ด่วน !! พบผู้ป่วย เมอร์ส รายแรกในไทย อยู่รพ.บำราศนราดูร

ด่วน! สธ.นนทบุรี เผย พบผู้ป่วยไวรัสเมอร์ส รายแรกในประเทศไทยเป็นชาวต่างชาติจากตะวันออกกลาง อายุ 75 ปี ขณะนี้อาการทรงตัวและเข้ารับการรักษาที่ รพ.บำราศนราดูร พร้อมทั้งเฝ้าระวังคนใกล้ชิด 59 คน เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเข้ม

วันนี้ (18 มิ.ย.) สำนักสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี มีการรายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการแพร่กระจายไวรัสเมอร์สในประเทศไทย เมื่อกระทรวงสาธารณสุข ประกาสว่า พบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลางในประเทศไทยรายแรก เป็นชาย วัย 78 ปี  ซึ่งเดินทางมาจากประเทศในแถบตะวันออกกลาง และทราบต่อมาว่าเป็นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศโอมาน โดยขณะนี้ ได้เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล บำราศนราดูร พร้อมทั้งอยู่ในระหว่างสอบสวนติดตามผู้สัมผัสโรค 59 ราย

เมอร์ส,ผู้ป่วยรายแรก,ไทย,บำราศนราดูร,ตะวันออกกลาง

ทั้งนี้จากรายงานระบุว่า นายแพทย์ รัชตะ รัชตานาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการสธ.ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและระบาดวิทยา อาทิ ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค   รศ.(พิเศษ)นพ.ทวี  โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์  นพ.สมหวัง ด่านชัยวิจิตร ประธานศูนย์ควบคุมโรคติดเชื้อ รพ.ศิริราช นพ.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าห้องปฎิบัติการไวรัสวิทยา คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ฯลฯ ร่วมแถลงข่าว กระทรวงสาธารณสุข ได้เฝ้าระวัง และดำเนินการคัดกรองผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลาง ตั้งแต่ต้นปี 36 ราย ซึ่งผลเป็นลบทั้งหมด ในวันนี้ได้รับการยืนยันผู้ป่วยรายแรก เพศชาย จากตะวันออกกลาง อายุประมาณ 70 ปี ไว้รักษาที่สถาบันรพ.บำราศนราดูร

โดยผู้ป่วยรายนี้ได้เดินทางมาจากตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อมารักษาโรคหัวใจ ที่ รพ. เอกชนในประเทศไทย ซึ่ง รพ.แห่งนี้ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข และผู้เชี่ยวชาญอย่างเข้มงวด โดยประสานร่วมกับทางกระทรวงไม่ปะปนกับผู้อื่น ตามมาตรการควบคุมโรค และได้มีการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ 2 แห่ง ผลเป็นบวก ขณะนี้ผู้ป่วยอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร และยังคงมีอาการทรงตัว รวมทั้งในเบื้องต้นอยู่ในการติดตามเฝ้าระวังอาการเนื่องจากมีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ซึ่งอาจมีเพิ่มหรือลดลงก็ได้ จำนวน 59 ราย

ส่วนทางด้าน ศ.นพ.รัชตะ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้เฝ้าระวังโรคกับผู้ที่สัมผัสโรคหรือผู้ที่อยู่กับผู้ป่วยอีก 59 คน เป็นคนในครอบครัว 3 คน ตอนนี้ให้อยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ  รวมถึงพนักงานโรงแรมอีก 4 คน นอกนั้นเป็นเจ้าหน้าที่รพ.เอกชน 20 คน พร้อมด้วยผู้โดยสารที่โดยสารมากับอากาศยานลำเดียวกัน ทั้ง2 แถวหน้า และ 2แถวหลัง ลูกเรือ รวมทั้งคนขับแท็กซี่ สิ่งที่อยากฝากคือ รายนี้แม้จะเป็นรายแรกแต่ไม่ใช่คนไทย เป็นชาวต่างชาติที่เดินทางมารักษาโรค ซึ่งมีระบบป้องกันและติดตามเป็นอย่างดี ไม่อยากให้มีข่าวในลักษณะตื่นกลัว ขาดข้อมูลตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม นอกจากรพ.เอกชนที่ประสานกับสธ.ตลอด ยังประสานไปกับคลินิกเอกชนต่างๆให้มีการซักประวัติผู้ป่วยอย่างละเอียดอีกด้วย

โดยหลังจากเกิดกรณีดังกล่าว พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีดังกล่าว ว่ากระทรวงสาธารณสุขได้ตรวจพบและดำเนินการให้การรักษาในพื้นที่ควบคุม รวมถึงการติดตามดูแลตรวจสอบผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับชายคนนี้ พร้อมทั้งระบุว่า รัฐบาลมั่นใจในกระบวนการทำงานที่ครอบคลุมครบถ้วนของกระทรวงสาธารณสุข และมั่นใจว่าจะควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด

รวมทั้งจะมีการดำเนินการ ให้การรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้ออย่างดีที่สุด พร้อมกันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ฝากเรียนถึงพี่น้องประชาชนว่าไม่ควรตกใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว แต่จำเป็นต้องใส่ใจติดตามข่าวสารและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นระยะ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด สำหรับรัฐบาลเองได้ดำเนินตรวจสอบและเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ รวมทั้งกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติในกรณีเผชิญเหตุเพื่อให้สามารถรับมือได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ”

