ชาวจีนนับ100 รวมพลังช่วยหญิงชราใต้ท้องรถบัส

ชาวจีนกว่า 100 คน ช่วยกันดันรถบัสให้ตะแคง เพื่อนำหญิงชราวัย 76 ปี ออกมาจากใต้ท้องรถ

วันนี้ (13 มิ.ย. 58) สำนักข่าว CCTVNews ของประเทศจีน ได้เผยแพร่ภาพเหตุการณ์ที่หญิงชราวัย 76 ปี เข้าไปติดอยู่ใต้ท้องรถบัสเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา ในเมืองกวางโจ้ว จนมีพลเมืองดีพบเห็นเหตุการณ์และต่างพากันเข้ามาช่วยผลักดันให้รถคันดังกล่าวตะแคง ก่อนให้ชาย 2 คน เข้าไปนำตัวหญิงชราออกมาได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นหญิงชราคนดังกล่าว ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในท้องถิ่น โดยไม่มีอาการบาดเจ็บสาหัส ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ที่ทำให้หญิงชราเข้าไปติดอยู่ใต้ท้องรถบัสนั้น ไม่มีในรายงาน

MThai News

‘โอ๊ค’ชี้ ต่างชาติยกยอสมองพ่อ แต่ อดรับใช้ไทย

“โอ๊ค พานทองแท้” โพสต์เฟซบุ๊ค ยก พ่อต่างชาติเห็นค่ามันสมอง เชิญประชุมเพียบ มีชื่อ เพราะ30บาท ทำคนเท่าเทียม โอด เสียดายมันสมอง ไม่ได้รับใช้ไทย  

วันที่ 13 มิ.ย.58 นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความพร้อมรูปบิดาบนเฟซบุ๊คส่วนตัวเพจชื่อ “Oak Panthongtae Shinawatra” ระบุข้อความว่า

เมื่อวานนี้ทาง Imperial College ลอนดอน ได้เชิญคุณพ่อผม เข้าร่วมประชุมเรื่อง Bio Medicine ครับ
ภาพนี้แทนคำตอบที่ หลายๆคนถามผมว่า คุณพ่ออยู่ต่างประเทศมาหลายปี ทุกวันนี้ใช้เวลาว่างทำอะไรบ้าง ซึ่งผมบอกได้เลยว่า คุณพ่อผมไม่ว่าอยู่ที่ไหน ท่านแทบจะไม่เคยมีเวลาว่างอยู่แล้ว

โอ๊ค ทักษิณ

กิจกรรมทุกอย่างในชีวิต จะถูกทีมงานเลขาฯ ลงไว้ในตารางงานทั้งหมด ตั้งแต่เช้าถึงเย็น อะไรที่เป็นงาน หรือเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม คุณพ่อผมไม่เคยหยุดนิ่ง หรือปฏิเสธที่จะเข้าร่วม

งานหลักๆ2-3อย่างในปัจจุบันคือ การร่วมทำธุรกิจส่วนตัวกับพรรคพวกในต่างประเทศ, การรับเป็นที่ปรึกษาเรื่องการพัฒนา และสร้างความเจริญให้กับประเทศต่างๆ, การเดินสายบรรยาย, สัมนา และ VDO Conference ต่างๆ โดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ และการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคต ตามคำเชิญขององค์กร และรัฐบาลของประเทศต่างๆทั่วโลก (ยกเว้นประเทศไทย)

วันนี้มีคนถามผมต่ออีกว่า Bio Medicine เป็นเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งคุณพ่อผมไม่น่าจะมีความชำนาญในเรื่องนี้ ทำไมฝรั่งจึงเชิญคุณพ่อผมเข้าร่วมประชุมด้วย

ผมมองว่า คงเป็นเพราะคุณพ่อผม เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของโลก ที่ริเริ่มนำนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค มาปฏิบัติได้เป็นผลสำเร็จ จนพี่น้องคนไทยทั้ง 60 ล้านคนเข้าสู่การรักษาพยาบาลได้ทัดเทียมกันโดยไม่เลือก ยาก ดี มี จน

