‘สุขุมพันธุ์’ ชี้ดูงานเสริมระบบป้องกันน้ำท่วม

‘สุขุมพันธุ์’ ชี้เดินทางไปดูงานที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อหารือเรื่องการเสริมระบบป้องกันน้ำท่วม กับประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการจัดการเรื่องดังกล่าวได้ดีที่สุดในโลก 

วันนี้ (10 มิ.ย.)ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. แถลงภายหลังร่วมประชุมกับผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ กรณีที่ เมื่อช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 8 มิ.ย.เหตุฝนถล่มกรุ่งครั้งใหญ่ แม้ตนจะไปปฏิบัติราชการที่ต่างประเทศ แต่ได้ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า เมื่อตนได้รับรายงานก็รีบเดินทางกลับมาในทันที เนื่องจากปัญหาน้ำท่วม เป็นปัญหาสำคัญของประชาชนมายาวนาน

ผู้ว่ากรุงเทพ,น้ำท่วม,ฮอลแลนด์,สุขุมพันธุ์

พร้อมกันนี้การเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ เริ่มขึ้นจากกรณีที่นายกเทศมนตรีนครลอสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งเคยไปพบประธานาธิบดีบารัค โอบามา เพื่อให้คำปรึกษาเรื่องสถานการณ์น้ำ ก็มายื่นหนังสือเชิญตนไปร่วมประชุมด้วยตนเอง เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา จึงใช้โอกาสนี้ดูเรื่องระบบระบายน้ำของประเทศเนเธอร์แลนด์ไปในตัว เนื่องจากเนเธอร์แลนด์ เป็นประเทศที่มีระบบระบายน้ำดีที่สุดในโลก

ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ กล่าวต่ออีกว่า แม้การเดินทางไปร่วมประชุมที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ จะมีความสำคัญแต่ประชาชนสำคัญกว่า ที่ตนกลับมาไม่ได้มีข้อกังขาในการทำงานของเจ้าหน้าที่กทม. ไม่ได้กลับมาเพราะกังวลว่า กทม.ทำงานดีหรือยัง แต่กลับมาเพราะคนกรุงเทพฯรู้สึกกังวลกับปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเป็นการกลับมาด้วยความเต็มใจ

พร้อมกันนี้ ยังระบุว่า ในวันพรุ่งนี้ตนจะลงพื้นที่เพื่อดูโครงการระบบระบายน้ำของกทม. เพราะเชื่อมั่นว่าสิ่งที่กทม.เคยดำเนินการมาทั้งก่อนและหลังตนเป็นผู้ว่าฯกทม. เป็นแนวทางที่ถูกต้อง ส่วนโครงการต่างๆ ที่ได้ขออนุมัติจากรัฐบาลหวังว่าจะสัมฤทธิ์ผล เพื่อให้การระบายน้ำทำได้เร็วกว่าเดิม

‘ในต่างประเทศหากมีหิมะตก ทางการจะมีการแจ้งคำเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมในการเดินทาง ว่าเส้นทางไหนมีปัญหาอย่างไร ซึ่งขณะนี้ กทม.มีเรดาร์ใหม่ซึ่งมีความแม่นยำ จึงแนะนำว่าหากระบบเรดาร์ตัวนี้จะมีคำเตือน เพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมในการเดินทาง ซึ่งกทม.ต้องขอความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ช่วยแจ้งเตือนไปยังประชาชนด้วย’

ส่วนการจราจรที่ติดขัดก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับปัญหาน้ำท่วม ตนขอขอบคุณ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกและรมว.กลาโหม ที่ระบุว่าถ้ามีปัญหาเรื่องนี้กองทัพ พร้อมให้ความช่วยเหลือ ตนจึงคิดว่าการแก้ปัญหาต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานของภาครัฐ

ขณะที่เรื่องขยะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร และพล.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กังวลนั้น ตนได้สั่งในที่ประชุมว่าเรื่องนี้ต้องทำงานเชิงบูรณาการเช่นกัน ตั้งแต่การประชาสัมพันธ์ ถึงการลงโทษผู้กระทำผิดในการทิ้งขยะ โดยขอให้ปลัดกทม.ได้สั่งการให้หน่วยงานร่วมกันทำงานเพื่อแก้ปัญหาเรื่องขยะ เพราะตั้งแต่ครึ่งปีพบปริมาณขยะสะสมถึง 3 แสนตัน จึงขอความร่วมมือประชาชนในการทิ้งขยะให้ถูกที่ด้วย หากจะมีกฎหมายระดับชาติเพื่อช่วยป้องกัน กทม.ก็พร้อมจะทำ อย่างไรก็ตาม เวลาจากนี้ พยากรณ์อากาศล่วงหน้าคาดว่าน่าจะมีฝนตกในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตนได้สั่งการให้ปลัดกทม.กำชับหน่วยงานให้ดำเนินการตามแผนที่เคยทำไปทุกครั้งในช่วงฤดูฝน

เมื่อถามถึงความคิดเห็น ที่มีต่อกระแส การปลดผู้ว่าฯ กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ตอบว่า ผมเป็นคนทำงานไม่อยากมีเรื่องกับใคร

เมื่อถามว่า เป็นห่วงกระแสสังคมที่ออกมาวิพาษ์วิจารณ์ผู้ว่าฯกทม.หรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ห่วงตัวเอง แต่เป็นห่วงประชาชนนอนไม่ค่อยหลับ ตนไม่สนใจเรื่องส่วนตัว เพราะขณะที่อยู่ต่างประเทศใช้เวลาตัดสินใจแค่ 1 นาทีในการกลับมา กระแสสังคมกึงวล ตนก็กังวลด้วย เรากังวลได้แต่ต้องไปดูข้อเท็จจริงว่ากทม.สามารถระบายน้ำได้เร็วกว่าเดิม ขอทำงานเพื่อให้ประชาชนมีความสุข เราหนีน้ำไม่พ้น เพราะเราเป็นเมืองน้ำ แต่โครงการต่างๆ จะทำให้น้ำระบายเร็วขึ้น แต่ฝนชอบตกเวลาตนไม่อยู่

การแถลงการณ์ในครั้งนี้ มีความแตกต่างไปจากเดิม เนื่องจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ มีนำเสียงเรียบเฉย ในขณะตอบคำถามสื่อมวลชนด้วย ทั้งมีอาการนิ่งเฉยไม่มีอารมณ์เหมือนการแถลงข่าวครั้งที่ผ่านมา

ขอบคุณข้อมูลจาก  bangkokbiznews.com

รมช.เกษตรฯ เป็นลมกลางเวทีเปิดงานวันต้นไม้

แตกตื่น รมช.เกษตรฯ เป็นลมรุกลงกลางเวที ขณะ ‘บิ๊กตู่’ กล่าวเปิดงานวันต้นไม้

วันนี้ (10 มิ.ย.) เมื่อเวลา 09.10น. สำนักข่าว ‘NOW26′ รายงานข่าวกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ได้เป็นประธานเปิดงานวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2558 “รวมพลังพลิกฟื้นผืนป่า ป่าไม้มั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง อย่างยั่งยืน” บนพื้นที่ 160 ไร่ ของป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบม และป่าสียัด ที่ ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา

14339076371433907727l

ทว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นปราศรัย ซึ่งใช้เวลามาประมาณ 40 นาที ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด บริเวณพื้นที่โล่ง มีเพียงเต้นท์ผ้าใบที่ปกคลุม นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งขณะนั้นยืนอยู่บนเวทีร่วมกับรัฐมนตรีที่ร่วมงาน มีอาการหน้ามืดและทรุดลงกลางเวที

