ปฏิบัติการ ‘เชือดเพจด่านตรวจ’ สะเทือนโซเชี่ยล

ทุกวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ จากผลสำรวจต่างประเทศที่มีการเก็บข้อมูล ในช่วงหลายๆปีที่ผ่านมา พบว่าอันดับการเกิดอุบัติเหตุของประเทศไทยสูงขึ้นทุกปี

แม้กระทั่งในปีนี้ประเทศไทยมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุ สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งสาเหตุก็มาจาก พฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ การบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวดพอ และความปลอดภัยของถนนที่ไม่ได้มาตรฐาน

อีกหนึ่งมาตรการในการป้องอุบัติเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติอยู่ ณ ปัจจุบัน นั้นคือ “การตั้งด่านตรวจ” ไม่ว่าจะเป็นด่านตรวจค้นอาวุธและยาเสพติด ด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ และด่านตรวจอื่นๆ (ถ้าไม่นับรวมด่านตรวจผี ที่ไถ่เงินประชาชน)

ก็ถือได้ว่าเป็นมาตรการที่ช่วยลดอุบัติเหตุ อีกทางหนึ่งได้ดี…

แต่ปัจจุบันในโลกออนไลน์ หรือสังคมโซเชี่ยล สามารถเช็คเฟสบุ๊ค หน้าเพจ เว็บไซต์ แจ้งข้อมูลด่านตำรวจก่อนได้ และมีการกระจายข้อมูลในโลกออนไลน์กันอย่างกว้างขวาง เพื่อเป็นอีกช่องทางในการหลบหนีการจับกุม

สั่งปิดด่านตรวจ

ทำให้การตั้งด่านระยะหลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องคว้าน้ำเหลวอยู่บ่อยครั้ง…

ทางด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เจ้าของนิยาม ‘ใหญ่แค่ไหนผมก็จับ’ ประกาศกร้าวให้จัดการดำเนินคดีกับบรรดาเพจเฟสบุ๊คต่างๆ ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลการตั้งด่านของตำรวจ

พร้อมสั่งการให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ตรวจสอบหาเว็บไซต์ เว็บเพจ ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลที่ตั้ง เวลา การตั้งด่านของตำรวจ และอาจเป็นช่องทางในการหลบหนีของขบวนการค้ายาเสพติด

จากการสำรวจแล้วพบว่ามีเพจเฟสบุ๊ค ในลักษณะดังกล่าวอยู่ทั่วประเทศ

อาทิ เพจชมรมเฝ้าระวังด่านตรวจในกรุงเทพมหานคร, เพจเรารักด่านตำรวจ, เพจแจ้งด่านตรวจ, จุดตรวจเป่า แอลกอฮอล์, เพจเรารักด่านตรวจ, เพจเรารักด่านพัทยา, เพจมีด่านบอกด้วย ฝั่งธน, เพจสมุทรปราการ บอกด้วย, เพจมีด่านบอกด้วย อุบลราชธานี, เพจขอนแก่น มีด่านบอกด้วย, เพจเช็กด่านย่านศรีนครินทร์ อ่อนนุช อุดมสุข และเพจแจ้งด่านตรวจทั่ว กทม.

ซึ่งเพจในลักษะดังกล่าวที่ให้ข้อมูลด่านมีความผิด นำข้อมูลทางราชการ ข้อมูลด้านความมั่นคงมาเปิดเผยผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14

ทำให้ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งให้บรรดาแอดมินปิดเพจด่านตรวจ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกจังหวัด เร่งตรวจสอบเพจเฟสบุ๊คในลักษะดังกล่าว โดยมีบางรายที่ท้าทายคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ต้องยอมศิโรราบ เนื่องจากมีการกระทำความผิดกฎหมายอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบพบว่าปัจจุบันมีเพจเฟสบุ๊ค รวมทั้งเว็บไซต์ที่เปิดเผยข้อมูลการตั้งด่านมากกว่า 50 เพจ ทั่วประเทศ เริ่มได้รับความนิยมมีผู้คนติดตามมากขึ้นหลักหมื่นถึงแสนคนในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ข้อมูลการตั้งด่านของตำรวจ ถือเป็นข้อมูลราชการ เกี่ยวกับความมั่นคง แต่ไม่ได้หมายความว่าตำรวจจะแอบตั้ง เพราะปกติการตั้งด่านจะแสดงสัญลักษณ์เปิดเผยชัดเจน ย้ำว่าการออกมากวดขันจับกุมเพจเหล่านี้ไม่ใช่การจำกัดสิทธิ แต่เป็นการป้องกันไม่ให้บางกลุ่มที่มีเจตนาแฝงเพื่อเลี่ยงการถูกบังคับใช้กฎหมาย

