เครือข่ายเยาวชน บุกรัฐสภา ค้านเปิดบ่อนกาสิโน

เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน พร้อมเยาวชน นักเรียน นักศึกษา บุกอาคารรัฐสภา ยื่นหนังสือคัดค้านการตั้งบ่อนกาสิโน หวั่นอาจเกิดผลกระทบในหลายๆด้าน

วันนี้ 18 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน พร้อมสมาชิกเครือข่ายเยาวชนนักเรียนนักศึกษาจากหลายสถาบันกว่า 30 คน ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เครือข่ายนักษา ค้านเปิดบ่อนกาสิโน

โดยมีเจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้แทน พร้อมชูป้ายข้อความคัดค้านการตั้งบ่อนกาสิโนในประเทศไทย ระบุ กาสิโน ไม่ใช่แนวทางในการปฏิรูปประเทศ ทั้งนี้นายณัฐพงศ์ ย้ำจุดยืนคัดค้านข้อเสนอ สปช.กลุ่มรักชาติเสนอตั้งบ่อนคาสิโน โดยอ้างว่าไม่ให้เงินไหลออกนอกประเทศ และหวังนำรายได้เข้ารัฐ เพราะกังวลถึงผลกระทบในวงกว้างที่จะเกิดขึ้น

ซึ่งในอดีตเคยเปิดกาสิโนในรูปแบบดังกล่าวมาแล้ว แต่ไม่สามารถควบคุมผู้เล่นให้อยู่ในวงจำกัดได้และกลับเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเล่นการพนันมากขึ้น อีกทั้งข้อเสนอดังกล่าวไม่มีแนวทางในการปกป้องเด็กและเยาวชน

อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการเพิ่มพื้นที่การพนันจะเป็นเพียงแหล่งหาผลประโยชน์ที่ได้ไม่คุ้มเสีย ดังนั้น ทางเครือข่ายฯ จึงเสนอให้มีการจัดการกับปัญหาการพนันในปัจจุบันให้เป็นระบบก่อน เพื่อลดปัญหาการพนันในสังคมไทย

ขอบคุณภาพ โพสต์ทูเดย์

MThai News

แฟชั่นไทยติดลบ! สศอ.ชู 6 โมเดล แก้ปัญหา

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ชี้ อุตสาหกรรม แฟชั่นไทย ปี 2558 ติดลบร้อยละ 2 พร้อมชู 6 โมเดล แก้ไขปัญหาแฟชั่นไทย

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกของปี 2558 นี้ ภาพรวมของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยยังติดลบ และคาดว่าปีนี้ จะติดลบร้อยละ 2

แต่ในกลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1 – 2.5 ส่วนกลุ่มรองเท้าและเครื่องหนังคาดว่าจะขยายตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ร้อยละ 0 – 1 ซึ่งในกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับคาดว่าจะขยายตัวติดลบร้อยละ 6 – 7

Clothing shop at Chatuchak Market

ภาพประกอบเนื้อหา

โดย สศอ.ได้เตรียมเสนอให้มีการรวมกลุ่ม สร้างความเข้มแข็ง 6 รูปแบบ ตามความเหมาะสม เพื่อสร้างความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมแฟชั่น ได้แก่ 1.การรวมกลุ่มด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ เน้นสร้าง Value Creation ผ่านงานออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์

2.การรวมกลุ่มด้านการสร้างแบรนด์ เน้นสร้างความเชื่อมั่น ความไว้ใจและสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ให้กับลูกค้า 3.การรวมกลุ่มด้านการตลาด เน้นการรวมกลุ่มเพื่อสร้างความหลากหลาย พัฒนาพื้นที่ตลาด และการลดต้นทุน โลจิสติกส์

4.การรวมกลุ่มด้านการผลิต เน้นบริหารจัดการความเสี่ยง บริหารต้นทุนร่วมกันแบบ lean supply chain สร้างข้อได้เปรียบของการผลิตที่ตอบสนองตลาดได้รวดเร็ว 5.การรวมกลุ่มด้านวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและความสามารถในการแข่งขันระยะยาว พัฒนาทั้งนวัตกรรมผลิตภัณฑ์

