‘ตั้ง’สะดุ้ง!สื่อต่างชาติดักทำข่าว ปมผู้ร้ายข้ามแดน

“ตั้ง อาชีวะ” FB ถูกสื่อต่างชาติดักรอสัมภาษณ์ หลังไทยส่งหนังสือขอตัวมายังนิวซีแลนด์ ชี้ เท่ากับทำลายภาพลักษณ์ราชการไทย

จากกรณี สำนักงานอัยการสูงสุด ทำหนังสือขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน นายเอกภพ เหลือรา หรือ “ตั้ง อาชีวะ” ผู้ต้องหาคดี ม. 112 ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 2429/2556 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2556 ดำเนินการร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังทางการนิวซีแลนด์ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทยในความผิดดังกล่าว

สื่อต่างชาติดักทำข่าว 'ตั้ง อาชีวะ ปมส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ล่าสุด นายเอกภพ เหลือรา หรือ”ตั้ง อาชีวะ”ผู้ต้องหาดังกล่าว ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “เอกภพ เหลือรา” เผยว่า ขณะนี้มีสื่อมวลชนต่างประเทศมาดักรอสัมภาษณ์ ขณะกำลังไปศึกษา ซึ่งเรื่องนี้ หากหน่วยงานของไทยนิ่งเฉย คงจะไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

เพราะขณะนี้ ข่าวการขอตัวตนเป็นข่าวไปทั่วโลกทำให้มีสื่อมวลชนสนใจ ถือเป็นการทำร้ายภาพลักษณ์ของหน่วยงานราชการของไทยเอง

MThai News

อัปยศ ตร.ไทย! รู้ช่องโหว่ กม. ยักยอกของกลางค้ายา

รู้หรือไม่ ตำรวจจับยาเสพติด ยึดของกลาง ยาบ้า ยาไอซ์ ยาเค สารเสพติดเหล่านี้เอาไปไว้ที่แหล่งใด และเคยตั้งข้อสังเกตหรือไม่ จะมีตำรวจนอกแถว ยักยอกของกลางเหล่านี้ไปหาผลประโยชน์

ถามคนร้อยคน ร้อยทั้งร้อยก็ต้องตอบว่า “มี” เพราะตำรวจ (บางคน) ก็เคยตกเป็นข่าว ขนยาบ้า ยักยอกของกลางไปขาย กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันให้แซด

แน่นอนว่าในสังคมใหญ่ มีทั้งคนดี คนไม่ดีปนกันไป แต่ใครจะรู้ว่า อาชีพที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ผู้มีหน้าที่รักษากฎหมาย กลับมากระทำผิดเสียเอง เสียทั้งชื่อเสียงหน่วยงาน เสียครอบครัว ชื่อเสียงวงศ์ตระกูล และเสียอนาคตตัวเอง จากตำรวจจับผู้ร้าย วันนี้กลายเป็นถูกสอบสวนในฐานะผู้ต้องหา

cats

ช่วงต้นสัปดาห์ อดีตตำรวจดีเด่น ผู้บังคับหมู่งานสืบสวน สถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา ก็ไม่เว้น อาศัยช่องโหว่ ร่วมกับเพื่อนตำรวจอีก 4 นาย ยักยอกยาบ้าของกลางไปจำหน่ายเอง โดยของกลางที่จับกุม เป็นยาบ้าจำนวน 10 มัด 8,000 เม็ด นำไปซุกซ่อนไว้ที่บ้านญาติในจังหวัดอ่างทอง 9 มัด เพื่อนำไปจำหน่ายต่อ โดยส่งของกลางยาบ้าให้กับพนักงานสอบสวนดำเนินคดีเพียง 1 มัด มีคำสั่งให้ทั้ง 4 นายออกจากราชการทันที

คดีฉาวเช่นกันกับ กรณีรองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.สุวรรณคูหา  จ.หนองบัวลำภู รับยาบ้า 2 มัด จำนวน 3,940 เม็ด จากแก๊งค้ายา  โดยติดต่อกับพ่อค้ายาบ้าชาวลาว เพื่อไปจำหน่ายให้กลุ่มผู้เสพในพื้นที่ เบื้องต้นสั่งให้ออกราชการไว่ก่อน

นี่แค่เพียงบางส่วนที่สามารถจับกุมได้ ใครจะรู้  พวกอาชีพในเครื่องแบบ ติดยศใหญ่ โต  ทั้งทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่เรือนจำ ผู้คุม ฯลฯ ก็ใช่ว่าจะบริสุทธิ์ ยุติธรรมไปเสียทั้งหมด

เห็นทีคราวนี้ บรรดานักโทษจะได้เห็นสารวัตร มาทักทาย นอนรวมกันอยู่ในคุกเสียที  กว่าจะได้เป็นตำรวจนั้นยากแสนยาก แต่หากทำผิดขึ้นมา ก็ต้องสั่งออกราชการทันที และคราวนี้ก็จะมีประวัติไม่ดีติดตัว รู้ถึงไหนอายถึงนั่น

เรื่องฉาวสร้างความเสื่อมเสียให้กับองค์กร ร้อนไปถึงพลตำรวจเอกพงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดูแลงานด้านปราบปรามยาเสพติด สั่งให้ตรวจสอบการทำงานของ ชุดสืบสวนปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศ

