กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนทั้งในและต่างประเทศต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของ 3 นักเตะเลสเตอร์ ที่มีการปล่อยคลิป ขณะมีเซ็กส์กับสาวไทย พร้อมกับมีการพูดจาเหยียดเชื้อชาติ แม้จะมีการออกมาแสดงความเสียใจไปแล้ว แต่เรื่องนี้ยังคงสร้างความขุ่นข้องหมองใจให้กับคนไทยอยู่ไม่น้อย
แม้หลายฝ่ายจะพากันตำหนิพฤติกรรมฉาวของทั้ง 3 นักเตะ แต่ยังมีผู้คนอีกจำนวนหนึ่งตั้งคำถามว่า ทำไมธุรกิจค้ากามขายเซ็กส์ยังอยู่ในสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมันส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ทำไมมันถึงไม่หมดไปเสียทีทั้งๆ ที่รู้ว่ามี ทำไมถึงทำลายไม่ได้ MThai ข่าวภาคซ่าส์ จะมาพูดถึงประเด็นนี้กัน
การค้าประเวณีในประเทศไทย
ถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16-17 โดยไม่ได้ถูกนำเข้ามาจากชาติตะวันตกตามเรื่องเล่ากัน การค้าประเวณีในไทยเริ่มเป็นที่แพร่หลายกับชาวตะวันตก ในช่วงที่มีการติดต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับชาวตะวันตก มีหลักฐานเป็นศัพท์ในสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เรียกว่า รับจ้างทำชำเราแก่บุรุษ
ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ ใน ประมวลกฎหมายตรา 3 ดวง – บทพระไอยการลักษณะผัวเมีย มีการบัญญัติผู้ค้าประเวณีว่า หญิงนครโสเภณี และสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีสถานประกอบการเรียกว่า โรงหญิงนครโสเภณี โดยทั่วไปมีโคมสีเขียวตั้งข้างหน้า จึงเรียกกันว่า สำนักโคมเขียว
ทั้งนี้ก่อนปี พ.ศ. 2499 การค้าประเวณีไม่ถือว่า ผิดกฎหมาย แต่เริ่มพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 กำหนดว่าการค้าประเวณีเป็นความผิดอย่างชัดเจน แต่ในสังคมยุคใหม่เริ่มแพร่หลายมากขึ้นในช่วงสงครามเวียดนาม โดยในช่วงนั้นการค้าประเวณีจะเป็นการลักลอบ และปัจจุบันธุรกิจค้าประเวณีในประเทศไทยเป็นธุรกิจแอบแฝง

ภาพประกอบเนื้อหา
แหล่งซื้อขาย หญิงชายขายบริการ
สถานที่ขึ้นชื่อที่เหล่านักท่องราตรีมักไปสรรหาหญิง-ชายขายบริการ จะมีทั้งตามสถานบันเทิง หรือตามข้างทางที่มีการ เปิดตลาดขายทั่วกทม. จากการสำรวจแหล่งขายบริการพบว่า ทั้งถนนราชดำเนิน สวนลุมพินี และวงเวียนใหญ่ กลายเป็นแหล่งที่รู้กันดี ว่าเป็นแหล่งหากินของบรรดาหญิงขายบริการทางเพศ ที่ลักลอบค้าประเวณีกันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย
ขณะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล ย่านวังสราญรมย์ เป็นตลาดใหญ่ของชายขายบริการ หรือที่เรียกกันว่า ผู้ชายขายน้ำ เมื่อถึงยามค่ำคืน จะพบเห็นออกมายืนเปิดตลาดจับจองพื้นที่ รับงานได้ทั้งคืน
ห้ามแล้วยังทำ ทำไมไม่ทำให้ถูกกฎหมายไปเลย?
ปัจจุบันสำหรับประเทศไทยการขายบริการทางเพศยังเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่มักจะมีคนตั้งคำถามว่า ทำไมไม่ทำโสเภณีแบบถูกกฎหมายไปเลย
สำหรับคำถามนี้หลายๆ คนคงรู้คำตอบอยู่แล้วว่า มันไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะหากอาชีพนี้ ถูกกฎหมายอาจก่อให้เกิดผลเสียตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นในแง่ภาพลักษณ์ของประเทศ หรือการขยายตัวของธุรกิจการค้าบริการทางเพศ การค้ามนุษย์ และเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคทางเพศสัมพันธ์
บทลงโทษของผู้ค้าประเวณีมีดังนี้
มาตรา 5 ผู้ใดเข้าติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว ติดตาม หรือรบเร้าบุคคลตามถนนหรือสาธารณสถาน หรือกระทำการดังกล่าวในที่อื่นใด เพื่อการค้าประเวณีอันเป็นการเปิดเผยและน่าอับอาย หรือเป็นที่เดือดร้อนคำราญแก่สาธารณชน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา 6 ผู้ใดเข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 11 ผู้ใดเป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณี ผู้ดูแลหรือผู้จัดการกิจการการค้าประเวณี หรือเป็นผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณีในสถานการค้าประเวณี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
ถ้ากิจการหรือสถานการค้าประเวณีตามวรรคหนึ่ง มีบุคคลซึ่งมีอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีทำการค้าประเวณีอยู่ด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสามแสนบาท
ถ้ากิจการหรือสถานการค้าประเวณีตามวรรคหนึ่งมีเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีทำการค้าประเวณีอยู่ด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท
ดูเหมือนการขายบริการทางเพศ ยังคงเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก แม้จะมีการปราบปราม ในบางครั้งที่เป็นข่าวตามสื่อ แต่สุดท้ายพวกขายบริการก็กลับเข้าไปสู่วงจรเดิม การทำทุกอย่างให้ถูกกฎหมายอาจไม่ใช่หนทางการแก้ไขปัญหา
แต่การปลูกฝังและมอบความรู้ด้านการศึกษา ซึ่งเป็นพื้นฐานในการนำไปต่อยอดสร้างอาชีพให้เด็กและเยาวชนของชาติ อาจเป็นอีกหนึ่งทางออกในการแก้ไขปัญหานี้ได้…
MThai News