ดับตำนาน-ปิดม่านชีวิต ‘เจ้าพ่อคาเฟ่เมืองไทย’

กลายเป็นประเด็นช็อคอย่างกะทันหัน สั่นสะเทือน “วงการคาเฟ่เมืองไทย” หลังจากคืนที่ผ่านมา (29 มิ.ย.) คนร้ายก่อเหตุอุกอาจบุกกระหน่ำยิง นายสมยศ สุธางค์กูร “เสี่ยสมยศ” อายุ 62 ปีอดีตเจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ เสียชีวิตอนาถกลางลานจอดรถร้านหูฉลามชื่อดังย่านคลองตัน

สภาพศพนอนหงายแน่นิ่ง จมกองเลือด มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณกลางศีรษะและลำตัวรวม 5 นัด เสียชีวิตอยู่ข้างรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นอี 200 สีดำ หมายเลขทะเบียน ฌร 3636 กทม. ซึ่งจอดติดเครื่องยนต์อยู่

สมยศ-ถูกยิงดับ-450x300

ซึ่งจากการสอบถามพยานใกล้เคียงที่เกิดเหตุระบุว่า เวลาประมาณ 20.00 น. “เสี่ยสมยศ” ได้มานั่งรับประทานอาหารที่ร้านเฮงหูฉลามกับภรรยา โดยจอดรถไว้บริเวณหลังร้าน จากนั้นเมื่อรับประทานอาหารเสร็จ ขณะที่ “เสี่ยสมยศ” เดินออกมาขึ้นรถ ได้ยินเสียงปืนดังรัวสนั่น 3 นัดซ้อน เมื่อมีคนออกมาดู จึงพบว่า “เสี่ยสมยศ” ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว

ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายขณะก่อเหตุได้อย่างชัดเจน โดยพบว่าเป็นชาย 2 คน อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อแจ๊คเก็ต และหมวกอำพรางใบหน้า ขับขี่รถจักรยานยนต์มาดูลาดเลาตั้งแต่เวลา 17.00 น. ก่อนจะสบโอกาสลงมือกระหน่ำยิง “เสี่ยสมยศ” ในเวลาประมาณ 19.28 น. หลังเกิดเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างลอยนวล

ถือเป็นการปิด-ดับตำนาน “เจ้าพ่อคาเฟ่เมืองไทย” ในทันที

สำหรับ นายสมยศ สุธางค์กูร หรือที่เรียกกันว่า “เสี่ยสมยศ” เป็นผู้กว้างขวางในแวดวงสถานบันเทิง เป็นเจ้าของและผู้บริหารงาน “พระราม 9 คาเฟ่” ในนาม บริษัท พระราม 9 พลาซ่า จำกัด จดทะเบียนประกอบกิจการภัตตาคาร บาร์ ไนท์คลับ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2538 โดยใช้ทุนจดทะเบียนจำนวน 1 ล้านบาท ถือได้ว่าเป็นยุคทองของวงการคาเฟ่ในขณะนั้น

12532636951253263740l

ขณะเดียวกัน “เสี่ยสมยศ” ยังเคยเดินบนเส้นทางสายการเมือง เป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ในระบบบัญชีรายชื่ออันดับที่ 33 ของพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2548 จนกลายเป็นความประหลาดใจของคอการเมืองในขณะนั้น

ในอดีต “เสี่ยสมยศ” นั้นเป็นคู่กรณีเก่าของ “เฮียเลี้ยง” หรือ นายบุญเลี้ยง อดุลยฤทธิกุล อดีตเจ้าของ “วิลล่าคาเฟ่” สถานบันเทิงชื่อดังในย่านเดียวกัน ซึ่ง “เฮียเลี้ยง” ได้ถูกคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์เสียชีวิตไปเมื่อปี 2541 จนทำให้ “วิลล่าคาเฟ่” ต้องปิดกิจการลง.. เหลือเพียงพระราม 9 คาเฟ่ ของ “เสี่ยสมยศ” เท่านั้นที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการอย่างไร้คู่แข่ง