และนวัตกรรมกระบวนการ ยกระดับมาตรฐานคุณภาพ และ 6.การรวมกลุ่มด้านการบริการ เน้นสร้างประสิทธิภาพของระบบการตอบสนองตลาด เชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ การเงิน ภาคบริการและภาครัฐ พร้อมตอบสนองตลาดโลกได้ครบทุกมิติ

Chatuchak Weekend Market, Bangkok, Thailand

ภาพประกอบเนื้อหา

แม้ว่าจะมีการชะลอตัวของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย แต่ในปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยก็สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ โดยสามารถส่งออกได้มากกว่าปีละ 500,000 ล้านบาท และสร้างรายได้ในประเทศได้กว่า 320,000 ล้านบาท ส่งผลให้มีการจ้างงานมากกว่า 2 ล้านคน

ทั้งนี้ หากภาครัฐและภาคเอกชนสามารถร่วมมือกันในการสนับสนุนการดำเนินงานและจัดสรรงบประมาณได้อย่างต่อเนื่องตามแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่น

โดยตั้ง Fashion Idea Space เชื่อมโยงเครือข่ายคลัสเตอร์แฟชั่น พร้อมสามารถดัน Thai Brand แข่งตลาดโลก คาดว่า จะทำให้อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยขยายตัวได้ประมาณ ร้อยละ 3-4 จากมูลค่าการส่งออกและการบริโภคทั้งภายในประเทศและอาเซียน

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก…สำนักข่าวไทย

สาวจีนใช้แอพฯเรียกแท็กซี่ กลับโดนข่มขืนคาโรงแรม

เตือนระวัง! หลังสาวจีนใช้แอพพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่ แต่กลับถูกข่มขืนคาโรงแรม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ปัจจุบันผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ ได้มีบริการเรียกแท็กซี่ออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน เพื่อความสะดวกสบาย เป็นทางเลือกให้แก่นักเดินทาง แต่ก็มีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน เพราะไม่นานมานี้ สื่อของจีนรายงานว่า หญิงรายหนึ่งตกเป็นเหยื่อ ถูกคนขับแท็กซี่ข่มขืน เนื่องจากสามารถใช้แอพฯ ดังกล่าวในการติดตามตัว หาตำแหน่งได้แม่นยำ

แท็กซี่, แอพลิเคชั่นแท็กซี่, ข่มขืน

หญิงสาววัย 21 ปี อยู่ในอาการเมาสุรา ได้เรียกแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อที่จะกลับบ้าน แต่แล้วเธอก็หมดสติ นอนอยู่ที่เบาะหลัง จนกระทั่งคนขับแท็กซี่พาไปโรงแรม ก่อนจะตื่นขึ้นมาก็พบว่า คนขับรายนี้กำลังมีเพศสัมพันธ์กับเธออยู่ แสดงให้เห็นว่า เขาได้จดจำเลือกเหยื่อ และทราบตำแหน่งของเหยื่อว่าอยู่สถานที่ใด ก่อนจะทำการติดตามเพื่อก่อเหตุอาชญกรรม

ขณะที่คนขับแท็กซี่ ได้สารภาพหลังถูกจับกุมว่า เขานำร่างของหญิงสาวไปข่มขืนที่โรงแรมจริง แต่ไม่มีการรายงานว่า แอพพลิเคชั่นที่คนขับรถแท็กซี่ใช้นั้น ชื่อว่าอะไร แต่ก็ถือว่าเป็นกรณีหนึ่งที่น่าสนใจเพื่อให้ผู้ใช้บริการได้ระมัดระวัง และควรมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยให้มากกว่านี้

กรณีนี้เคยเกิดขึ้นกับผู้โดยสารอินเดีย ที่คนขับแท็กซี่อูเบอร์ ข่มขืนผู้โดยสารในนิวเดลี เมื่อปลายปีที่ผ่านมา จุดกระแสเรื่องมาตรการด้านความปลอดภัยให้เข้มงวดกว่านี้ ขณะที่การให้บริการแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนเองก็กำลังก่อความตึงเครียดในยุโรปด้วย