หากพบว่ามีพฤติกรรมพัวพันกับยาเสพติด ให้มีคำสั่งย้ายออกนอกหน่วยทันที พร้อมกับดำเนินคดีอาญาและเอาผิดทางวินัย  และเตรียมปรับการทำงานให้เข้มข้นขึ้น หากตำรวจทำผิดเองจะเสนอให้เพิ่มโทษเป็น 3 เท่าของบุคคลทั่วไป

ทั้งนี้ สำหรับยาบ้าที่จับกันเป็นแสนเป็นล้านเม็ด เจ้าหน้าที่จะยึดไว้ไปเผาทำลาย ตามขั้นตอนด้วยการใช้ความร้อนสูง ทำให้ยาเสพติดสลายไปในเวลาอันรวดเร็ว ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนใหญ่ก็จะเผาในวันที่ 26 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก

ส่วนยาบ้า ยาเสพติดที่ตำรวจมักจะยักยอกนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นของกลางในส่วนที่จับกุมในขั้นตอนแรก เช่น  ได้เงินของกลาง 100 มัด อาจจะให้ผู้ต้องหาให้การว่า 50 มัด ต่อรองให้โทษเบาลง อย่างเช่นในกรณีแรกที่กล่าวไว้ข้างต้น

เมื่อเห็นช่องโหว่ของกฎหมาย ตำรวจก็สามารถใช้ช่องทางนี้หากินในทางทุจริต เรื่องแบบนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับบุคคล และจิตสำนึก เพราะการเป็นตำรวจที่ดี รับใช้ประชาชน อยู่ที่แต่ละคนจะใช้อำนาจไปในทางใด หากพบตำรวจทำผิดกฎหมาย ชาวบ้านจะพึ่งพาผู้รักษากฎหมายได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าหน้าที่ทำผิดเสียเอง

เพชรพิริยะ

MThai News

งานเข้า!ทีมงานชายหมูแห่ลาออก ลือขัดแย้งภายใน

ผู้ว่าฯกทม.อนุมัติคำสั่งหลังผู้ช่วยเลขาฯยื่นลาออก เตรียมยื่นออกอีก 2 ตำแหน่งสำคัญ ลือหนักปัญหาภายในสะสม ทีมงานแบ่งฝ่าย ทำงานข้ามสายงาน

วันที่ 18 มิ.ย. รายงานข่าวจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งว่า ขณะนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ได้อนุมัติคำสั่งลาออกของ น.ส.วราพร ตระกูลชีวพานิตต์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯกทม.ที่ยื่นหนังสือขอลาออก เมื่อต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร

นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่า ข้าราชการฝ่ายการเมืองตำแหน่งสำคัญอีก 2 ตำแหน่ง คือ นายสัญญา จันทรัตน์ เลขานุการผู้ว่าฯกทม. ซึ่งจะลาออกในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ และน.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษก กทม. ก็เตรียมตัวยื่นหนังสือลาออกเร็วๆนี้ด้วยเช่นกัน ส่วนสาเหตุการลาออกเกิดจากปัญหาการทำงานของทีมงานฝ่ายการเมืองของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่มีปัญหากันมาอย่างยาวนาน อย่างที่เคยมีกระแสก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทีมงานฝ่ายการเมืองมีการแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย และไม่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ความขัดแย้งดังกล่าวนั้น เริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาตั้งแต่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.สมัยที่สอง โดยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม.คนก่อนหน้านี้ คือ น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2557 โดยอ้างปัญหาสุขภาพ หลังจากนั้นก็มีที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. นายก้องศักดิ์ ยอดมณี ได้ยื่นหนังสือลาออกเป็นคนต่อมา โดยมีการวิจารณ์ว่าเกิดจากปัญหาภายในกับทีมงานที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ว่าฯ มาโดยตลอด

ขณะที่แหล่งข่าวในทีมผู้บริหาร กทม. ระบุว่า การประสานการทำงานหรือเข้าพบผู้ว่าฯกทม. จะต้องผ่านทีมงานใกล้ชิดคนหนึ่งตลอดเวลา และบ่อยครั้งต้องรอเป็นเวลานาน ส่งผลให้ผู้ที่ต้องการจะเข้าให้ข้อมูล หรือปรึกษาข้อราชการและงานต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน ไม่ได้เข้าพบอย่างทันท่วงที ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นทีมงานผู้บริหารและข้าราชการระดับสูง จึงทำให้หลายคนเกิดความเบื่อหน่าย เป็นผลให้เมื่อเกิดปัญหาต่างๆขึ้น ทุกคนจึงนิ่งเฉย รอแค่ให้ผู้ว่าฯกทม. สั่งการลงมา หรือเรียกเข้าพบ

นอกจากนี้ยังมีปัญหาการล้วงลูก ข้ามสายงาน รวมทั้งกรณีที่งานผิดพลาด หรือถูกกล่าวหาก็ไม่มีโอกาสได้ชี้แจงต่อผู้ว่าฯ กทม.โดยตรง ส่งผลให้ทีมงานที่ต้องทำงานใกล้ชิดบางคนตัดสินใจลาออกดังกล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน ,ภาพจากเฟซบุ๊ก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร

MThai News