ทำประกันเดินทาง เจอฉกทรัพย์กลับเคลมไม่ได้?

โลกออนไลน์แห่แชร์ กระทู้พันทิป “อุทาหรณ์ ทำประกันภัยการเดินทาง แล้วเคลมไม่ได้

วันนี้ (11 มิ.ย.) เป็นเรื่องที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปชื่อ ต้นไม้ใบหญ้า กับฟ้าใส  ได้ตั้งกระทู้ในหัวข้อ “อุทาหรณ์ ทำประกันภัยการเดินทาง แล้วเคลมไม่ได้”

ผู้โพสต์ได้เปิดเผยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเอง หลังจากรถยนต์ที่เธอเช่าขณะไปเที่ยวที่ประเทศนิวซีแลนด์ถูกทุบกระจก สิ่งของที่อยู่ในรถโดนขโมย เมื่อกลับมาที่ประเทศไทยเธอจึงนำเอกสารส่งเคลมประกัน รวบรวมเอกสารเพื่อส่งเคลมประกันภัยการเดินทางที่ได้ทำไว้ แต่ผลปรากฎว่าได้รับเงินคืนประมาณ 3,700 บาท จากมูลค่าสิ่งของที่เสียไป ประมาณ 4 แสนบาท

1433876761-DSC0301JPG-o

โดยเรื่องราวถูกระบุรายละเอียดไว้ดังนี้

มีเหตุที่ทำให้เราต้องเคลมประกันภัยการเดินทาง และท้ายที่สุด ถูกบ.ประกันปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหม ด้วยเหตุผลที่เราฟังแล้วรับไม่ได้ และมีความคิดว่า เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคไปไหม ทริปนี้เรา และสมาชิกรวม 4 ชีวิต ไปเที่ยวนิวซีแลนด์กันอีกครั้ง และตัดสินใจเช่ารถ Van 8 seat เพื่อให้มีที่ข้างหลังกว้างพอที่จะวางกระเป๋าเดินทางเราได้

ปีนี้ พวกเราไม่โชคดีเหมือนปีที่ผ่านมา เพราะรถที่เราเช่ามา ถูกทุบกระจก และเอาของในรถไป เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ Auckland ขณะที่เราจอดอยู่ในที่จอดรถของร้านอาหาร แล้วเดินไปดู Sea Aquarium  ซึ่งห่างจากจุดจอดรถไป 500 M.

ผลที่ตามมาคือ กระเป๋าเดินทาง หายไป 4 ใบ จากทั้งหมด 6 ใบ และ GPS ที่เช่ามากับ Car rental ก็ถูกดึงไปด้วย ของที่อยู่ในกระเป๋าไม่เหลือเลยค่ะ กล้องถ่ายรูป และอุปกรณ์ Gadget ทั้งหลายของทุกคน ซึ่งถูกเก็บอยู่ในกระเป๋าเดินทางด้วยกัน ก็โดนยกไปทั้งใบ สิ่งที่เราเสียใจมากที่สุด คือภาพถ่ายตลอดทั้งทริป 15 วัน ก็ตามไปด้วย

ดูจากในรูปจะเห็นว่าอุปกรณ์อิเลคทรอนิคที่สูญหายไป มันเยอะมาก แต่พวกเราทุกคนได้ทำใจแล้วว่า ไม่น่าจะเคลมได้หมดตามมูลค่าจริง ไหนจะโดนค่าเสื่อมอีก แต่อย่างน้อยๆ ที่สุด ก็ผ่อนหนักเป็นเบาได้ พอกลับมา เราก็เดินหน้ารวบรวมเอกสาร เพื่อส่งเคลมประกัน ตามที่ บ.ประกันระบุไว้ พร้อมกับใบแจ้งความ ที่ออกจาก NZ police และของสมาชิกทุกคนก็รวบส่งไปเช่นกัน

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. เราได้ SMS แจ้งผลว่าได้รับเงินคืน 3,7xx B. ขณะที่คนอื่นไม่มีใครได้รับเลย ซึ่งเราส่ง List มูลค่าของไป รวมกันทั้ง 4 คน เกือบ 4แสน ต่อให้หักค่าเสื่อมแล้ว และโดน Cap ต่อชิ้น ยังไงก็ควรได้เยอะกว่านี้

ทางเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลกับเราว่า “เคสของเรา ไม่ถือว่าเป็นโจรกรรม” เราก็พยายามถามว่า ถ้าแบบนี้ไม่ใช่ แล้วแบบไหนที่ถือว่าเป็นโจรกรรม เธอก็ตอบว่า ต้องเป็นกรณีที่เราอยู่ในเหตุการณ์ ถึงจะคุ้มครอง

เราอึ้งมากเลยถามไปว่า นี่การที่เราไม่เจอตัวผู้ร้าย ไม่โดนทำร้าย และปลอดภัยกลับมา กลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ประกันไม่คุ้มครองหรอ เธอก็ตอบบ่ายเบี่ยงปฏิเสธว่าไม่ใช่อย่างนั้น แต่สิ่งที่เธอตอบมามันคือใช่ เราเลยบอกว่า ขอความหมายของโจรกรรมมาให้ฟังหน่อย ว่าหมายถึงอะไร เธอเงียบไปพัก แล้วก็ตอบ Definition ของคำว่า โจรกรรม มาด้วย Dialog standard มาจาก กรมธรรม์ ว่า

1433881948-JPG-o

จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ท่านที่2 โทรมาอธิบายว่า “โจรกรรม คือ การลักทรัพย์ที่ปรากฏร่องรอยงัดแงะโดยบุคคลใดๆ ซึ่งได้เข้าไป หรือออกจากสถานที่ที่เก็บทรัพย์สิน xxx”

โดยเน้นไปที่คำว่า “สถานที่” ต้องเป็น อาคาร บ้านเรือน ที่พัก อาศัย… ไม่ใช่รถ หรืออะไรที่เคลื่อนไหวได้ เลยเป็นเหตุผลว่าเคสนี้ไม่คุ้มครอง เราเลยถามกลับไปว่า ด้วยหลักการที่พูดมาเนี่ย มันแสดงเงื่อนไขนี้ ในกรมธรรม์ หรือมีเอกสารไหน ที่ให้คำนิยามนี้ แล้วบอกให้คนซื้อรู้บ้างมั้ย

โดยเฉพาะคนที่ไปเที่ยว NZ และถ้าเค้าเที่ยวรถบ้าน ซึ่งรถเค้าเป็นทั้งบ้าน และรถในตัว จะให้เค้าไปเก็บของที่ไหน แล้วคนที่ทำไป จะมีกี่คนที่รู้เงื่อนไขนี้ ถ้าซื้อไปก็คือจ่ายฟรี ถูกหรือไม่ ซึ่งคำตอบที่ได้ คือ “ไม่คุ้มครอง”

ทั้งนี้เจ้าของกระทู้ยังคงตั้งคำถามทิ้งท้ายไว้ว่า บทสรุป คือ เคสนี้ไม่ถึอว่าเป็นโจรกรรม เพราะ

1. เราไม่อยู่ในเหตุการณ์ –> เราพลาดเอง ที่ดันไม่อยู่ในเหตุการณ์ มันใช่รึ ?

2. เก็บของในรถ ซึ่งไม่ใช่ “สถานที่” ที่เป็นตึก อาคาร ที่พัก อาศัย –> มีเอกสารตรงไหนบอก ?

และอีกหนึ่งคำถาม ที่ได้คำตอบคือ เงินคืน 3 พันกว่าบาทที่ได้ คืออะไร ส่วนนี้คือ เงินคืนในข้อ TA30 คือค่า Excess ที่จ่ายให้ร้านเช่ารถ ซึ่งได้รับความคุ้มครอง ก็จบกันไปหนึ่งเรื่อง

1433878328-2JPG-o (1)

อ่านรายละอียดเพิ่มเติมโดยละเอียดได้ที่ >>> สมาชิกพันทิป ต้นไม้ใบหญ้า กับฟ้าใส

MThai News

ขอบคุณเว็บไซต์พันทิปและสมาชิกพันทิป ต้นไม้ใบหญ้า กับฟ้าใส

จับแล้ว! หนุ่มแก้ผ้าถ่ายภาพอนาจารลงโซเชียล

ตำรวจรวบตัวแล้ว กลุ่มชายคึกคะนองตระเวณถ่ายภาพเปลือยแบบไม่มีเซ็นเซอร์ลงโซเชียลฯ พร้อมรับสารภาพรู้เท่าไม่ถึงการณ์

