โพลเผยปชช.ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยเปิดบ่อนกาสิโน

สวนดุสิตโพลเผย ประชาชน 45.19% ไม่เห็นด้วยเปิดบ่อนเสรี ขณะที่ร้อยละ 86.79 ชี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องพิจารณารอบคอบ 

วันนี้ (21 มิ.ย. 58) สำนักวิจัยสวนดุสิตโพล ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนถึงเรื่อง “ผลดี – ผลเสีย หากมีการเปิดกาสิโนในไทย” โดยทำการสำรวจประชาชนจำนวน 1,363 กลุ่มตัวอย่าง พบว่า

กาสิโน, คาสิโน, ดุสิตโพล

กาสิโน

86.79% เห็นว่าการเปิดกาสิโน เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ส่งผลกระทบหลายด้าน ต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ
82.76% มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ควรรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายอย่างเปิดกว้าง
71.46% มีทั้งผลดี-ผลเสีย ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ และระบบการจัดการที่ชัดเจน
69.48% การพนันไม่เคยทำให้ใครร่ำรวยหรือสุขสบายอย่างแท้จริง
และ 67.50% เป็นเรื่องหนึ่งที่ถูกจุดกระแสขึ้นมาอีกครั้ง และสังคมต่างให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้

เมื่อถามถึงผลดี ของการเปิดกาสิโนถูกกฎหมายนั้น

76.60% รัฐมีรายได้ มีเงินหมุนเวียนจำนวนมาก เงินเข้าประเทศ ไม่รั่วไหล
73.07% กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
71.31% เกิดการจ้างงาน ประชาชนมีงานทำเพิ่มขึ้น
63.83% สามารถควบคุมดูแลได้ง่าย ช่วยลดปัญหาเรื่องการรีดไถ เก็บส่วย มาเฟีย ฯลฯ
และ 58.69% ไม่ต้องแอบเล่นแบบหลบๆ ซ่อนๆ บ่อนผิดกฎหมายลดลง

ส่วนผลเสียของการเปิดกาสิโนถูกกฎหมายนั้น

79.75% เป็นการมอมเมาประชาชน เยาวชนเห็นแบบอย่างที่ไม่ดี
74.32% ก่อให้เกิดหนี้สิน ไม่ทำงาน สร้างปัญหาให้กับครอบครัว
70.43% กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ไทยเป็นเมืองพุทธ มีเอกลักษณ์วัฒนธรรมที่ดีงาม
68.67% เกิดการทุจริตคอรัปชั่น ความไม่โปร่งใส ฟอกเงิน
และ 64.56% เกิดปัญหาสังคมและอาชญากรรม ปล้น จี้ ทวงหนี้ อุ้มฆ่า

ทั้งนี้เมื่อถามว่า สิ่งที่ประชาชนอยากฝากบอกรัฐบาล หากจำเป็นต้องเปิดกาสิโนถูกกฎหมายนั้น

77.62% ควบคุมดูแลเวลาเปิด-ปิด การกำหนดอายุของผู้เล่น จำกัดวงเงิน
76.16% มีกฎหมาย บทลงโทษที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด
75.50% การสร้างความเข้าใจที่ดีกับประชาชนในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับกาสิโน
62.66% จัดโซนนิ่ง สถานที่ตั้งกาสิโนจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
และ 54.81% การบริหารจัดการด้วยความโปร่งใส เป็นมาตรฐาน สามารถตรวจสอบได้

อย่างไรก็ดีเมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ ที่จะให้มีการเปิดกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทยนั้น

45.19% ไม่เห็นด้วย เพราะ ทำให้คนติดการพนัน อยากรวยทางลัด มีหนี้สิน เป็นการมอมเมาเยาวชน เกิดการทุจริตคอรัปชั่น ขัดต่อวัฒนธรรมไทย ปัญหาอาชญากรรมเพิ่มขึ้น กฎหมายไม่เคร่งครัด ในระยะยาวเกิดผลเสียมากกว่า ฯลฯ

38.66% เห็นด้วย เพราะ สร้างรายได้จำนวนมากให้กับประเทศ สามารถนำเงินไปพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆได้ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เกิดการจ้างงาน ธุรกิจอื่นๆอาจฟื้นตัวและมีผลกำไรที่ดีขึ้น ฯลฯ

และ 16.15% ไม่แน่ใจ เพราะ มีทั้งผลดี-ผลเสีย ควรศึกษารายละเอียดต่างๆให้ชัดเจน ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ ฯลฯ

MThai News

เรื่องจริงหรือมโน? ชีวิต Slowlife ของชาวฮิปสเตอร์

ยุคของชาวฮิปสเตอร์ ไลฟ์สไตล์ต้องใช้ชีวิตอย่างช้าๆ หรือสโลว์ไลฟ์ ด้วยสิ่งแวดล้อม สังคม สามารถมีชีวิตสโลว์ไลฟ์ได้จริงหรือ?

