ชื่นชม เด็กเล่นดนตรีเปิดหมวก ช่วยน้องป่วยโรคไต

น่าชื่นชม กลุ่มนักเรียนชั้น ม. 5 ร.ร.บดินเดชา 2 รวมตัวกันเล่นดนตรีเปิดหมวก เพื่อนำเงินช่วยเหลือน้อง ม.4 ที่ป่วยเป็นโรคไตวายเฉียบพลัน

จากกรณีมีการแชร์ภาพบนโลกออนไลน์ของเพจเฟสบุ๊ค ‘ชุมชนคนถ่ายภาพ’ เผยแพร่ภาพกลุ่มเด็กนักเรียนชั้น ม.5 ร.ร.บดินเดชา 2 พร้อมอาจารย์ เปิดแสดงดนตรีเปิดหมวกอยู่ที่ตลาดปัฐวิกรณ์ ริมถนนนวมิทร์ เพื่อหาเงินช่วยเหลือน้องยุ้ยหรือน.ส.อรัญญา รัศมีประภา อายุ17 ปี นักเรียนชั้นม.4 รุ่นน้องโรงเรียนเดียวกันที่ป่วยเป็นโรคไตวายเฉียบพลัน

เด็ก ม.5 เล่นดนตรีช่วยน้อง

โดยเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 14 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ตลาดปัจฐวิกรณ์ พบกลุ่มนักดนตรีเปิดการแสดงอยู่หน้าตลาด โดยมีกีตาร์ 1 ตัว ร้องนำ เครื่องเคาะ แนวอะคูสติก ใช้กล่องกีตาร์วางขอรับเงินบริจาค เพียงไม่กี่ชั่วโมงมีประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของให้ความสนใจและบริจาคเงินเกือบเต็มกล่องใส่กีตาร์

นายต่อพงศ์ อุตรพงศ์ อาจารย์สอนวิชาดนตรี ร.ร.บดินเดชาสิงห์เสณี เปิดเผยว่าตนเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่ควรสนับสนุนที่เด็กวัยนี้คิดจะช่วยเหลือผู้อื่น และเป็นการฝึกฝนทักษะการเล่นดนตรีไปด้วย จึงนำนักดนตรีอะคูสติก มารวมตัวเฉพาะกิจ พากันตระเวนเล่นตามคลาดนัด โดยเล่นมาแล้ว 2-3 แห่ง ซึ่งได้เงินมาเกือบหมื่นบาท โดยจะนำไปมอบให้พร้อมกับกลุ่มเครือข่ายผู้ปกครองที่จะเข้าไปที่บ้านน้องยุ้ย

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ห้องเลขที่ 22 แฟลตการเคหะนวมินทร์ ที่พักของน้องยุ้ยกับนางแสงทอง มารดา วัย 33 ปี โดยน้องยุ้ยมีร่างกายผอมซีด ที่ลำคอหมอเพื่อทำการฟอกไต จนน้องยุ้ยเจ็บจึงต้องเปลี่ยนไปเจาะท่อออกทางแขน พูดได้เล็กน้อยเพราะเจ็บที่ลำคอ มารดาต้องคอยดูแลอยู่ไม่ห่างเพราะมือด้านขวาไม่มีแรง

น้องยุ้ยป่วยโรคไต

แม่น้องยุ้ย เผยว่าน้องเริ่มมีอาการ อาเจียนทานข้าวไม่ได้ จึงพาไปหาหมอ ตรวจพบว่าไตวายทั้งสองข้าง จึงต้องทำการฟอกไต 1 ปี ซึ่งน้องยุ้ยมีสิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรคที่รพ.สิรินธร แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการฟอกไตเดือนละกว่า 2 หมื่นบาท โชคดีที่อาจารย์ ร.ร.บดินทร พานักเรียนรุ่นพี่ออกแสดงดนตรีหาเงินมาช่วย และมีกลุ่มผู้ปกครอง ร.ร.บดินเดชา 2 มาช่วยเรื่องที่รักษาและเงินค่าใช้จ่ายอีกแรง

ด้านน้องยุ้ยถึงแม้จะไม่มีแรงก็ยังฝืนยิ้มและกล่าวขอบคุณครูต่อและพี่ๆ กลุ่มนักดนตรี ร่วมถึงผู้ปกครอง ร.ร.บดินเดชา 2 ที่ช่วยเหลือด้วยหากกลับไปเรียนได้อีกจะตั้งใจศึกษาและอยากเป็นนักกีฬาเทควันโดทีมชาติ น้องยุ้ยกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบเบาสั่นเครือน้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจ

MThai News

ที่มา… เพจชุมชนคนถ่ายภาพ

ตายพุ่ง! ‘เมอร์ส’ คร่าชีวิตชาวโสมขาว 16 ราย

ผวาทั้งประเทศ ผู้เสียชีวิตจากไวรัสเมอร์สพุ่ง ขณะนี้มีรายงานการเสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 16 ราย และได้รับเชื้อแล้วกว่า 150 ราย