จากกรณีกลุ่มชายหลายคนออกตะเวนโชว์อวัยวะเพศนอกสถานที่ หลายแห่งในเมืองเชียงใหม่-กรุงเทพแล้วถ่ายรูปโพสต์ลงในโลกออนไลน์แบบไม่มีการปิดบังหรือเซ็นเซอร์ ทั้งกลางถนน มหาวิทยาลัยดัง ปั๊มน้ำมัน 24 ชั่วโมง ฯลฯ ส่งผลให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของจังหวัด

ชายอนาจารแก้ผ้า ถ่ายภาพลงโซเชียล

โดย พฤติกรรมของชายกลุ่มดังกล่าว มักออกตะเวนถ่ายรูปเปลือย ตามสถานที่ต่างๆ โดยไม่ปิดบังหรือเซ็นเซอร์ ก่อนโพสต์โชว์ลงทวิตเตอร์ จนชาวโซเชียลต่างกดติดตามและรีทวิตกันเป็นจำนวนมาก และสามารถเข้าไปชมได้อย่างง่ายดาย จึงตามตัวเพื่อจับกุม เนื่องจากการกระทำดังกล่าวทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวและจังหวัดที่มีวัฒนธรรมดีงาม

ชายอนาจารแก้ผ้า ถ่ายภาพลงโซเชียล

วันนี้(11 มิ.ย. 58) สารวัตรสืบสวน สภ.แม่ริมและตำรวจสืบสวน ภาค5 (บก.สส.ภ.5) ได้จับกุมนายหริพัชร (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี บ้านเดิมอยู่นนทบุรี แต่ปัจจุบันพักอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่และนายสุรพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยชื่อดัง ด้วยข้อหาความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าข้อมูลลามก เผยแพร่รูปภาพ โฆษณา สิ่งอันใดอันลามกขึ้นสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ

ทั้งนี้ ยังมีผู้หลบหนีไปอีกหนึ่งคน ซึ่งกำลังออกหมายจับ จากการสืบสวนพบว่า เป็นกลุ่มใหญ่ของชายรักชายที่มักออกโชว์และนัดแนะเจอกันบ่อยครั้ง แล้วนำภาพโพสต์โชว์ในลงในโลกออนไลน์  โดยทั้งสองได้ยอมรับสารภาพและกล่าวขอโทษในสิ่งที่กระทำ เนื่องจากคึกคะนองและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งพรบ.คอมพิวเตอร์นั้นเป็นคดีอาญา โทษสูงสุดจำคุกถึง 5 ปี ปรับสูงสุด 100,000 บาท

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ cm108

MThai News

‘ไก่อู’ เผย 5 นศ.ไทย ที่ถูกจับในปากีฯ ปลอดภัยดี

เหตุนักศึกษาไทยถูกควบคุมตัวที่ปากีสถาน รัฐบาล เผย ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศไทย ประสานดูแลใกล้ชิด ย้ำทุกคนยังปลอดภัยดี

จากกรณีนักศึกษาไทย จำนวน 5 คน ถูกควบคุมตัวได้ที่สนามบิน ลาฮอร์ ขณะเตรียมตัวบินกลับประเทศไทย เนื่องจากเจ้าหน้าที่สนามบินตรวจพบอุปกรณ์ต้องห้ามสำหรับการนำขึ้นเครื่องบิน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันที่ 11 มิ.ย.58 พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยความคืบหน้าว่า ขณะนี้นักศึกษาทั้งหมดปลอดภัยดีภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ปากีสถาน โดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานเข้าไปดูแลพูดคุย

ปากีคุมตัวนักศึกษาไทย

สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เพื่อให้ผู้ถูกควงคุมตัวทั้งหมดเข้าใจระเบียบกฎหมาย สิทธิ์ของตนเอง ร่วมถึงการดูแลช่วยเหลือของกระทรวงการต่างประเทศไทย

ทั้งนี้ หากครอบครัวของนักศึกษาต้องการส่งข้อความความห่วงใยสามารถดำเนินการประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศได้ตลอดเวลา

ขอบคุณข้อมูล matichon

MThai News