รีบลงทะเบียนซิม รัฐจ่อออกโฆษณาเตือน

กสทช. เตรียมออกโฆษณารณรงค์กระตุ้นประชาชนให้ไปลงทะเบียนซิมการ์ดระบบเติมเงินก่อน 31 ก.ค. นี้

วันนี้ (16 มิ.ย. 58) นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม เผยยอดการลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์ในระบบเติมเงินว่า มีผู้ลงทะเบียนแล้วประมาณ 50 ล้านเลขหมาย ซึ่งจะสามารถรณรงค์ให้ประชาชนลงทะเบียนได้ครบทั้ง 90 ล้านเลขหมาย ภายในกำหนดวันที่ 31 ก.ค. นี้

ทั้งนี้ กสทช. และผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือ เตรียมออกโฆษณารณรงค์การลงทะเบียนซิมการ์ดเติมเงินผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการลงทะเบียนแก่ประชาชน

1463

สำหรับผู้ที่ยังไม่ลงทะเบียนต้องลงทะเบียนก่อนวันที่ 31 ก.ค. นี้ โดยแสดงบัตรประชาชนพร้อมซิมการ์ดที่ยังไม่ลงทะเบียน ได้ที่ศูนย์ให้บริการโทรศัพท์ที่ใช้งาน หรือจุดที่มีสัญลักษณ์ให้บริการของ กสทช.

นอกจากนี้ ยังสามารถลงทะเบียนซิมการ์ดได้ที่ว่าการอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงร้าน 7-11 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

MThai News

จุดเกิด-ดับ ‘ตามาร’ แก๊งค้ายารายใหญ่เมืองสุราษฎร์

เรื่องราว “ตำรวจกับยาบ้า” กำลังร้อนแรง เป็นกระแสให้สังคมจับตาและประณาม เมื่อผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่สวมบทอัศวินปราบปรามและฟาดฟัน กวาดล้างเครือข่าย “ยานรก” กลับกลายเป็นเอเย่นต์เสียเอง ขัดผลงานกวาดจับรายวัน ทำเรื่องเสื่อมเสียทั้งวงการสีกากี ทั้งยังทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน..

ใครรู้เป็นต้องอึ้ง!! ต้นกำเนิดยาบ้าในไทย มาจากผู้หญิงชื่อ “กัลยาณี อร่ามเวชอนันต์” ซึ่งเธอส่งลูกไปเรียนวิชาเคมี ที่ประเทศไต้หวัน เพื่อกลับมาผลิตยาบ้าเป็น “รายแรกของไทย” ต่อมาเธอถูกจับพร้อมสามีและลูกชาย 2 คน ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งครอบครัวของเธอเช่าไว้เป็นแหล่งผลิตยาบ้า หลังจากนั้นยาบ้าถูกประกาศเป็นยาต้องห้าม! และก็เริ่มเจริญเติบโต ขยายกิ่งก้านสาขามากมาย จนหาต้นตอและที่สิ้นสุดไม่ได้

“ยาบ้า” เปรียบดั่ง “ยานรกทำลายชาติ” นักค้า…นักผลิต…นักเสพ หากหลงเกี่ยวข้องมักถอยหลังยาก เมื่อ “ขี่หลังเสือแล้วลงไม่ได้” ต้องเดินหน้าต่อ แต่สุดท้ายต้องแลกมาด้วยชีวิต!!! ทั้งถูกปรับจับคุมขัง ประหาร และถูกวิสามัญ(จับตาย)

หมอตามาร

หมอ ตามาร

เฉกเช่นนักค้ายา “แก๊งตามาร” รายล่าสุดที่ถูกตำรวจสุราษฎร์ธานีวิสามัญ! คาบ่อน้ำ เสียงปืนรัวระทึกดังสนั่น พร้อมปรากฏภาพเหตุการณ์วินาทีที่ตำรวจตัดสินใจวิสามัญ ลั่นไกยิง นายสนิท จันทนา ฉายา “หมอตามาร” หลังพยายามขว้างระเบิดต่อสู้การจับกุมของตำรวจกว่า 50 ที่สนธิกำลังล้อมจับ สิ้นเสียงปืนพร้อมร่างสิ้นลมหายใจ ปิดฉากลูกสมุนแก๊งตามาร