วันนี้ (15 มิ.ย.) สำนักข่าว ‘ซีเอ็นเอ็น’รายงานข่าว กรณีที่กระทรวงสาธารณสุขในเกาหลีใต้ รายงานการพบผู้เสียชีวิตจากกลุ่มโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง เชื้อไวรัสโคโรนา หรือ ‘เมอร์ส’ ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเพศชาย 2 ราย สูงวัย อายุ 58 ปี และ 61 ปี รวมทั้งสิ้น 16 รายพร้อมกันนี้กระทรวงสาธารณสุขในเกาหลีใต้ ยังระบุด้วยว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 5 รายรวมเป็นอย่างน้อย 150 คน

เมอร์ส,ไวรัสเมอร์ส,เกาหลีใต้,เสียชีวิต,ตาย

ในขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้พยายามผ่อนคลายความตึงเครียดของประชาชน ด้วยการยืนยันว่าสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเลือดใหม่ชนิดนี้ ให้อยู่หมุนเวียนภายในโรงพยาบาลเท่านั้น

พร้อมทั้งระบุด้วยว่า สถิติการพบผู้ป่วยรายใหม่ลดลงมาก อีกทั้งจำนวนผู้ที่ต้องเข้ารับการกักบริเวณมีแนวโน้มลดลง รวมถึงสถานศึกษาจะเริ่มทยอยเปิดสอนตามปกติในวันนี้ หลังจากทางการประกาศปิดโรงเรียนกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ

ทว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่าจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อไวรัสเมอร์สในเกาหลีใต้เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากลักษณะของการแพร่ระบาดความกระจ่างต่อวงจรการแพร่กระจาย และวิธีการรักษายังคลุมเครือ

ด้านศูนย์การแพทย์ซัมซุง หนึ่งในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ที่ทันสมัยที่สุดในเกาหลีใต้ แถลงการณ์ปิดตัวไม่รับผู้ป่วยนอกชั่วคราว และห้ามบุคคลภายนอกเข้าเยี่ยมผู้ป่วยในทุกกรณี หลังจากที่ศูนย์การแพทย์ซัมซุงเป็นต้นตอของการแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าว และได้ขออภัยไปยังประชาชนในกรณีที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในประเทศ

ทั้งนี้ทั้งนั้้น กระทรวงสาธารณสุขของซาอุดีอาระเบีย ได้ออกมาระบุว่า มีการพบผู้ติดเชื้อไวรัสเมอร์สเพิ่มอีก 5 คนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศเป็นอย่างน้อย 1,029 คน และเสียชีวิตแล้ว 452 ศพ มากที่สุดในโลก หลังจากการถือกำเนิดของเชื้อชนิดดังกล่าวในปี 2555

MThai News
ที่มา CNN

พุ่งพรวด! ราคาที่ดิน แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง

ราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าปรับตัวเพิ่มขึ้น สายสีม่วงปรับเพิ่ม 100% ส่วนสายสีน้ำเงินปรับเพิ่มเพียง 55%

จากการสำรวจและรวบรวมข้อมูลโดยส่วนประเมินราคาทรัพย์สินในกรุงเทพมหานคร 1 พบว่า โครงการรถไฟฟ้าและถนนตัดใหม่ ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ดินอย่างชัดเจน โดยพื้นที่ที่มีผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในรอบ 16 ปี ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และ นนทบุรี

ทั้งนี้ ที่ดินที่มีราคาพุ่งสูงขึ้น จะเป็นที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส มากกว่าราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าใต้ดิน เนื่องจากโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นแนวเส้นทางที่ผ่านเข้าสู่พื้นที่ใจกลางเมืองย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ

111

สำหรับที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่–บางซื่อ มีการเปลี่ยนแปลงราคาขึ้นถึง 100% ทั้งที่ที่ผ่านมาราคาที่ดินจะไม่เคลื่อนไหวมากเท่าไหร่ แต่เมื่อมีรถไฟฟ้าตัดผ่านราคาที่ดินกลับพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด ซึ่งบริเวณถนนรัตนาธิเบศร์ จากเดิมราคาประเมินที่ดินอยู่ที่ 40,000-50,000 บาท/ตร.ว. ปัจจุบันพุ่งขึ้นแตะหลักแสน บาท/ตร.ว.

ส่วนเส้นทาง บางซื่อ–ท่าพระ–หัวลำโพง มีราคาประเมินที่เปลี่ยนแปลงเพียง 55% เนื่องจากยังไม่เปิดใช้บริการ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่า ราคาประเมินที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส ณ วันนี้พื้นที่ที่แพงที่สุดใกล้แตะหลักล้าน บาท/ตร.ว. อยู่ที่ ถนนสีลม

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ฐานเศรษฐกิจ

MThai News