สำหรับคนไทย เพราะมีการ “ผลัก-ดัน”กันหลายรัฐบาล

โดยอ้างอิง เคยเกิดขึ้นใน “รัฐบาลนายควง อภัยวงศ์” ก่อนถูกข้อมูลขัดแย้งว่า จริงแล้วเป็น “รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม”

แต่…ไม่ประสบผล เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก ต้องปิดฉากไป

และ…กลับมาฮือฮาอีกครั้งใน “รัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ” ในชื่อเรียกกันติดปากว่า “เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์” แต่เจอพิษการเมือง เรื่องจึงเงียบตามระเบียบ

ต่อมา รัฐบาลนายชวน หลีกภัย นำเรื่องนี้มาชงกันบางๆ ซึ่งบางเกินไปจนเรื่องเงียบหาย

และไคล์แม๊กซ์กันอีกครั้ง ใน “รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร”  ซึ่ง…ไม่ประสบความสำเร็จ เช่นเคย

ไม่ว่าจะกี่ยุคสมัย กี่รัฐบาล ทั้งผลักทั้้งดัน “กาสิโน”-“บ่อนเสรี” ให้บังเกิดขึ้นสักเพียงใด สุดท้ายก็ต้อง “ล่ม” “ดับ” เพราะความ “เดือด”ในข้อ”พินิจ”ของสังคม -ประชาชน

เมื่อเรื่องนี้ ถูก“จุดประกาย” เพื่อ “ดันใหม่” หวังให้ “สำเร็จ” เสียที จึงเป็นบท“วัดใจ”-“ท้าทาย”ของ รัฐบาลท๊อปบูท ที่จะกล้าสานต่อหรือไม่

เพราะ…กระดานเคยล้ม มาหลายครั้งแล้ว???

แกล้วนลิน

MThai News