เรื่องราว “ตำรวจกับยาบ้า” กำลังร้อนแรง เป็นกระแสให้สังคมจับตาและประณาม เมื่อผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่สวมบทอัศวินปราบปรามและฟาดฟัน กวาดล้างเครือข่าย “ยานรก” กลับกลายเป็นเอเย่นต์เสียเอง ขัดผลงานกวาดจับรายวัน ทำเรื่องเสื่อมเสียทั้งวงการสีกากี ทั้งยังทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน..
ใครรู้เป็นต้องอึ้ง!! ต้นกำเนิดยาบ้าในไทย มาจากผู้หญิงชื่อ “กัลยาณี อร่ามเวชอนันต์” ซึ่งเธอส่งลูกไปเรียนวิชาเคมี ที่ประเทศไต้หวัน เพื่อกลับมาผลิตยาบ้าเป็น “รายแรกของไทย” ต่อมาเธอถูกจับพร้อมสามีและลูกชาย 2 คน ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งครอบครัวของเธอเช่าไว้เป็นแหล่งผลิตยาบ้า หลังจากนั้นยาบ้าถูกประกาศเป็นยาต้องห้าม! และก็เริ่มเจริญเติบโต ขยายกิ่งก้านสาขามากมาย จนหาต้นตอและที่สิ้นสุดไม่ได้
“ยาบ้า” เปรียบดั่ง “ยานรกทำลายชาติ” นักค้า…นักผลิต…นักเสพ หากหลงเกี่ยวข้องมักถอยหลังยาก เมื่อ “ขี่หลังเสือแล้วลงไม่ได้” ต้องเดินหน้าต่อ แต่สุดท้ายต้องแลกมาด้วยชีวิต!!! ทั้งถูกปรับจับคุมขัง ประหาร และถูกวิสามัญ(จับตาย)

หมอ ตามาร
เฉกเช่นนักค้ายา “แก๊งตามาร” รายล่าสุดที่ถูกตำรวจสุราษฎร์ธานีวิสามัญ! คาบ่อน้ำ เสียงปืนรัวระทึกดังสนั่น พร้อมปรากฏภาพเหตุการณ์วินาทีที่ตำรวจตัดสินใจวิสามัญ ลั่นไกยิง นายสนิท จันทนา ฉายา “หมอตามาร” หลังพยายามขว้างระเบิดต่อสู้การจับกุมของตำรวจกว่า 50 ที่สนธิกำลังล้อมจับ สิ้นเสียงปืนพร้อมร่างสิ้นลมหายใจ ปิดฉากลูกสมุนแก๊งตามาร
“แก๊งตามาร” มี นายจักนรินทร์ จันโกมล หรือ “เอ็ม ตามาร” ตั้งตนเป็นหัวหน้าแก๊ง สร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีชื่อเสีย(ง)โด่งดัง ทั้งยังมีลูกสมุนหลายราย จุดเด่นของแก๊งนี้สังเกตได้จากสัญลักษณ์การ “เขียนขอบตาทั้งสองข้าง สักลายเต็มตัว” เพิ่มความน่ากลัวเกรงขาม ถือเป็นที่มาของเครือข่ายค้ายา “แก๊งตามาร” ส่วนสมาชิกในแก๊งมีจำนวนกี่รายนั้นไม่ปรากฏเป็นข้อมูลที่ชัดเจน

อาร์ม ตามาร
แต่จากข่าวที่ปรากฏ ลูกสมุนแก๊งตามาร ดังเช่น นายศรีวิชัย สุบรรณ หรือ “ปีเตอร์ ตามาร” ถูกทหาร ตำรวจตามรวบได้เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 57 พร้อมของกลางยาไอซ์ กัญชาอัดแท่ง พ่วงด้วยอาวุธสงครามเครือข่ายเรือนจำสุราษฎร์ธานี หลังลักลอบซื้อขายยาเสพติดในพื้นที่
จากนั้นไม่นานนักช่วงเดือนก.ค.ปีเดียวกัน ตำรวจสุราษฎร์ธานีสามารถรวบ นายปองบุริศร์ เอียดนิมิตร หรือ “อาร์ม ตามาร” หลังก่อวีรกรรม ฉวยโอกาสระหว่างตำรวจศาลไขกุญแจเปิดประตูห้องขัง เพื่อปล่อยตัวนักโทษคนอื่นๆ วิ่งหลบหนีหายเข้ากลีบเมฆไร้ร่องรอยตามหา จนกระทั่งตำรวจสืบทราบภายหลังว่า “อาร์ม ตามาร” แอบหนีมาบวชเป็นพระ เพื่อขายยาเสพติดให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ และถูกจับกุมได้ในที่สุด

เอ็ม ตามาร หัวหน้าแก๊ง
แต่…ที่เป็นข่าวดังครึกโครม ต้องวีรกรรมของหัวโจกตัวเป้ง “เอ็ม ตามาร” ซึ่งถูกตำรวจจับกุมและตัดสินจำคุกตลอดชีวิตที่เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี ได้ใช้กลอุบาย “นำเหล็กแหลมเสียบแทงท้องตัวเอง”จนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล จากนั้นอาศัยช่วงผู้คุมเผลอ ย่องหลบหนีลอยนวล
เวลาผ่านไป 9 วัน ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 แกะรอยจนสืบทราบว่า “เอ็ม ตามาร” จะขับรถมารับยาเสพติด จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่ “เอ็ม ตามาร” ฮึกเหิมไม่ยอมแพ้ยกปืนยิงต่อสู้ ตำรวจจึงต้องตัดสินใจ “วิสามัญ” ดับชีวิต “เอ็ม ตามาร” ปิดฉากหัวหน้า “แก๊งตามาร” เหลือไว้เพียงตำนาน ไม่น่าจดจำ…
จุดกำเนิดยาบ้า มักมาพร้อมจุดจบนักค้ายา โทษฐานเป็นบ่อเกิดทำลายชาติ ดึงคนให้ตกเป็นทาสยาเสพติด หากคิดกลับตัวกลับใจ สังคมยังพร้อมให้อภัย “ทำความดี มักไม่มีคำว่าสาย” แต่หากก้าวขาเดินตามเส้นทางยานรก อาจพบจุดจบเช่น “แก๊งตามาร”
ภาพเพจ Thailand Police Story
MThai News