“แก๊งตามาร” มี นายจักนรินทร์ จันโกมล หรือ “เอ็ม ตามาร” ตั้งตนเป็นหัวหน้าแก๊ง สร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีชื่อเสีย(ง)โด่งดัง ทั้งยังมีลูกสมุนหลายราย จุดเด่นของแก๊งนี้สังเกตได้จากสัญลักษณ์การ “เขียนขอบตาทั้งสองข้าง สักลายเต็มตัว” เพิ่มความน่ากลัวเกรงขาม ถือเป็นที่มาของเครือข่ายค้ายา “แก๊งตามาร” ส่วนสมาชิกในแก๊งมีจำนวนกี่รายนั้นไม่ปรากฏเป็นข้อมูลที่ชัดเจน

อาร์ม ตามาร

อาร์ม ตามาร

แต่จากข่าวที่ปรากฏ ลูกสมุนแก๊งตามาร ดังเช่น นายศรีวิชัย สุบรรณ หรือ “ปีเตอร์ ตามาร” ถูกทหาร ตำรวจตามรวบได้เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 57 พร้อมของกลางยาไอซ์ กัญชาอัดแท่ง พ่วงด้วยอาวุธสงครามเครือข่ายเรือนจำสุราษฎร์ธานี หลังลักลอบซื้อขายยาเสพติดในพื้นที่

จากนั้นไม่นานนักช่วงเดือนก.ค.ปีเดียวกัน ตำรวจสุราษฎร์ธานีสามารถรวบ นายปองบุริศร์ เอียดนิมิตร หรือ “อาร์ม ตามาร” หลังก่อวีรกรรม ฉวยโอกาสระหว่างตำรวจศาลไขกุญแจเปิดประตูห้องขัง เพื่อปล่อยตัวนักโทษคนอื่นๆ วิ่งหลบหนีหายเข้ากลีบเมฆไร้ร่องรอยตามหา จนกระทั่งตำรวจสืบทราบภายหลังว่า “อาร์ม ตามาร” แอบหนีมาบวชเป็นพระ เพื่อขายยาเสพติดให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ และถูกจับกุมได้ในที่สุด

เอ็ม ตามาร

เอ็ม ตามาร หัวหน้าแก๊ง

แต่…ที่เป็นข่าวดังครึกโครม ต้องวีรกรรมของหัวโจกตัวเป้ง “เอ็ม ตามาร” ซึ่งถูกตำรวจจับกุมและตัดสินจำคุกตลอดชีวิตที่เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี ได้ใช้กลอุบาย “นำเหล็กแหลมเสียบแทงท้องตัวเอง”จนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล จากนั้นอาศัยช่วงผู้คุมเผลอ ย่องหลบหนีลอยนวล

เวลาผ่านไป 9 วัน ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 แกะรอยจนสืบทราบว่า “เอ็ม ตามาร” จะขับรถมารับยาเสพติด จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่ “เอ็ม ตามาร” ฮึกเหิมไม่ยอมแพ้ยกปืนยิงต่อสู้ ตำรวจจึงต้องตัดสินใจ “วิสามัญ”  ดับชีวิต “เอ็ม ตามาร” ปิดฉากหัวหน้า “แก๊งตามาร” เหลือไว้เพียงตำนาน ไม่น่าจดจำ…

จุดกำเนิดยาบ้า มักมาพร้อมจุดจบนักค้ายา โทษฐานเป็นบ่อเกิดทำลายชาติ ดึงคนให้ตกเป็นทาสยาเสพติด หากคิดกลับตัวกลับใจ สังคมยังพร้อมให้อภัย “ทำความดี มักไม่มีคำว่าสาย” แต่หากก้าวขาเดินตามเส้นทางยานรก อาจพบจุดจบเช่น “แก๊งตามาร”