ขณะนั้นบรรดาเจ้าหน้าที่และรัฐมนตรี มีอาการตกใจ และรีบเร่งรุดเข้าไปประคองร่างนายอำนวยไว้ได้ทัน ก่อนประคองลงจากเวทีไปนั่งที่เก้าอี้รับรองด้านหน้าเวที ปฐมพยาบาลจนนายอำนวยอาการดีขึ้น ซึ่งนายอำนวยได้ ยกมือไหว้ขอโทษนายกฯกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวว่า

“ท่านไม่ค่อยสบาย ให้เจ้าหน้าที่พาลงไปนั่งข้างล่างโดยเร็ว ท่านทำงานหนักมาตลอด อายุก็เยอะเหมือนกันแล้ว ก็ไม่รู้จะยืนกันสักกี่คนวันนี้ แต่ผมก็ยังยืนอยู่เสมอ ถ้าผมล้มเมื่อไหร่แล้วค่อยว่ากัน”

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปอีกประมาณ 20 นาที พร้อมระบุว่า“เสื้อคลุมที่ให้มาใส่ในงานมันร้อน ยิ่งใส่ทับกับเสื้อยืดตัวในมันยิ่งร้อนกว่า ข้อสำคัญมันร้อนใจ ซึ่งเป็นการร้อนใจแทนประชาชน”

จากนั้นได้เชิญให้รัฐมนตรีที่ร่วมอยู่บนเวทีลงไปนั่งฟังข้างล่าง พร้อมทั้งกล่าวติดตลกว่า “เดี๋ยวจะเป็นลมกันไปอีก ก็เห็นใจท่านอำนวยที่ไม่สบายก็ยังอุตส่าห์มา เดี๋ยวอีกไม่กี่วันก็ต้องไปเยอรมันไปขายของให้อีก”

ขอบคุณ  now26.tv

รูปภาพจาก ข่าวสด

พ่อใจเด็ดฉุนจัดโดดถีบพยาบาลให้ลูกป่วยรอนาน

พ่อจีนใจเด็ด อุ้มลูกรอรักษาตัวนาน ทนไม่ไหวใช้บันดาลโทสะ ทำร้ายร่างกายพยาบาลสาว จนถูกหมอไล่ไปรักษาที่อื่น

nk-3

วันนี้ (10มิ.ย.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ ‘rocketnews24′ ที่เกิดขึ้นในเมืองจูไห่ ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง แต่ประชาชนยังคงไม่ได้รับสิทธิในด้านสาธารณสุขที่ดีเพียงพอ หลังจากที่ปรากฏคลิปวีดีโอ ชายปริศนา กำลังอุ้มลูกที่ป่วย มารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และก่อเหตุทำร้ายร่างกายพยาบาลรายหนึ่งด้วยการกระโดดและใช้เท้าถีบเข้าที่ร่างอย่างจัง

ทั้งนี้คลิปวีดีโอ ปรากฏให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ ชายคนหนึ่ง อุ้มลูกที่กำลังป่วย เข้าไปขอความช่วยเหลือจากพยาบาลสาวรายหนึ่ง ซึ่งพยาบาลคนดังกล่าว เพียงแค่นำมือมาเตะบนหน้าผากของเด็ก และน่าจะกล่าวว่า อาการของเด็กยังไม่ร้ายแรง และจะไม่ลัดคิวเพื่อรักษาเธอก่อน จึงเกิดบันดาลโทสะ และก่อเหตุทำร้ายร่างกายพยาบาลสาว ขณะที่เธอพูดจบและหันหลังไปปฏิบัติหน้าที่รักษาคนไข้คนอื่นๆต่อ

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นได้มีแพทย์ชาย รายหนึ่งเดินออกมาขับไล่ผู้ก่อเหตุ เรื่องนี้จบลงด้วยผู้เป็นพ่อจำเป็นต้องกระเตงลูกที่กำลังป่วยไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลแห่งอื่นแทน

MThai News

ที่มา  rocketnews24