เชื้อเพลิงจาก ‘อ้อย’ นำเครื่องบินทะยานบนฟ้า

นักวิจัยชาวสหรัฐฯ ผุดแนวคิดนำเชื้อเพลิงชีวภาพจาก ‘อ้อย’ มาใช้กับอุตสาหกรรมการบินในอนาคต

หากพูดถึงเชื้อเพลิงชีวภาพ หลายท่านอาจจะนึกถึง เชื้อเพลิงที่ใช้กับยานพาหนะที่โลดแล่นอยู่บนท้องถนน และบนบกเท่านั้น จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อมีการนำเอาเชื้อเพลิงทางเลือกดังกล่าวมาใช้กับอากาศยานที่ทะยานอยู่บนท้องฟ้า ?

โลกร้อน,การบิน,เชื้อเพลิงชีวภาพ,พลังงานธรรมชาติ

วานนี้ (8 มิ.ย.) สำนักข่าว ‘บีบีซี’ เผยแพร่แนวคิดในการจัดการกับปัญหาวิกฤตการณ์โลกร้อนในปัจจุบัน ซึ่งล่าสุดนักวิจัยจาก National Academy of Sciences ได้ออกมาระบุวิธีการรูปแบบใหม่ในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง ในอุตสาหกรรมการบิน โดยใช้ชีวมวลจากพืชธรรมชาติ อย่างอ้อย ที่มีความสามารถในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ทั้งนี้รายงานระบุว่า ขั้นตอนการพัฒนาเชื้อเพลิงทดแทนเป็นสิ่งสำคัญต่อการรับผิดชอบทางด้านสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลายลงด้วยเงื้อมมือมนุษย์ ซึ่งคาดการณ์ว่าการคิดค้นดังกล่าว จะสามารถเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ทว่าส่วนที่นักวิจัยชื่อว่าศาสตราจารย์ อเล็กซิส เบลล์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริการะบุว่าส่วนที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านพลังงานนั้นคือ ส่วนของชานอ้อย เขาระบุต่อไปว่า การพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพในครั้งนี้ สามารถพัฒนาไปใช้ในสายการบินพาณิชย์ระดับโลก

อย่างไรก็ตาม นับได้ว่าหากแนวคิดดังกล่าวสามารถทำได้จริง จะถือว่า เป็นพลังงานสะอาดที่ใช้ในอากาศยานทางอากาศ และน่าจะสามารถธำรงสิ่งแวดล้อมไว้ให้กับโลกได้อย่างมาก

MThai News

ที่มา BBC

นักท่องเที่ยวไร้มารยาท จับ-ให้อาหารปลาในทะเล

ดร.ธรณ์ โพสต์ภาพแฉพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ที่พยายามจับและให้อาหารปลาทะเล 

วันนี้ (9 มิ.ย.) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญทางทะเล และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ตีแผ่การกระทำไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง

ที่ได้นำผ้ามาขึงเพื่อจับปลาสวยงามในทะเลบางรายก็ให้อาหารปลา ซึ่ง ดร.ธรณ์ระบุว่า การเลี้ยงปลาเช่นนี้ มีผลกระทบทำให้ปลาก้าวร้าวมารวมกัน และไล่ปลาอื่นออกไปตาย อาจทำให้ระบบนิเวศเสียสมดุลก่อนเปลี่ยนสภาพ

page

ข้อความทั้งหมดของ ดร.ธรณ์ มีดังนี้

ทะเลไทยมีไว้ชื่นชม ไม่ได้มีไว้ให้นักท่องเที่ยวข้ามโลกมาทำอะไรก็ได้ เริ่มจากเลี้ยงปลาในแนวปะการัง ตามด้วยจับปลามาเฮฮาถ่ายภาพ เราจะพูดเรื่องความยั่งยืนไปทำไม ในเมื่อมันไม่เกิดขึ้นจริงในทะเล? ปะการังจะหมดใน 20 ปี แต่ถ้าเรายังทำอย่างนี้ มันคงเหลืออีกไม่กี่ปีหรอกครับ ‪จึงใคร่ขอมาตรา22‬ ‪‎พิทักษ์แนวปะการังทั่วทะเลไทยให้เร็วที่สุดครับ‬

1. ห้ามเลี้ยงปลาในอุทยาน แต่นอกเขตอุทยานทำได้ เช่น ภาพนี้จากเกาะไข่ อยู่นอกเขต แล้วทำไมเป็นเช่นนั้นวุ้ย?