ภาพเพจ Thailand Police Story

MThai News

รัฐฟื้นท่องเที่ยวเนปาลคึกคัก หลังแผ่นดินไหว

ทางการเนปาลสั่งเปิดสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ 7 แห่ง วานนี้ (15 มิ.ย.) หลังสถานการณ์ภัยพิบัติครั้งร้ายแรงคลี่คลาย

เนปาล,แผ่นดินไหว,ภัยพิบัติ,สถานที่ท่องเที่ยว

วานนี้ (15 มิ.ย.) สำนักข่าว ‘ซีเอ็นเอ็น’ รายงานความเคลื่อนไหว ในการฟื้นฟูประเทศเนปาล หลังเกิดเหตุมหาภัยพิบัติเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ของการเกิดแผ่นดินไหวครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 80 ปี คร่าชีวิตประชาชนไปเกือบ 9,000 ราย ล่าสุดทางการเนปาล ได้เปิดแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกที่มีความสำคัญของประเทศ และของโลกรวมทั้งสิ้น 7 แห่ง รวมทั้งจัตุรัสบัคตาปูร์ ดูร์บาร์ อันเป็นที่ตั้งของหมู่วัดวาอารามและปราสาทเก่าแก่ ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมชมอีกครั้งวานนี้

ทว่า การเปิดให้บริการทางด้านการท่องเที่ยวอีกครั้ง รัฐบาลมุ่งหวังในด้านการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมานิยมแหล่งโบราณสถานในประเทศอีกครั้ง หลังจากมหาภัยพิบัติครั้งนั้น สร้างความเสียหายให้แก่แหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศและของโลกอย่างแสนสาหัส

ทางด้าน รามกฤษณา กันวาร์ โฆษกกรมโบราณคดีประจำประเทศเนปาลเปิดเผยผ่านซีเอ็นเอ็นว่า หลังจากสถานการณ์การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งล่าสุดคลี่คลาย ได้มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมโบราณสถานต่างๆ อย่างเป็นทางการ รวมถึงเศษซากปรักหักพัง จะได้รับการบูรณะ

นอกจากนี้ สิ่งประดิษฐ์ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ จะได้รับการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันรัฐบาล ยังมีแผนการดำเนินการในการบูรณะ สถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมดให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ภายในระยะเวลา 5-7 ปี ซึ่งต้องใช้งบประมาณราว 100 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3,370 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง และนับได้ว่าเป็นมหาภัยพิบัติครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ในแถบหุบเขากาฐมาณฑุ อันเป็นที่ตั้งของ 3 เมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ ได้แก่ กรุงกาฐมาณฑุ ปะฏันและภักตะปุระ มีความรุนแรงใน ระดับ 7.8 เมื่อวันที่ 25 เมษายน

คร่าผู้คนมากกว่า 9,000 ศพ แรงสั่นสะเทือนได้ทำลายบ้านเรือนและปูชนียสถานจนได้รับความเสียหายอย่างมาก ทว่า ผลกระทบอีกหนึ่งด้าน คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเนปาล ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ ได้รับความเสียหายร้ายแรงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

กระนั้นหัวหน้ากรมโบราณคดี เรียกร้องนักท่องเที่ยวต่างชาติ เชื่อมั่นในการท่องเที่ยวที่ประเทศเนปาลอีกครั้ง เนื่องจาก เนปาลมีความปลอดภัย ไร้กังวล

เนปาล,แผ่นดินไหว,ภัยพิบัติ,สถานที่ท่องเที่ยว

เนปาล,แผ่นดินไหว,ภัยพิบัติ,สถานที่ท่องเที่ยว

เนปาล,แผ่นดินไหว,ภัยพิบัติ,สถานที่ท่องเที่ยว

MThai News
ที่มา cnn