เผยแล้ว สาเหตุที่แท้จริงของน้ำท่วมขังกรุงเทพ เรื่องซ้ำเดิมๆ

2 เพจดัง ฉะ วิวาทะ ปมอยากให้นายกฯอยู่ทำงานต่อ

จากกรณีที่มีกระแสข่าวการทำประชามติเพื่อต่ออายุให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ต่ออีกสองปี ล่าสุดบนโลกออนไลน์ได้แบ่งขั้วความคิดเห็นต่างเกิดเป็นวิวาทะ ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยฝ่ายที่เห็นด้วยกับประเด็นนี้คือแฟนเจพ แกะดำทำธุรกิจ blacksheep ได้แสดงความคิดเห็นว่า “รัฐบาลอาสา” ของพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ควรอยู่ทำงานอย่างน้อยสามปี เพื่อสร้างโครงสร้างใหม่ให้ประเทศไทยสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้แล้วค่อยกลับไปเลือกตั้ง

page

โดยเผยว่าตั้งแต่เกิดมาในประเทศนี้ ยังไม่เห็นมีนายกคนไหนที่จริงจัง และจริงใจอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ ทำงานแบบ “เอาจริง” แก้ปัญหาที่หมักหมมได้อย่างเห็นผลหนึ่งปีที่ทำงานมี New output ที่เกินคาด

ทำไมเรียกรัฐบาลนี้ว่า “รัฐบาลอาสา” เพราะพลเอกประยุทธเคยเล่าว่าวันที่เข้ามาทำงาน คนที่บ้านนายกร้องไห้กันทุกคน และพลเอกประยุทธบอกหลายครั้งว่า “ผมไม่ใช่คนที่บ้าอำนาจ” ตน Post ข้อความนี้ด้วยความเชื่อว่า ถึงเวลาแล้วที่คนไทยเห็นคนดีคนเก่ง ต้องชมเขา ให้กำลังใจเขา เพื่อเขาจะได้รู้ว่ามีประชาชนสนับสนุนเขาในการเปลี่ยนแปลงประเทศ เพื่อแผ่นดินเกิดของพวกเราจะมีวันที่ดีกว่าวันนี้ รักเธอประเทศไทย และจะรักเธอตลอดไป

ด้านแฟนเพจ ศาสดา ได้ออกมาตอบโต้แนวคิดนี้ ว่าไม่น่าเชื่อว่าคนที่เขียนเรื่องธุรกิจจะเขียนอะไรแบบนี้ได้ โดยมองว่า New Output ที่บอกว่า “เกินคาด” นี่คืออะไร 1 ปีที่ผ่านมาปฏิรูปอะไรเสร็จสักอย่างบ้าง มีการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ? ลดความเหลื่อมล้ำมีไหม? วิสัยทัศน์การพัฒนา? ทิศทางของประเทศต่อจากนี้? ไหนคือวิสัยทัศน์ที่จะนำสังคมไทย มีผลงานอะไรปรากฏสักอย่างแล้วหรือ เท่าที่เห็นรัฐบาลไม่มีทิศทางนโยบายที่ชัดเจน และไม่มีผลงานห่าอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยสักอย่าง

MThai News

เพจน้องหมา ถามเทศบาลยะลาเบิกงบแต่ไม่ดูแล?

เพจหมา โพสต์ถาม เทศบาลยะลา ดูแลหมาไม่ดี แต่ขยันเบิกงบ

แฟนเพจ A call for Animal Rights ” Walk Rally” ซึ่งทำงานเกี่ยวกับสวัสดิการของสัตว์ ได้โพสต์ข้อความทวงถามไปยังนายกเทศบาลเมืองยะลาเกี่ยวกับการจัดการสุนัขในสถานกักกันว่ามีความเป็นอยู่ที่ดีหรือไม่ โดยเผยว่า
ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี อยากขอความช่วยเหลือและ”ถามไถ่”ไปยัง”นายกเทศบาลยะลา” เหตุใดสุนัขที่ถูกขังอยู่ที่นี่ ถึงไม่ได้รับการดูแล

11401564_894288133977319_7778808468040847579_n

4-5วันจึงจะมีคนมาให้อาหาร น้ำกินไม่มีสถานที่สกปรก สุนัขตายคาบริเวณที่ขังไว้ ไม่มีใครสนใจ บางตัวแผลเน่าก็ปล่อยให้ตาย ทั้งที่มีการ”เบิกงบประมาณจากรัฐบาล”ตลอดเวลา ที่แย่ไปกว่านั้นคือบางครั้งพวกเเรง งานต่างด้าวมาขโมยเอาไปกินหลายตัว เพราะไม่มีคนเฝ้าดูแล!!!