MThai News
ที่มา สำนักสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี

สธ.ประกาศ! ‘เมอร์ส’ เป็นโรคติดต่อต้องแจ้งความ

กระทรวงสาธารณสุขออกโรงประกาศให้ โรคทางเดินหายใจจากตะวันออกกลาง หรือ ‘เมอร์ส’ เป็นโรคติดต่อต้องแจ้งความ

-7

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ (18มิ.ย.) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อต้องแจ้งความ

ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีประกาศลงวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกาศลงวันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ ประกาศลงวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ และประกาศลงวันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ กําหนดชื่อโรคติดต่อต้องแจ้งความ จํานวน ๒๑ โรค นั้น

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจึงออกประกาศเพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อต้องแจ้งความ ดังนี้ “๒๒. โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส (Middle East Respiratory Syndrome – MERS)”

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘
ศาสตราจารย์รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

MThai News

ปมดราม่าแม่ลูกบนรถไฟฟรี นักจิตวิทยามีคำตอบ?

นักจิตวิทยาออกมาเปิดเผยข้อมูล เรื่องดราม่า แม่ลูกบนรถไฟฟรี 

วันนี้ (18มิ.ย.) สมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ Nan Zaa ได้มีการนำภาพและเรื่องราวสุดคนหู่ของแม่ลูกคู่หนึ่งมาเผยแพร่ หลังจากเธอได้ไปพบกับทั้งคู่ ขณะเดินทางโดยรถไฟฟรี สิ่งที่ทำให้เธอแทบร้องไห้ในวันนั้นคือ เด็กน้อยร้องไห้งอแงบอกผู้เป็นแม่ว่า หิวข้าว แต่แม่ทำได้แค่กระซิบบอกลูกน้อยเบาๆ ว่า “เงินแม่ไม่พอ”

11235337_1604354523018545_4500048355432808526_n

ข้อความทั้งหมดของคุณNan Zaa ระบุว่า … วันนี้ขึ้นรถไฟฟรีเจอเด็กร้องไห้หิวข้าว แม่ก็กอดลูกแล้วบอกลูกเบาๆ ว่าเงินแม่ไม่พอ ฉันได้ยินรู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาทันทีสงสารมาก

เลยซื้อข้าวซื้อน้ำให้ แม่เด็กขอบคุณทั้งน้ำตา จากนั้นฉันได้พูดคุยกับแม่เด็ก เลยทราบว่าเดิมได้ทำงานรับราชการของกรมโยธาเพิ่งสอบได้ปีที่แล้ว แต่โชคร้ายประสบอุบัติเหตุรุนแรง ทำให้ตาบอดเกือบสนิท

เห็นแค่เพียงรางๆ เท่านั้น บ้านทั้งสองอยู่อ.เด่นชัย หากเพื่อนๆ พอจะทราบข้อมูลศูนย์ช่วยเหลือคนตาบอดแถวจังหวัดแพร่,อุตรดิตถ์หรือใกล้เคียง รบกวนแจ้งข้อมูลให้แนนทราบหน่อยนะคะ แนนฝากนามบัตรให้เขาไว้ เผื่อได้แจ้งข่าวช่วยเหลือกันค่ะ

อย่างไรก็ตาม หลังจากเรื่องดังกล่าวถูกส่งต่อเป็นจำนวนมาก ล่าสุดสมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ หวานซ่าบ้าโหด เสมาทอง  ได้โพสต์ข้อความชี้แจงว่า มีข้อมูลบางอย่างไม่ถูกต้องตามที่คุณแม่ให้ข้อมูล เพราะพอติ๊กดูรูปชัดๆ อีกทีคุณแม่ที่อยู่ในรูป ติ๊กรู้จักค่ะ ชื่อพี่เจนนิศา เป็นคนไข้ที่ติ๊กเคยดูแลอยู่

ส่วนเด็กน้อยผู้น่ารักก็เป็นเด็กที่ติ๊กดูแลอยู่เช่นกัน ก่อนหน้านี้น้องได้เรียนอยู่ที่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต.หนองรีค่ะ และทั้งคู่ก็อาศัยอยู่ที่ต.หนองรี มีลูกชายอีก 1 คน อายุประมาณ 10 ขวบ เป็นคนไข้ที่ติ๊กดูแลอยู่เช่นกัน ใครที่มีเบอร์ติดต่อพี่เจนนิศา หรืออยากจะช่วยเหลือที่ไม่ใช่เงินทองขอเพียงข้อมูลของพี่เจนนิศา ติดต่อติ๊กมาได้ทางช่องทางนี้ค่ะ

มีข้อมูลบ้างอย่างที่ไม่ถูกต้องตามที่เจนนิศาบอกค่ะ ติ๊กเองไม่ได้มีเจตนาที่ไม่หวังดีนะคะ (ติ๊กเป็นนักจิตวิทยา) ที่ดูแลพี่เจนนิศาและครอบครัวมา 4 ปีแล้ว มีข้อเท็จจริงและเชื่อถือได้แน่นอนค่ะ ใครมีข้อมูลว่าเจนนิศาอยู่ไหนติดต่อมาค่ะ เพราะจะได้หาทางช่วยเหลือครอบครัวนี้อย่างถูกวิธีค่ะ

ตอนนี้ทาง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ติดต่อติ๊กมาแล้วค่ะ รอให้ข้อมูลเพิ่มเติมและหาทางช่วยเหลืออย่างถูกวิธีต่อไปค่ะ

cats

MThai News

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สมาชิกเฟซบุ๊ก Nan Zaa,หวานซ่าบ้าโหด เสมาทอง