ปัจจุบันเมื่อต้องพูดถึง ฮิปสเตอร์ Hipster หลายคนคงรู้จักเป็นอย่างดี  ซึ่งกระแสฮิปสเตอร์ได้เป็นที่รู้จักกันอย่างต่อเนื่อง ในนาม ‘เด็กแนวแห่งยุคดิจิทัล’  โดยบุคคลที่เชื่อว่าตัวเองดำเนินชีวิต ไม่ไหลไปตามกระแสง่ายๆ มีรสนิยมแปลก แตกต่าง มองเห็นเรื่องต่างๆ ด้วยมุมมองไม่เหมือนใคร และใช้ชีวิตอย่าง Slow life

เรื่องจริงหรือมโน ชีวิต Slowlife ของชาวฮิปสเตอร์

ซึ่ง ตรงกันข้ามกลับมีคำถามผุดขึ้นมาว่า อะไรคือฮิปสเตอร์ที่แท้จริงและตายตัว  เพราะการใช้ชีวิตของแต่ละคนนั้นล้วนแตกต่างอย่างแน่นอน  อะไรคือความสมดุล? คนที่ใช้ชีวิตแบบเชื่องช้า แปลก และแตกต่างจะมีจริงสักกี่คน?

โดย สัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสฮิปสเตอร์กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อพิธีกรเดี่ยวไมโครโฟนชื่อดัง โน้ส อุดม แต้พานิช ได้ออกมาเตือนวัยรุ่นยุคใหม่ ด้วยภาษาที่ตรงและแรง ตามสไตล์ของหนุ่มไมค์เงินล้าน

“อย่าเพิ่งมาดัดจริตสโลว์ไลฟ์ เพราะคุณเพิ่งเรียนจบกันมาหมาด ๆ ชีวิตต้องรีบก่อนเลย ต้องขยัน ทำงานหนักก่อน ก่อนที่จะมานั่งชิล ใช้ของแพง ๆ ใช้ของที่ดูเหมือนง่าย”  ทำให้ชาวเน็ตต่างแชร์ประโยคเด็ดกันอย่างล้นหลาม

เรื่องจริงหรือมโน ชีวิต Slowlife ของชาวฮิปสเตอร์

หลังจากนั้นไม่นาน ดันมีกระแสสวนกลับ โน้ส อุดม แบบทันควัน  เมื่อเจ้าของเพจดังในโลกออนไลน์  จ่าพิชิต  ขจัดพาลชน ได้โพสต์ข้อความตอบโต้ ในอีกแง่มุมหนึ่งที่ทำเอาใครหลายๆ คน ต่างก็เห็นด้วย

“คนก็เฮโลออกมาด่าชีวิตสโลว์ไลฟ์ตามกระแสกันเยอะ อย่าไปต่อต้านชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์เลย ถ้าคุณทำงานอย่างบ้าคลั่ง จนถึงจุด ๆ หนึ่ง คุณจะรู้สึกเองว่า เราทำไปเพื่ออะไร ทำไมเราไม่พัก ไม่หาความสุขให้ตัวเองบ้าง”

เชื่อว่ามีอีกหลายคนยังสงสัย การใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์นั้นต้องเป็นแบบไหน ตัวอย่างของชีวิตที่ช้าลง ซึ่งบางข้อ อาจแตกต่างจากฮิปสเตอร์!?