แม้ที่ผ่านมาในโลกออนไลน์ให้ความสนใจถึงข้อมูลตั้งด่านตรวจตามเพจต่างๆ จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เพื่อหวังว่าจะเลี่ยงจากการเผชิญหน้ากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะกลุ่มนักดื่มที่อาจสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ถึงแม้จะมีเพจที่เปิดขึ้นเพื่อสร้างช่องทางในการหลบหนีก็ตาม หากยังใช้ชีวิตอยู่บนความประมาท ก็อาจเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ทุกวินาที

MThai News

สุวรรณภูมิเข้มเมอร์สเพิ่มเทอร์โมสแกนตรวจ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้มมาตรการป้องกันไวรัสเมอร์ส ล่าสุด เพิ่มเครื่องเทอร์โมสแกน อีก 1 จุด จากเดิมที่มีเพียง 3 จุด

บรรยากาศการเดินทางของผู้โดยสารทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ หลังจากที่มีข่าวการแพร่ระบาดของโรคร้ายที่มีอันตรายถึงชีวิต จากการติดเชื้อไวรัสเมอร์ส ที่เกิดขึ้นในประเทศเกาหลีใต้ ล่าสุด จากการสังเกตยังมีผู้โดยสารเดินทางมาใช้บริการเข้า-ออก ประเทศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อย่างต่อเนื่อง ทั้งบริเวณผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก

626226-01
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นป้องการติดเชื้อและการนำเข้ามาภายในประเทศ ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และกรมควบคุมโรค ได้ร่วมกันเพิ่มมาตรการคัดกรองผู้โดยสาร ป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสเมอร์ส โดยเพิ่มจุดติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนเข้ามาใหม่อีก 1 จุด จากเดิมที่มีเพียง 3 จุด และขยายพื้นที่อาคารเทียบเครื่องบินรองรับเที่ยวบินจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ทั้งนี้ ผู้โดยสารทุกคนจะต้องผ่านการตรวจอุณหภูมิร่างกายทั้งหมด 2 จุด คือ จุดแรกจะอยู่บริเวณคองคอร์ด หรืออาคารเทียบเครื่องบิน ส่วนจุดที่สองจะอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

โฉมใหม่ สะพานรักแห่งปารีสเติมเต็มด้วยศิลปะ

ฝรั่งเศสแปลงโฉมสะพานรักแห่งปารีส ด้วยงานศิลปะกราฟฟิตี้ แทนที่พวงกุญนับล้านสื่อรัก

จากรณีที่ทางการฝรั่งเศส ได้มีคำสั่งปิดสะพานกุญแจแห่งรักเหนือแม่น้ำเซนน์ หรือสะพานปง เด ซาร์ (Pont Des Arts) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เพื่อรื้อถอนพวงกุญแจจำนวนมาก ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาแขวนติดไว้เป็นเครื่องหมายแสดงแทนความรักและการอยู่ร่วมกัน เนื่องจากพวงกุญแจดังกล่าวทำให้สะพานบางส่วนพังถล่มลงมานั้น

สะพานรักแห่งปารีส, ฝรั่งเศส, กุญแจแห่งรัก

ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า สะพานดังกล่าวได้ถูกแปลงโฉมใหม่ด้วยการแต่งแต้มศิลปะกราฟฟิคตี้ที่สื่อถึงความรักเข้าไปแทนที่พวงกุญแจที่เคยมีอยู่เมื่อครั้งอดีตเหล่านั้น ซึ่งภายหลังที่ได้ปรับปรุงสะพานใหม่ด้วยงานศิลปะ ก็ทำให้เป็นที่ถูกอกถูกใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

โดยนักท่องเที่ยวหญิงชาวอเมริกันรายหนึ่งเผยว่า ถ้าการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้สะพานไม่พังถล่มก็นับว่าเป็นเรื่องดี อีกทั้งยังชื่นชมฝรั่งเศสที่ยังเก็บกุญแจบางส่วนไว้ เพราะถือว่าเป็นความทรงจำที่ครั้งหนึ่งสะพานแห่งนี้เต็มไปด้วยกุญแจแห่งรัก

สำหรับ กุญแจแห่งรัก หรือ “locks of love” นั้น เป็นความเชื่อของเหล่านักท่องเที่ยวที่มีมานานว่า หากคู่รักคู่ใด นำแม่กุญแจที่สลักชื่อคู่รักมาคล้องล็อกติดไว้กับสะพาน แล้วโยนลูกกุญแจทิ้งลงแม่น้ำเบื้องล่างไปนั้น จะเป็นเครื่องหมายแสดงแทนความรักและการอยู่ร่วมกัน โดยไม่มีใครมาไขปลดล็อก พรากความรักออกจากกันได้

MThai News