หากกล่าวถึง “พระราม 9 คาเฟ่” นั้นเป็นสถานบันเทิงที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากแห่งหนึ่ง ถือเป็นศูนย์รวมของนักร้องและเหล่าตลกชื่อดังได้มาสร้างความเฮฮาและเสียงหัวเราะ รวมไปถึงเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของคนบันเทิงและคนดังในหลายๆวงการ

และหากย้อนกลับไปในอดีต “วิลล่าคาเฟ่” และ “พระราม 9 คาเฟ่” ถือเป็นเวทีและพื้นที่สำหรับ “ตลกคาเฟ่” ได้สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนดูในขณะนั้นได้เป็นอย่างดี และ “พระราม 9 คาเฟ่” ยังถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มีอำนาจต่อเหล่าคณะตลกเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นคาเฟ่ชื่อดังแห่งสุดท้าย ที่ยังคงเหลืออยู่…

hqdefault

ก่อนหน้านี้ในขณะที่ พระราม9 คาเฟ่กำลังรุ่งเรือง เคยมีประกาศิตจาก “เสี่ยสมยศ” ห้าม!! “ตลกตระกูลเชิญยิ้ม” ขึ้นเวทีเรียกเสียงหัวเราะบนเวทีพระราม 9 คาเฟ่เด็ดขาด? หรือตลกคณะใดที่ต้องการขึ้นเวที ก็ห้ามมีนามสกุลเชิญยิ้มต่อท้าย ขณะเดียวกัน “ตระกูลเชิญยิ้ม” ทุกคนก็บอยคอตไม่ไปแสดงที่พระราม 9 คาเฟ่ด้วยเช่นกัน

ต่อมาช่วงหลังผลประกอบการของ “พระราม 9 คาเฟ่” เกิดการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง จนต้องปิดตัวลงในที่สุด.. ทำให้ชื่อของ “เสี่ยสมยศ” ได้เลือนหายตามไปด้วย จนกระทั่งมาปรากฏเป็นข่าวอีกครั้งหลังถูกคนร้ายลอบ “สังหาร”ในคืนที่ผ่านมา

ส่วนปม “สังหาร” ดับชีวิต “เสี่ยสมยศ” จะมาจากชนวนเหตุใดนั้น ตำรวจตั้งไว้ 3 ประเด็น คือ เรื่องการโกงพนัน และการว่าจ้างวิ่งเต้นคดี รวมถึงปัญหาเรื่องที่ดินย่านพระราม 9 ซึ่งมีกรณีฟ้องร้องครอบครองอยู่ในชั้นศาล ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนพยานแวดล้อม บุคคลใกล้ชิด รวมถึงตัว ภรรยาของ “เสี่ยสมยศ” ที่อยู่ด้วยกันในวันเกิดเหตุ โดยยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง…

การเสียชีวิตของ “เสี่ยสมยศ” ถือเป็นการปิดตำนาน “เจ้าพ่อคาเฟ่เมืองไทย” แบบถาวรอย่างไม่มีวันหวนกลับ ทิ้งไว้เพียงภาพความทรงจำของความเฮฮาและเสียงหัวเราะที่ “พระราม 9 คาเฟ่” เคยสร้างไว้…

MThai News

คิดไง!EODโดนบึ้ม แต่ถูกตัดเบี้ยเลี้ยง-ค่าเสี่ยงภัย

นี่หรือคือสิ่งตอบแทน! ตร.ใต้โดนระเบิดสาหัส แต่ถูกตัดเบี้ยเลี้ยง-ค่าเสี่ยงภัย

แฟนเพจ ตำรวจไทย สู้ๆ ได้เผยแพร่เรื่องราวของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดปัตตานีได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการทำงาน แต่เงินเบี้ยเลี้ยงถูกตัดและเงินเยียวยาได้รับล่าช้า