โดยทาง A CALL ขอฝากคนในพื้นที่ช่วยสอดส่องเป็นหูเป็นตา ฝากเรียนท่านผู้เกี่ยวข้องทุกท่านลงมาดู อย่าให้เราสงสัยเลยว่างบประมาณที่ท่านทั้งหลายเบิกและกล่าวอ้างว่านำมาดูแลสุนัขนั้น จริงๆแล้วท่านนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ฝากถามไถ่ไปยังนายกเทศมนตรีว่ามีเหตุการณ์แบบนี้ใต้หลังคาบ้านท่านได้อย่างไร ทำไมท่านถึงไม่ทราบ ในขณะที่ชาวบ้านส่ายหัวกันไปทั่ว!! ได้โปรดอย่าให้เราคิดเลยว่าที่นี่คือแดนประหารของสุนัข ในเมื่อเราใช้ชื่อเรียกอย่างสวยหรูว่า “ที่พักพิง”

ทั้งนี้หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ได้มีชาวสังคมออนไลน์ในยะลาได้ออกมาเปิดเผยว่า การเลี้ยงดูสุนัขไม่ค่อยดีอย่างที่ควรอย่างที่มีการแชร์จริงๆ แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยหรือเรื่องอื่นๆ ซึ่งต้องรอให้เจ้าหน้าที่มาชี้แจง โดยล่าสุดทางแฟนเพจ เทศบาลนครยะลา Yalacity ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวและกำลังอยู่ประสานผู้ที่รับผิดชอบเพื่อมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป
MThai News

รู้จัก’เมอร์ส’ ไวรัสเลือดใหม่ จากตะวันออกกลาง

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไวรัสเมอร์ส เชื้อไวรัสที่ถือกำเนินเมื่อไม่นานมานี้ และกำลังระบาดในประเทศเกาหลีใต้ จนทำให้ทั่วโลกต้องจับตามอง และเฝ้าระวัง

เมอร์ส,ไวรัสเมอร์,เกาหลีใต้,คาบสมุทรอาหรับ,ตะวันออกกลาง,อูฐ

หลายท่านอาจจะยังไม่คุ้นหูคุ้นตากับเชื้อไวรัสเมอร์ส ซึ่ง เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่มีต้นกำเนิดมาจากตะวันออกกลาง ซึ่งขณะนี้ มีการแพร่กระจายในวงแคบภายในประเทศเกาหลีใต้ แม้ผู้เสียชีวิตจะยังไม่มาก แต่รัฐบาลเกาหลีใต้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาดังกล่าว

อาการในระยะเริ่มแรกผู้ติดเชื้อจะมีอาการไอและหายใจถี่ ศูนย์ควบคุมโรคระบาดแห่งสหรัฐฯ ซีดีซี ประเมินว่า ผู้ติดเชื้อ 10 ราย จะมีโอกาสเสียชีวิตราว 3-4 ราย สามารถแพร่กระจายได้โดยการสัมผัส หรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่ได้รับเชื้อ และไม่จำกัดเพียงแค่ช่วงวัยใดช่วงวัยหนึ่งเท่านั้น หากแต่ผู้ที่ได้รับเชื้อปรากฏในทุกเพศทุกวัย ทั้งนี้ซีดีซี ยังไม่ออกประกาศเตือนด้านการเดินทางแก่ประชาชน เพราะมองว่า ผู้ที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อไม่ถือเป็นผู้เสี่ยง

ย้อนไปถึงจุดกำเนิดของเมอร์ส เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่สาธารณะสุข พบผู้ป่วยเมอร์สรายแรกในซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อปี 2555 และแพร่กระจายไปประเทศต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับคาบสมุทรอาหรับ สื่อนอกหลายสำนัก ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ต้นตอที่สำคัญของไวรัสเมอร์ส มาจากสัตว์ประจำภูมิภาคอย่างอูฐ โดยเชื้อไวรัสที่ยังมีชีวิตที่แยกออกมาจากหนอกของอูฐ 3 ใน 4 มีเชื้อไวรัสเมอร์สปะปนอยู่ ทว่านอกจากอูฐแล้ว ยังพบเชื้อดังกล่าวในค้างคาวอีกด้วย จึงทำให้กระทรวงสาธารณะสุขในภมิภาคต่างๆ มีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ โดยผู้ป่วยเมอร์สทุกคน มีความเชื่อมโยงกับ 6 ประเทศ ในคาบสมุทรอาระเบียทั้งสิ้น

พร้อมกันนี้ สาเหตุของการแพร่กระจายมายังมนุษย์ยังไม่แน่ชัด เนื่องจากองค์การอนามัยโลก ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ว่า มนุษย์ติดเชื้อไวรัสเมอร์ส จากสัตว์หรือสิ่งแวดล้อมจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือในปัจจุบันยังไม่มียารักษาหรือวัคซีนป้องกันไวรัสเมอร์ส แพทย์สามารถรักษาผู้ป่วยที่มีอาการจากเชื้อไวรัสเมอร์สได้แต่ก็ยังไม่มีวัคซีนและยาเพื่อรักษาเมอร์สโดยเฉพาะ

อย่างไรก็ตามการป้องกันตัวเอง เป็นวิธีการรับมือที่พึงกระทำ อาทิ การหมั่นรักษาความสะอาด ล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ การสวมหน้ากากอนามัย และงดการใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นหวัด เพราะนอกจากจะเป็นหนทางหนึ่ง ที่จะป้องกันเราจากไวรัสรุนแรง อย่างเมอร์สแล้ว ยังป้องกันเราจากไวรัสชนิดอื่นๆได้อีกด้วย

11428544_1006606042697768_47126475_n

MThai News