“พล.อ.ไพบูลย์” รมว.ยุติธรรม เผย 5 มาตรการคุมเข้มเด็กแว้น เล็งเสนอนายกฯ ใช้ ม.44 แก้ปัญหา ขณะกำหนดร้านเหล้าต้องห่างสถานศึกษา 300 เมตร
วานนี้ 15 มิ.ย. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวภายหลังการประชุมแก้ไขปัญหาเด็กแว้นและร้านสุราในสถาบันการศึกษาว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่ยาก การแก้ไขโดยเบื้องต้นได้แบ่งกลุ่มปัญหากรณีเด็กแว้นเป็น 5 กลุ่ม
คือ 1.ผู้ปกครองหากสืบได้ว่ารู้เห็นในการกระทำผิดของบุตรหลานต้องลงโทษอย่างหนัก จำคุก 3 เดือน ปรับ 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ปกครองที่ไม่มีส่วนร่วม ต้องร่วมกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม
2.ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ และรถจักรยานยนต์ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้ดูแล หรือร้านค้าขนาดใหญ่ อาจยึดใบประกอบการ และตรวจสอบจากอุปกรณ์ว่ามีส่วนสนับสนุนส่งเสริมหรือไม่ ส่วนร้านค้ารายย่อยเป็นหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทยร่วมกันดูแล ตรวจสอบเรื่องการดำเนินการ หากเข้าข่ายส่งเสริมสนับสนุนก็ให้หยุดดำเนินการ
3.กฎหมาย ซึ่งจะต้องมีการทบทวนและแก้ไข โดยอาจแบ่งเป็น 2 แนวทาง คือ เตรียมที่จะก่อให้เกิด และการชุมนุมเพื่อจะก่อให้เกิด โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปทบทวนปรับแก้และนำกฎหมายมาเสนอในสัปดาห์หน้า ก่อนนำเสนอนายกรัฐมนตรี ใช้มาตรา 44 ในการแก้ปัญหาให้ทันภายในสิ้นเดือนตามนโยบายนายกรัฐมนตรี
4.กลุ่มเยาวชนใน และนอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ จะรับไปพูดคุยและเข้มงวดถึงผู้ปกครอง ส่วนพวกนอกสถานศึกษา กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงมหาดไทย จะต้องทำทะเบียนให้ชัดเจน เพราะ 60-70% เป็นกลุ่มนอกโรงเรียน เพื่อช่วยในการดำเนินการทางกฎหมาย ให้ความรู้ ฟื้นฟู
และ 5.ให้กระทรวงมหาดไทย กับกรุงเทพมหานครดูพื้นที่ให้เยาวชน จัดพื้นที่เชิงบวกให้เล่นกีฬา เพราะจากการสืบพฤติกรรมพบว่า เยาวชนมักใช้เวลาส่วนใหญ่ในช่วงกลางคืน นอกจากนี้ยังให้กระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ(ไอซีที) เฝ้าระวังในโลกโซเชียล ตรวจสอบโลกออนไลน์ ซึ่งมักจะมีการนัดรวมพลหรือเตรียมตัวตั้งกลุ่มของเด็กแว้น
ส่วนกรณีสุรากับสถานศึกษา เน้นไปเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งพบว่าเจ้าหน้าที่บกพร่องและหย่อนยาน ต้องมีมาตรการควบคุมเจ้าหน้าที่ จึงให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปศึกษากฎหมาย ตรวจสอบมีจุดบกพร่องตรงไหนแล้วมาร่วมกันแก้
เพราะปัญหาที่พบคือการ จำหน่ายสุราให้กับบุคคลอายุไม่ถึงเกณฑ์ จำหน่ายไม่ตรงเวลา กฎหมายหอพัก ซึ่งกฎหมายที่มีอยู่เดิมครอบคลุมและครบถ้วนแล้ว ส่วนเรื่องที่ยังถกเถียงกันคือเรื่องระยะห่างของร้านสุรากับสถานศึกษา เบื้องต้นกระทรวงสาธารณสุขเสนอ 300 เมตร จาก 500 เมตร ทั้งนี้หลายฝ่ายยังห่วงเพราะยากในทางปฏิบัติ
ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน
MThai News


