ชื่นชม! ทหาร ช่วย ปชช. หลังฝนถล่มกรุงยันเช้า

ทหารเข้าช่วยเหลือประชาชน เร่งบรรเทาการจราจร พร้อมระบายน้ำท่วมขัง กล่มฝนตกหนักทั่วกรุงเทพฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา 

วันนี้ 13 มิ.ย. ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกได้มีการประสานข้อมูลสถานการณ์และแจ้งหน่วยทหารที่รับผิดชอบพื้นที่เขตต่างๆได้เตรียมพร้อมไว้แล้วเมื่อฝนตก หน่วยทหารได้ส่งชุดช่วยเหลือประชาชน ลงพื้นที่เสี่ยงและช่วยบริการประชาชนโดยทันที
การปฎิบัติงานส่วนใหญ่เป็นการอำนวยการจราจร ยานพาหนะที่สัญจรบนถนน ซึ่งมีน้ำท่วมขังรอการระบาย จนกระทั่งฝนหยุดตกและสถานการณ์เริ่มคลี่คลายสู่ภาวะปกติ

ทหารช่วยเหลือ ปชช. หลังฝนถล่ม กรุงฯ

โดยตลอดการปฎิบัติงานได้มีการรายงานสถานการณ์ให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก รับทราบ โดยท่านได้ติดตามการปฎิบัติงานของกำลังพล พร้อมกำชับให้ระมัดระวังอุบัติเหตุต่างๆและให้ดูแลประชาชน สำรวจผลกระทบที่เกิดขึ้นจากฝนตกหนัก เพื่อประสานการช่วยเหลือกับส่วนงานต่างๆต่อไปด้วย

เมื่อเวลา 01.30 น. กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์โดย กองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ จัดกำลังพล1 ชุดปฎิบัติการ เป็นเจ้าหน้าที่จราจร ประจำสี่แยกมเหสักข์ เขตบางรัก เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุของยานพาหนะที่สัญจร เนื่องจากฝนตกหนักทำให้เกิดมีน้ำท่วมสูงประมาณ 30 ซม. ใช้เวลา 1 ชั่วโมง การระบายน้ำจึงเข้าสู่ปกติ ขณะนี้ หน่วยได้จัดกำลังพลอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่ผู้ที่สัญจร เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเวลา 03.30 น. ชุดบรรเทาสาธารณภัย กรมทหารราบที่1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ออกช่วยอำนวยความสะดวกการจราจร บริเวณ ถนนวิภาวดี-รังสิต เนื่องจากน้ำท่วมขังรอการระบาย

เวลา08.00น. กองพลที่1 รอ.ตรวจสอบเขตดินแดงพบ น้ำท่วมขังในอุโมงสามเหลี่ยมดินแดง 5-10ซม. จราจรเคลื่อนตัวช้า กทม.เร่งระบายน้ำ

เวลา 08.20น. กรมทหารราบที่1รอ. เข้าอำนวยความสะดวกน้ำท่วมขังในอุโมงค์สามเหลี่ยมดินแดง กทม. ผิวถนนเข้าสู่ปกติการจราจรคล่องตัว

เมื่อเช้านี้พล.ม.2 รอ. ร่วม สนข.ประเวศติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่ชุมชน40 ไร่ ถ.สุขาภิบาล2 ระบายน้ำออกจากชุมชน/ช่วยอำนวยจราจร

ทหารช่วย ปชช.

MThai News

ที่มาเฟสบุ๊ค Wassana Nanuam

ระทึก! คลิปพายุพัดถล่มโรบินสัน สระบุรี กระจกแตก-ไฟดับ

พายุฝนพัดถล่มที่ โรบินสัน จ.สระบุรีชั้นศูนย์อาหาร ทำให้กระจกแตก-ไฟดับ ผู้คนวิ่งหนีเอาตัวรอด

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (12 มิ.ย. 58) ในโลกออนไลน์ ได้มีการแชร์คลิปวิดิโอ พายุถล่มห้างโรบินสันสระบุรี ชั้นศูนย์อาหาร ตัวอาคารถูกลมพัดจนกระจกแตก ข้าวของกระจัดกระจาย ไฟดับ ผู้คนต่างวิ่งหนีชุลมุนวุ่นวายเอาตัวรอดกันไปหมด สร้างความเสียหายให้กับตัวห้างพอสมควร

ScreenHunter_17 Jun. 13 12.46

ScreenHunter_15 Jun. 13 12.35

MThai News

เหตุใด?กองทัพเรือ ตัดน้ำ-ไฟ พระราชวังเดิม

‘พระราชวังเดิม’ หรือ ‘พระราชวังกรุงธนบุรี’ ถือเป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของชาติเนื่องจากเป็นพระราชวังเพียงแห่งเดียวที่สร้างขึ้นในสมัยธนบุรี

พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตั้งที่มีความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์โดยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2311 เพื่อใช้เป็นที่ประทับและว่าราชการ และนอกจากนี้พระราชวังเดิม ยังเคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ ชั้นสูงในราชวงศ์จักรีอีกหลายพระองค์อีกด้วย

พระราชวังเดิม

พระราชวังเดิม

ภายหลังจากสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระจักรพรรดิพงศ์สิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชวังเดิมให้เป็นที่ตั้งของ โรงเรียนนายเรือ โดยทรงขอให้ รักษาซ่อมแซมสิ่งที่ปลูกสร้างที่มีมาแต่เดิม ได้แก่ ท้องพระโรง, พระตำหนักของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว, ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และศาลศีรษะปลาวาฬ

และในปี พ.ศ.2498 เมื่อโรงเรียนนายเรือย้ายออกไปตั้งที่สมุทรปราการเป็นการถาวร กองทัพเรือได้บูรณะอาคารเดิมของโรงเรียนนายเรือที่พระราชวังเดิม เป็นแบบทรงไทย แล้วใช้เป็นที่ตั้ง ของกองบัญชาการกองทัพเรือเรื่อยมา จนถึงปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าพระราชวังเดิมเป็นสถานที่หนึ่ง ที่มีความสำคัญ และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ของชาติไทยอันควรค่าแก่การ อนุรักษ์ไว้เป็นอย่างยิ่ง

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2539 ได้มีการจัดตั้งมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิมขึ้น เพื่ออนุรักษ์โบราณสถาน รวมทั้งปรับปรุงภูมิสถาปัตย์และสภาพแวดล้อม อีกทั้งยังส่งเสริม สนับสนุนการศึกษาค้นคว้าวิจัยทางประวัติศาสตร์ พร้อมเผยแพร่ความรู้ ข่าวสารข้อมูลทางด้านประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับพระราชวังเดิม และการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์เท่านั้น

โดยที่ผ่านมามูลนิธิฯได้จัดพิมพ์หนังสือ เพื่อหารายได้บูรณะโบราณสถานในพระราชวังเดิม ซึ่งมีหนังสือที่น่าสนใจ อาทิ
– หนังสือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
– หนังสือสาระน่ารู้ กรุงธนบุรี (ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
-The Legend of Thon Buri
– หนังสือพระราชวังเดิม
– หนังสือพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
– หนังสือนำชมพระราชวังเดิม (ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
-Phra Racha Wang Dem Guide Book
– ดวงตราไปรษณียากร “พระราชวังเดิม”
– เหรียญที่ระลึกงานเทอดพระเกียรติฯ “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช”
– พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

อย่างไรก็ตามในช่วงปี พ.ศ. 2557 ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เมื่อมีกระแสข่าวว่าทางกองทัพเรือมีแผนดำเนินการรื้อกำแพงรั้วพระราชวังเดิม เพื่อทำเป็นลานโล่ง สอดรับกับการปรับปรุงอาคารและบันไดขึ้นตัวอาคารพระราชวังเดิม ซึ่งทางพล.ร.อ.ประเจตน์ ศิริเดช ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ได้ส่งหนังสือถึงอธิบดีกรมศิลปากร เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง

เนื่องจากกำแพงพระราชวังเดิมนั้นได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุสถานที่พระราชวังเดิม กิ่งอำเภอ บางกอกใหญ่ ต.วัดอรุณ ตั้งแต่ วันที่ 18 พ.ย. 2492 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 22 พ.ย.2492) ต่อมาทางกรมศิลปากร จึงได้คัดค้านไม่ให้มีการทุบกำแพงพระราชวังเดิม…

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 22 พ.ย.2492

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 22 พ.ย.2492

ต่อมาทางกองทัพเรือได้มีคำสั่งให้กรมช่างกองทัพเรือแยกมิเตอร์น้ำ และไฟฟ้าของมูลนิธิฯ โดยมีหนังสือให้จ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟ รวมถึงมีการเตือนว่า จะย้ายทหารชั้นผู้น้อยที่เคยได้รับอนุมัติให้รับการฝึกหัดเป็นวิทยากรนำชมโบราณสถาน และดูแลความปลอดภัยของโบราณวัตถุในพระราชวังเดิม รวมถึงจะเรียกคืนรถยนต์และพลขับที่ช่วยงานมูลนิธิฯกลับคืน

จนกระทั่งเมื่อช่วงต้นปี 58 กองทัพเรือมีหนังสือถึงมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิมเพื่อเรียกเก็บค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคหรือค่าน้ำค่าไฟประจำเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2558 จำนวน 34,984 บาท โดยระบุให้ชำระภายในวันที่ 10 มิถุนายน มิฉะนั้นจะระงับการจ่ายน้ำ-ไฟ

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (12 มิ.ย.) ทางกองทัพเรือได้สั่งระงับการจ่ายน้ำ-ไฟ ให้กับมูลนิธิฯ หลังครบกำหนดระยะเวลาได้การชำระ ที่ทางกองทัพเรือได้ยื่นหนังสือไป ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชม ศึกษาประวัติภายในสำนักพระราชวังเดิม เนื่องจากมีสภาพอากาศที่ร้อนและค้อนข้างมืด และมีอุปสรรคเล็กน้อย ต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ

ทั้งนี้มีการอ้างถึงจดหมายชี้แจงหนี้สาธารณูปโภคลงนามโดย พล.ร.อ.ประเจตน์ ศิริเดช ประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม ชี้แจงต่อเลขานุการกองทัพเรือว่า ตั้งแต่การประชุมสามัญประจำปี 2548 ทางมูลนิธิฯไม่เคยถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเลย ดังนั้น มูลนิธิจึงไม่สามารถชำระค่าใช้จ่ายได้ จนกว่าจะนำเรื่องดังกล่าวผ่านมติที่ประชุมสามัญประจำปี 2558

แม้ข้อพิพาทระหว่างกองทัพเรือกับมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม ยังคงคลุมเครือกันอยู่ แต่เชื่อว่าทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนถึงประชาชน ต่างมีจุดประสงค์เดียวกันนั้นคือ การร่วมอนุรักษ์โบราณสถานให้คงอยู่สืบไป “เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาประวัติศาสตร์ ที่จะคงอยู่บนพื้นแผ่นดินไทยได้ตราบนานเท่านาน”

ที่มา : พระราชวังเดิม

MThai News