2. มาตรา 22 และ 23 พรบ.ทช. จะช่วยแก้ปัญหาข้อนี้ นักวิชาการประชุมกันแล้ว บอกว่าเลี้ยงปลาในแนวปะการังตรงไหนก็เกิดผลกระทบ มันจึงต้องมีกฏเกณฑ์ให้ใช้ดูแลเท่าเทียมกัน

3. สำหรับการจับปลาในแนวปะการัง ไม่ว่าจะมาเล่นหรือมาเลี้ยง เข้าใจว่าผิดพรบ.สิ่งแวดล้อม ต้องรบกวนให้กรมทะเลไปตรวจสอบ เขาทำกันที่เกาะหลายแห่งรอบภูเก็ต ทราบดีว่ามีปัญหาด้านกฎหมาย ถึงขอให้มีมาตรา 22 ไงล่ะครับ

4. สำหรับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว คงต้องใช้เป็นตัวอย่าง นโยบายเริ่ดขนาดไหนก็ได้ แต่ความเป็นจริงเป็นอย่างนี้ แทนที่ภาพดีๆ ของเมืองไทยจะออกไป กลายเป็นภาพที่ทำให้นักท่องเที่ยวดีๆ เขาเห็นแล้วไม่อยากมาหรอกจ้ะ

5. สำหรับเพื่อนธรณ์ เราช่วยกันทำให้เกิดกระแสได้ ผู้ประกอบการดีๆ มีมากมาย แต่บางรายถึงขั้นเตรียมขนมปังไปให้นักท่องเที่ยวทำขนาดนี้ ไม่ไหวมั้งครับ

ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ช่วยดูแลและส่งข่าว นาทีนี้ คนรักทะเลต้องช่วยกันเต็มที่ เพราะไม่มีนาทีหน้าให้พวกเราแล้วครับ

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat

รันทด! แหม่มสาวถูกสามีฝรั่งทิ้ง หลังคลอดลูกผิวคล้ำ เพราะ ?

โลกออนไลน์บอกเล่าเรื่องราวสุดรันทด สาวรัสเซียเลี้ยงลูกเพียงลำพังในไทย หลังสามีฝรั่งทิ้งเพราะคลอดลูกคล้ายไกด์ไทย

กลายเป็นกระแสฮือฮาและเป็นที่สนใจในโลกออนไลน์ เมื่อมีการบอกเล่าเรื่องราวของสาวชาวรัสเซียรายหนึ่งที่เคยมีชีวิตที่ดี แต่กลับต้องพลิกผัน หลังจากที่เธอต้องหย่ากับสามีชาวเยอรมัน เพราะคลอดลูกออกมาผมดกดำ ตาดำ ผิวคล้ำ คล้ายกับไกด์หนุ่มไทย ชาวใต้ ที่เธอและสามีเคยพบหลังมาท่องเที่ยวในไทยกับสามี

สาวรัสเซียเลี้ยงลูกลำพัง

หลังจากที่ลูกเกิดได้ไม่นาน เธอตัดสินใจเดินทางมาไทยพร้อมลูกน้อย ซึ่งได้พักอาศัยอยู่ในกระท่อมหลังมุงจาก ที่อุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี ทำอาชีพหาเลี้ยงลูกด้วยการเป็นไกด์เถื่อน นำเงินมาประทังชีวิตวันต่อวัน โดยเรื่องราวนี้ได้ถูกแชร์ส่งต่อทางเฟซบุ๊คอย่างรวดเร็ว

สาวรัสเซียเลี้ยงลูกลำพัง

โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊คชื่อว่า chaya Ch ได้โพสต์ภาพพร้อมบอกเล่าเรื่องราวใจความว่า ” มายา..มายา..” เสียงเรียกลูกของหญิงสาว ร่างเล็ก ผมบลอนด์ ผิวเธอเนียนขาวซีด ดวงตาสีฟ้าอ่อนโรยบอกถึงความเหนื่อยล้า ทารกวัยสามเดือน ร้องอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่เธอทำได้คือล้วงนมจากอกให้ลูกดื่มแต่เด็กน้อยยังคงร้องเพราะความหิว หน้าอกเธอเหมือนคนไม่เคยมีลูก น้ำนมยังไม่มีเพียงพอให้ลูกดื่ม

สาวรัสเซียเลี้ยงลูกลำพัง

อีกทั้ง ตัวเธอทานแต่ผลไม้ หรือ raw food สารอาหารจึงไม่มีเพียงพอไปบำรุงร่างกายเพื่อผลิตเป็นน้ำนมให้ลูกดื่ม “ไลริซ่า” ชาวรัสเซีย เธอมาจากเยอรมัน โดยอาศัยอยู่ในกระท่อมที่ไม่มีฝาผนังกั้น หลังคามุงจาก กลางป่าริมเขาอันสูงตระหง่านที่ชาวบ้านสร้างเป็นรีสอร์ทราคาถูกๆ ให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเขาสกไว้พัก ซึ่งก็มีไม่ถึง 10 หลัง