เรื่องจริงหรือมโน ชีวิต Slowlife ของชาวฮิปสเตอร์

1. การใส่ใจคนรอบข้างให้มากขึ้น หมั่นแสดงความห่วงใย ยิ้มแย้ม พูดคุยถามไถ่ ปันน้ำใจ และเอื้ออาทรต่อคนรอบข้างด้วยความจริงใจ แต่..ชาวฮิปสเตอร์นั้นมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับโลกส่วนตัว ต้นไม้ ใบหญ้า ธรรมชาติ มากกว่าคนรอบข้างหรือเปล่า

2. มีความสุขง่ายๆกับเรื่องรอบตัว ไม่ว่าจะทำอะไรขอให้ทำด้วยความสุขและความเต็มใจ ไม่ว่าจะเป็นงานบ้านง่ายๆ เช่น รดน้ำต้นไม้ ล้างจาน กวาดบ้าน ไปจนถึงงานประจำที่ทำอยู่ ก็สามารถหาความรื่นรมย์ได้ เพียงเปลี่ยนมุมมองใหม่

3. ทำทีละอย่าง คือทำสิ่งสำคัญที่สุดเพียงอย่างเดียวให้เสร็จก่อน แล้วค่อยๆเลือกทำสิ่งที่สำคัญรองลงไปทีละเรื่อง แต่..ชาวฮิปสเตอร์ทำทีละอย่างหรือเปล่า

4. มีสติอยู่กับปัจจุบัน ไม่คิดฟุ้งซ่าน ดึงตัวเองให้อยู่กับปัจจุบัน มีความสงบและสามารถคิดตัดสินใจได้ดี ข้อนี้ไม่ว่าจะใช้ชีวิตแบบไหนก็ควรจะมี

5. ขับรถช้าลง แทนที่จะเครียดกับการจราจรบนท้องถนน ให้ลองเปิดเพลงช้าๆซึ้งๆคลอเบาๆ นอกจากจะทำให้เครียดน้อยลงแล้ว ยังช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ แต่..ชาวฮิปสเตอร์ยังเครียดกับการจราจรอยู่หรือเปล่า เชื่อว่าคงหลีกเลี่ยงข้อนี้ไม่ได้

6. ลดเวลาอยู่หน้าจอแล้วมีความสุขโดยไม่ต้องใช้เทคโนโลยี ปิดมือถือและอุปกรณ์ไฮเทคทุกอย่างในช่วงวันหยุด ข้อนี้ถือว่าการใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์นั้น สวนทางกับวิถีของชาวฮิปสเตอร์อย่างสิ้นเชิง

7. ออกไปสูดอากาศข้างนอก แทนที่จะอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน ให้เราออกไปเดินเล่นในสวนเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การเดิน ว่ายน้ำ หรือ ปั่นจักรยาน ชัดเจนว่าเป็นกิจกรรมของฮิปสเตอร์อย่างหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม  เอาเป็นว่าการเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบไหนนั้น ล้วนเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไร แค่ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนก็ถือว่าสุขใจเราไม่กระทบใจเขาก็คงเพียงพอแล้ว

-แมวนิลจักร-

MThai News

ยิ่งลักษณ์ ยิ้มแย้มควงไปป์ ทำบุญวันเกิดครบ48ปี

อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ควง สามี และลูกชาย ทำบุญวันเกิด ครบรอบ 48 ปี ที่วัดแสนสุข คนสนิท อดีต ส.ส.เพื่อไทย ประชาชนร่วมด้วย พร้อมจัดกิจกรรมปลูกต้นยิ่งลักษณ์ไว้ในบ้าน

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี และด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย ครอบครัว คนสนิท รวมถึงอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย อาทิ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายภูมิธรรม เวชยชัย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายอนุดิษฐ์ นาครทรรพ และนายการุณ โหสกุล

52-0

เดินทางมาทำบุญถวายสังฆทาน ดอกไม้ภัตตาหารเพล 9 ชุดและปล่อยนก กว่า 3,000 ตัว ที่วัดแสนสุข เขตมีนบุรี เนื่องในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 48 ปี โดยมีประชาชนมารอให้กำลังใจและร่วมทำบุญกับนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมปลูกต้นยิ่งลักษณ์ ไว้ในบ้าน หรือ Yingluck Forever ให้ปลูกต้นไม้พร้อมปักรูปนางสาวยิ่งลักษณ์และโพสต์ลงเพจเฟสบุ๊คของกิจกรรมดังกล่าว เพื่อทำยอดกดติดตามให้ถึง 5 ล้านคน ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 3 ล้านคน และจะมีการสุ่มรายชื่อเพื่อมอบหนังสือคิดอย่างยิ่งลักษณ์ให้ผู้โชคดีที่เข้าร่วมกิจกรรม

52

โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ ซึ่งหลังจากทำบุญเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางสาวยิ่งลักษณ์ พร้อมคนสนิทจะเดินทางไปรับประทานอาหารร่วมกันที่โรงแรมเซนทารา วอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน