สยอง! รถไฟพุ่งชนกระบะขาด 2 ท่อน ดับ1

เกิดเหตุรถไฟชนรถกระบะ ที่บริเวณทางข้ามรถไฟหน้าวัดสะพาน 4 จ.พิษณุโลก เป็นให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ 1 ราย

วันที่ 12 มิ.ย. ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งเหตุรถไฟชนรถกระบะ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จุดเกิดเหตุเป็นทางข้ามรถไฟ ระหว่างหน้าวิทยาลัยพณิชยการบึงพระ เชื่อมต่อวัดพิกุลวราราม (วัดสะพาน 4) ม.4 ต.บึงพระ แต่จุดดังกล่าวไม่มีเครื่องกั้นหรือสัญญาณเตือนแต่อย่างใด

รถไฟชนกระบะ ดับ 1

บริเวณที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน บน-8391 พิษณุโลก บรรทุกตู้แช่ขนาดใหญ่มาด้วยถูกชนอย่างแรง ทำให้ตัวรถขาดเป็น 2 ท่อน พบผู้บาดเจ็บสาเหตุ 1 ราย คือ นายนพรัตน์ ดิ่งกลาง ซึ่งเป็นคนขับรถกระบะบาดเจ็บสาหัส ส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน ส่วนเบาะนั่งข้างคนขับ พบผู้เสียชีวิต 1 ราย ถูกอัดติดกับซากรถ ทราบชื่อคือ นายจักรพงศ์ บุญชู อายุ 22 ปี

จากการสอบถาม นายปรัชยา พันธุ์จันทร์งาม พนักงานรับจ้างทำความสะอาดรางรถไฟ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นว่ารถยนต์กระบะคันดังกล่าว ขับมาด้วยความเร็วเพื่อจะข้ามทางรถไฟ ในขณะนั้นได้มีรถไฟแล่นมาพอดี ซึ่งก่อนจะถึงทางข้าม รถไฟขบวนดังกล่าวก็เปิดหวูดเสียงดังมาตลอดทาง แต่คาดว่ารถยนต์กระบะ ปิดกระจก ทำให้ไม่ได้ยินเสียง ตนพยายามจะส่งสัญญาณบอก แต่ก็ไม่ทัน ทำให้รถไฟพุ่งชนกับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวอย่างรุนแรง

สำหรับบริเวณทางข้ามทางรถไฟหน้าวิทยาลัยบึงพระมุ่งหน้าวัดสะพาน4 ห่างจากสถานีรถไฟพิษณุโลกไปทางทิศใต้ประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นจุดที่มีอุบัติเหตุรถไฟชนกับรถยนต์ที่สัญจรข้ามไปมาบ่อยที่สุดจุดหนึ่ง ใน จ.พิษณุโลก ที่ผ่านมาเกิดเหตุบ่อย มีทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เพราะเป็นจุดลักผ่านที่ไม่มีเครื่องกั้น

MThai News

ขอบคุณข้อมูล ข่าวสด

ภาพ @K5_Rescue

เพจดังพัทยาปิดตัวเงียบ ! หลังเย้ยคำสั่ง ‘สมยศ’

เพจดังแจ้งเตือนข่าวสารการตั้งด่านตรวจ ยอมปิดตัวลง หลังท้าทายคำสั่งของ ผบ.ตร 

จากกรณีที่พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ได้มีการตรวจสอบกลุ่มช่องทางโซเชียลมีเดีย ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลที่ตั้ง เวลา การตั้งด่านของตำรวจ โดยให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ทำการตรวจสอบ ซึ่งพบว่ายังมีบางรายยังท้าทายคำสั่ง ผบ.ตร ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

ปิดเพจดังแจ้งเตือนตั้งด่านฯ

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรดาเพจเฟซบุ๊คแจ้งข้อมูลด่านในเมืองและจังหวัดชลบุรี ต่างพากันปิดเพจและไม่แสดงความเคลื่อนไหว บางรายได้แสดงเจตนารมณ์ในการนำเสนอข้อมูลเพื่อสาธารณชนอย่างน่าสนใจ ซึ่งบรรดาลูกเพจและผู้ติดตามต่างร่วมให้กำลังใจ รวมถึงแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าวกันอย่างกว้างขวาง

ทางด้านเพจ “เรารักด่านพัทยา” ที่แสดงจุดยืนโดยยืนยันจะไม่ปิดเพจก่อนหน้านี้ จากการตรวจสอบพบว่าเพจดังกล่าวไม่มีการออกมาแสดงความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น เชื่อว่าแอดมินประจำเพจได้พยายามหยุดการแสดงออกหรือไม่ก็อาจจะพยายามปิดเพจดังกล่าวแล้วด้วยเช่นกัน

ในส่วนของเพจ “เรารักด่าน #ชลบุรี” ได้ออกมาโพสต์หน้าเพจว่า “ขออนุญาตทุกคนนะครับ ผมต้องทำการลบเพจนี้แล้ว ขอให้ทุกคนโชคดีครับ เตรียมเอกสารให้พร้อม รัดเข็มขัด สวมหมวกนะครับ ปฏิบัติตามกฎหมายด้วยนะครับ เมาไม่ขับนะครับ เหลืออีก 14 วัน เพจจะถูกลบออกไปครับ”

ขณะที่แอดมินเพจ “มีด่าน บอกด้วย @ชลบุรี” ได้โพสต์ภาพข้อความสนทนาในการตอบข้อซักถามสื่อมวลชนช่องหนึ่ง ต่อกรณีดังกล่าวเพื่อชี้แจงจุดยืนการทำเพจได้อย่างน่าสนใจ โดยบางตอนระบุว่า “ขอให้พิจารณาเจตนาของเพจนั้นๆ เพราะเพจใหม่ๆ เดี๋ยวนี้เยอะมาก ลงข่าวโดยไม่มีความเหมาะสม ไม่คำนึงถึงผลกระทบตามมา ไม่มีความเป็นกลาง จึงอยากให้ดูเป็นเพจๆ ไป ซึ่งทางเพจมีด่านบอกด้วย@ชลบุรี ขอยืนยันว่าเราเป็นสื่อกลางให้สังคมชลบุรีดีขึ้นครับ”

MThai News

ที่มา… ข่าวสด

กกต.ปิดทางคนไทยต่างแดน โหวต ‘ร่าง รธน.’

กกต.แจง ใช้งบทำประชามติ ร่าง รธน.กว่า2พันล้าน ชี้ จัดทำบัตรโหวต 3ใบต่อ1คำถาม กัน ปชช.สับสน เล็งคนไทยต่างแดนงดออกเสียง

วันที่ 12 มิ.ย.58 นายภุชงค์ นุตราวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงเรื่องการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า งบประมาณที่จะใช้จัดทำประชามติ คาดใช้เงิน 2.6 พันล้านบาท ขณะที่ผู้มีสิทธิออกมาใช้เสียงลงประชามติ จะมีประมาณ 49 ล้านคน โดยรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข กำหนดหลักเกณฑ์รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านการประชามติว่าจะต้องใช้เสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด

กกต.ปิดทางคนไทยต่างแดน โหวต'ร่าง รธน.'

โดยการจัดทำบัตรในการออกเสียงลงประชามติ มีจำนวน 3 ใบ ใบละ 1 คำถาม จะทำให้ประชาชนไม่เกิดความสับสน ซึ่งรูปแบบของบัตรก็จะมีการแยกสี ทั้งตัวบัตร และหีบบัตรอย่างชัดเจน ขณะที่คำถามในการจัดทำประชามติ จะหารือกันอีกครั้ง

ขณะเดียวกันต้องหารือในการใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำประชามติ โดยจะใช้พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ปี 2552 บางส่วนเป็นหลัก และจะออกเป็นประกาศ กกต. ซึ่งการออกประกาศจะเสนอให้ สนช.พิจารณา เพื่อเป็นกฎหมายบังคับใช้

สำหรับการออกเสียงประชามติ เบื้องต้นจะไม่มีการให้ออกเสียงนอกราชอาณาจักร ส่วนการณรงค์ให้ผู้ออกมาใช้สิทธิลงประชามติถือเป็นหน้าที่หลักของ กกต. ซึ่ง กกต.จะต้องจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แจกจ่ายให้กับประชาชน 23 ล้านครัวเรือน

ที่มา matichon

MThai News