ซึ่ง เธอกับลูกพักอาศัยฟรี จึงมีแต่หลังคากับมุ้งกันยุงไว้ให้เธอกับลูกซุกหัวนอน ไลริซ่าแต่งงานกับหนุ่มใหญ่ชาวเยอรมนีอยู่กินกันมาสิบปี เธออยากมีลูกแต่สามีไม่อยากมี ทั้งคู่คงมีโอกาสมาเที่ยวเขาสก ฉันไม่รู้ว่าเธอตกหลุมรักไกด์ไทยหนุ่มใต้หรือแค่อารมณ์ชั่ววูบ เมื่อเธอได้เกิดตั้งท้องจนคลอด สามีของเธอขอหย่าเพราะลูกผมดกดำ ตาดำ ผิวคล้ำสไตล์คนใต้

ทั้งที่ แม่ผิวขาวสวย ตาสีฟ้า ผมบลอนด์ และสามีเธอก็เช่นกัน ฉันฟังเธอเล่าด้วยอาการเดาความรู้สึกไม่ออก ตอนที่เธอคลอดลูกคนเดียวที่บ้านในเยอรมัน เธอไม่ได้คลอดที่โรงพยาบาล ฉันไม่ได้ถามถึงสาเหตุแต่คงคิดว่ามันคงเป็นค่าใช้จ่ายอย่างมหาศาลสำหรับเธอ ซึ่งจัดการทุกอย่างคนเดียวในห้อง มันเป็นอะไรที่ไม่สามารถบอกความรู้สึกได้เมื่อฟัง

หลังจากคลอดลูกได้แค่สองเดือน เธอก็เก็บเสื้อผ้ามีเงินแค่ค่าตั๋วบินหอบลูกมาเมืองไทย อาศัยหากินด้วยการเป็นไกด์เถื่อนแผงตัวในไกด์จริง หนุ่มไกด์ไทยพ่อของเด็กไม่ได้สนใจใยดี แค่สนุก เพราะข้างกายเขาในแต่ละวันคงมีนักท่องเที่ยวสาวจากทุกมุมโลกให้ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา โชคดีที่เธอพูดได้พาแขกเดินป่ากับไกด์ไทย เป็นคนบรรยายภาษาเยอรมันและรัสเซีย

เจ้าหน้าที่อุทยานรู้จักเธอดีทุกคน บางคนยังเมตตาช่วยดูทารกให้ในเวลาสั้นๆ ส่วนมากเด็กก็ไปกับเธอด้วย ทั้งที่มีอาการงอแงตลอดเวลาเพราะว่าหิวนมที่แม่มีให้ไม่เพียงพอ ฉันพาเพื่อนสาวชาวยุโรปมาเที่ยวเดินป่าที่เขาอุทยานแห่งชาติเขาสก ไลรีซ่ากับลูกจึงขอติดตามมาด้วย การเดินป่าในวันนั้นจึงไม่ดีนัก ฉันกับเพื่อนลงไปว่ายน้ำที่ลำธารปล่อยให้ไลริซ่าอุ้มลูกรอ

จนกระทั่ง เด็กตื่นแล้วร้อง เธอทำได้แค่ยัดนมใส่ปากสลับกันกับเรียกมายา..มายา ชื่อของเด็ก ฉันทนไม่ไหวจึงเอาผ้าพันคอผืนใหญ่ผูกติดกับเถาวัลย์ใหญ่ที่เลื้อยพาดไปอีกต้นเป็นเปลและบอกให้เธอเอาเด็กมานอนหลับในเปลให้สบาย พร้อมบอกให้ ไลริซ่าลงไปว่ายน้ำได้ แต่เธอนั่งลงบนก้อนหิน สายตาอิดโรย โดยอาหารเที่ยงของเธอคือถั่วลิสงคั่วกำมือเดียว อาหารเช้าเธอก็แค่ผลไม้ น้ำก็แทบไม่ได้ดื่ม

เช้าวันต่อมา ฉันตื่นแต่เช้า ได้ขออนุญาติเจ้าของรีสอร์ทไปเดินสวนผลไม้หาเก็บสมุนไพร บำรุงน้ำนมมาไปให้เธอ อาทิ ตำลึงเต็มกำ,น้ำนมราชสีห์, ชบาดอกแดง,มะละกอดิบ,แค่นี้คงเพียงพอ ก่อนกลับจากเขาสก แวะไปหาเธอเด็กยังคงร้องงอแง  ทริปเดินป่า…เขาสกครั้งนี้ฉันเลยกลายเป็นคนแก่ไปเลย พิมพ์พิชญ์ชา 07/02/15 ณ อุทยานแห่งชาติเขาสก.

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ยังโลกออนไลน์ ชาวโซเชียลต่างแชร์ส่งต่อกันอย่างล้นหลาม พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจสาวรัสเซียสู้ชีวิตคนนี้และอยากช่วยเหลือ

ขอบคุณภาพ chaya Ch

MThai News