คุณพ่อผมทำให้ประเทศไทย กลายเป็นประเทศต้นแบบ ทางด้านสวัสดิการสาธารณสุข โดยหลายประเทศได้ขอให้คุณพ่อผมไปเป็นที่ปรึกษา ในเรื่องการเข้าถึงทางด้านสาธารณสุข ของประเทศนั้นๆ

เดี๋ยวเกาหลีก็เชิญบรรยาย เดี๋ยวอังกฤษก็เชิญประชุม

เดี๋ยวประเทศนู้น ประเทศนี้ ก็เชิญไปให้คำปรึกษา เชิญคุณพ่อไปมีส่วนร่วมในการพัฒนา และสร้างความเจริญให้กับประเทศต่างๆได้ทั่วโลก

เหลือเพียงที่เดียวเท่านั้น ที่คุณพ่อผมรักและอยากพัฒนามากที่สุด แต่ไม่มีโอกาสที่จะทำอะไรให้ได้เลย
เสียดายโอกาสของประเทศไทยจริงๆครับ..!!

MThai News 

รวบ ตร.ดีเด่นซุกของกลาง-ค้ายา พบอีก4นายมีเอี่ยว

จับกุม ด.ต.บุญสืบ ชุ่มยิ้ม พร้อมของกลางยาบ้ารวม 12,000 เม็ด เจ้าตัวสารภาพยาบ้าทั้งหมดได้มาจากการจับกุมยาบ้าและได้ยักยอกของกลางเอาไว้จำหน่ายเอง

วันนี้ (13มิ.ย.) พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการปฎิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรภาค 1 ได้ทำการสืบสวนจับกุมตัว นายอำพล สรรพวุธ อายุ 29 ปี ได้พร้อมของกลางยาบ้า 2,000 เม็ด ที่บริเวณริมถนนสาย 347 ปทุมธานี-บางปะหัน ก่อนสอบขยายผลทราบว่า นายอำพลเป็นเครื่อข่ายของ ด.ต.บุญสืบ ชุ่มยิ้ม อายุ 48 ปี ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา

10940472_783015198463399_7728727891349592339_n

จากนั้นจึงได้วางแผนติดต่อล่อซื้อยาจาก ด.ต.บุญสืบ ให้นำยาบ้ามาส่งที่บริเวณหน้าปั๊มบางจาก ริมถนนสายเอเซีย ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อด.ต.บุญสืบ มาพร้อมกับนางกาญจนา ปินตา อายุ 44 ปี ภรรยา จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์เก๋ง 4,000 เม็ด

และทำการขยายผลตรวจค้นบ้านพักใน จ.อ่างทอง เปิดเป็นร้านอาหารในตลาดแกรนด์ อ.อุทัย ตรวจยึดเงินสดและยาบ้าได้อีก 8,000 เม็ด พร้อมกันนี้ยังมีกัญชา 1 ห่อเล็ก อาวุธปืนขนาด.38 ขนาด 9 มม. ขนาด.25 มม. อย่างละ 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองแบบไทยประดิษฐ์อีก 1 กระบอก และเงินสด 231,500 บาท

สำหรับ ด.ต.บุญสืบ เป็นตำรวจสืบสวนที่มีความสามารถเคยได้รับรางวัลสืบสวนจับกุมยาบ้าดีเด่น สอบสวน ด.ต.บุญสืบ ให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าทั้งหมดได้มาจากการจับกุมยาบ้าและได้ยักยอกของกลางเอาไว้จำหน่ายเอง จึงแจ้งข้อหามียาบ้าไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และส่งตัวดำเนินคดีต่อไป

ขณะนี้ได้สั่งให้ออกจากราชการแล้ว และยังพบว่ายังมีตำรวจที่เกี่ยวข้องอีกประมาณ 3-4 นาย ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมออกหมายจับ และจะพิจารณาโยกย้ายผู้บังคับบัญชาตำรวจใน สภ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมตั้งกรรมการสอบว่า มีความบกพร่องในการกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาปล่อยให้มีตำรวจกระทำความผิดค้ายาบ้ายักยอกของกลางได้อย่างไร พล.ต.ท.อำนวยกล่าว

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์

ขอบคุณภาพจาก Thailand Police Story