11667368_778157722293879_6383508713510896474_n

โดยเผยว่า ตนคือสารวัตร ไพบูลย์ฯ หัวหน้าหน่วย EOD จังหวัดปัตตานี ขออนุญาตแจ้งอาการล่าสุดของ ด.ต.อภิชาติ ลือเรื่อง (ป๋าสิงห์) อายุ 49 ปี ที่บาดเจ็บสาหัสจากการทำงานเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากโดนระเบิดที่ริมถนนสาย 409 นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี โดยขณะนี้อาการทุเลาแต่ตัดนิ้วนางมือขวา หนึ่งข้าง แขนหักทั้งสองข้าง สายตาทั้งสองข้างยังมองไม่เห็น ยังมีสะเก็ดฝังอยู่ ยังไม่สามารถยืน หรือทรงตัวได้เนื่องจากหูชั้นกลางถูกทำลาย

ซึ่งปัญหาที่ตามมาคือ เงินเดือนบวกเงินประจำตำแหน่งแล้วเหลือใช้ 4,000 บาท เบี้ยเลี้ยง 7,300 กับเสี่ยงภัย 2,500 ถูกตัดเพราะป่วยรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล โดยภรรยาของดาบสิงห์ ทำงานเป็นลูกจ้างรายวัน ต้องหยุดงานมาเฝ้า ทำให้ขาดรายได้ ลูกกำลังศึกษาอยู่ทั้ง 3 คน (ประถม มัธยม ปริญญาตรี)

‎เงินที่รัฐจะเยี่ยวยายังตกมาไม่ถึง‬ แต่ครอบครัวต้องมีค่าใช้จ่ายทุกวัน เงินที่ผู้บังคับบัญชาไปเยี่ยมและมอบให้ก็หมดแล้ว สำหรับพวกเรา EOD (นักรบราคาถูก ชาติเหนือชีวิตและเป็นชีวิตที่เราเลือกแล้ว)

ใครจะร่วมช่วยกันบรรเทาความเดือดร้อนให้ครอบครัวผู้กล้าที่ยังรักษาตัวอยู่เพราะทำงานเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน บริจาคเข้าหมายเลขบัญชีภรรยาป๋าสิงห์ ชื่อบัญชี นางระเบียบ ลือเรื่อง หมายเลขบัญชี 2670631106 ประเภทออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาปัตตานี

MThai News

บิ๊กตู่ อ้อน คนเชียงใหม่ ไม่รักผมก็ขอให้รักชาติ

‘ประยุทธ์’  อ้อน คนเชียงใหม่  จะเกลียดตนก็ได้แต่ขอให้รักประเทศไทยให้มากกว่า เผย เชียงใหม่ เป็น 1ใน 77 ของไทย จะมาแบ่งแยกไม่ได้

วันที่ 29 มิ.ย 58 (วานนี้) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี กราบสักการะพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร หลังจากนั้นได้ถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระธรรมเสนาบดี เจ้าอาวาศวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวิหาร รองเจ้าคณะภาค 7

1165

ขณะเดียวกัน พระธรรมเสนาบดีได้ให้พรนายกรัฐมนตรี และคณะให้บริหารประเทศให้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ และนำพาประเทศชาติสุ่ความสงบสุข และยังได้ให้ความร่วมมือสานต่อโครงการหมู่บ้านศีล 5 เพื่อให้ประชาชน มีน้ำใจต่อกัน และมีศีลธรรมใช้หลักธรรมคำสอนดำเนินชีวิต

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวว่า ต้องการให้คนไทยรักกัน และให้ประเทศชาติเกิดความสงบสุขทั่วประเทศ จึงอยากขอให้ร่วมกันสวดมนต์อธิฐานเพื่อให้คนไทยกลับมารักกันมากๆลดความขัดแย้งในชาติ

ทั้งนี้ยังได้กล่าวกับคนเชียงใหม่ว่า ตนยินดีที่ได้เดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงใหม่ก็เป็น 1ใน 77 จังหวัดของประเทศไทย ไม่สามารถที่จะมาแบ่งแยกกันได้ ซึ่งตนรู้ว่าพวกท่านรักใคร แต่ก็อยากขอให้ทุกอย่างเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม จะรักใครก็ได้ จะเกลียดตนก็ได้แต่ขอให้รักประเทศไทยให้มากกว่า

ขอบคุณภาพเฟซบุ๊ค Wassana Nanuam

MThai News