จับตา!ปูรับทราบข้อกล่าวหาเงินเยียวยาพรุ่งนี้

ป.ป.ช.จัดคิว ‘ยิ่งลักษณ์’ พร้อมพวก รับทราบข้อกล่าวหา จ่ายเงินเยียวยาเหยื่อชุมนุมทางการเมืองโดยมิชอบ 9 มิ.ย.นี้

จากกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีรวม34 ราย กรณีจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง พ.ศ.2548 – 2553 โดยมิชอบ และเมื่อ ป.ป.ช.ได้ส่งหนังสือ แจ้งไปยังผู้ถูกกล่าวหาทุกราย เพื่อให้ทยอยมารับทราบข้อกล่าวหา และให้ถ้อยคำในเบื้องต้นระหว่างวันที่ 9-30 มิ.ย.นั้น

(Photo by The Asahi Shimbun via Getty Images)

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

วันที่ 8 มิ.ย.58 สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช.แจ้งว่า สำหรับคิวที่กำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหารายงานตัวที่สำนักงาน ป.ป.ช. ในวันที่ 9มิ.ย.นั้น คิวแรกจะเริ่มตัวเวลา 09.00 น. โดยเป็นคิวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์

ในวันเดียวกันมีคิวของ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.),ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง, นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนางนลินี ทวีสิน อดีตรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

MThai News

แฉ อี-อ็อกชั่น โกงแบบมีใบรับรอง ตจว.โกงหนักมาก

ประมนต์ เผย ต่างจังหวัดทุจริตมาก เพราะใช้จ่ายเงินหละหลวม ด้าน ต่อตระกูล จี้ ยกเลิกจัดซื้อจัดจ้างแบบ อี-อ็อกชั่น เหตุ คนเข้าประมูลเตี๊ยมกันได้ ไม่ผิดกฎหมาย

ประมนต์ สุธีวงษ์

นายประมนต์ สุธีวงษ์ ประธานภาคีเครือข่ายต่อต้านการคอรัปชั่น และคณะกรรมการคตช. กล่าวภายหลัง งานประกาศเจตนารมณ์ “ต่อต้านการทุจริตสร้างจิตสำนึกไทยไม่โกง” ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ขณะนี้สถานการณ์การทุจริตในต่างจังหวัดยังคงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะการใช้จ่ายเงินยังหละหลวมเนื่องจากมาตรการจากส่วนกลางยังไปไม่ถึง แต่คาดว่าอนาคตจะขยายไปถึงต่างจังหวัด

ส่วนสถานการณ์การจ่ายเงินใต้โต๊ะในปัจจุบันเชื่อว่าคงจะชะลอไปเยอะ เพราะความเข้มงวดจากการติดตามของคณะกรรมการชุดต่างๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหมดไป เพียงแต่รอดูว่าหากเอาจริงเอาจังต่อเนื่องและมีความชัดเจนก็อาจจะเปลี่ยนพฤติกรรม แต่หากไม่จริงจังเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจะกลับไปเหมือนเดิม

ด้านนายต่อตระกูล ยมนาค นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์และคณะกรรมการคสช. กล่าวว่า ตนเข้าร่วมการประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตของรัฐบาลแบบนี้มาหลายรัฐบาลแล้ว แต่คิดว่าครั้งนี้มีความจริงจังไม่ใช่แค่งานอีเว้นท์ธรรมดา เพราะดูจากภาคเอกชนและองค์กรที่เข้ามาร่วมทำงานไม่ได้มีแค่องค์กรของรัฐเท่านั้นจึงทำให้ดูจริงจัง แต่ความจริงจังนั้นต้องดูที่คนที่มีอำนาจว่ามีความจริงจังหรือไม่ อย่างเช่นรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มีความจริงจังแต่ไม่มีอำนาจที่จะขับเคลื่อนอะไรได้เลย ส่วนรัฐบาลอื่นๆก็แค่ประกาศแต่ไม่ทำ

“ทุกรัฐบาลพูดเรื่องต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น จนเราชินแล้ว แม้กระทั่งรัฐบาลที่ประกาศเป็นนโยบายสำคัญเมื่อถึงเวลาก็ไม่ทำ คิดว่าอยู่ด้วยคำพูดอย่างเดียวมันดูไม่มีความหวัง ผมมาร่วมกับอนุกรรมการคตช.ก็เรียนพลเอกประยุทธ์ว่าตอนนี้ผมเชื่อ90% แต่ผมจะไม่เชื่อ100% จนกว่าจะได้เห็นว่าทำอะไรไปแล้วบ้าง ดังนั้นอีก10% คือต้องเห็นการสนับสนุนผลักดัน เพราะข้าราชการทุกหน่วยต้องรอว่าเอาจริงหรือเปล่า เพราะถ้านายกรัฐมนตรีเอาจริง รัฐมนตรีเอาจริงก็จะไปผลักดันข้าราชการได้”นายต่อตระกูล กล่าว

นายต่อตระกูล กล่าวถึงระบบการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบ อี-มาร์เก็ต และอี-บิดดิ้งว่า ปัจจุบันระบบอี-อ็อกชั่นใช้ไม่ได้แล้วต้องยกเลิก เพราะคนเข้าประมูลสามารถเตี๊ยมกันมาก่อนได้ ซึ่งระบบอี-อ็อกชั่นประเทศไทยใช้มาประมาณ 9 ปี เกิดความเสียหายกับประเทศจากการจัดซื้อในภาครัฐอย่างน้อยประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เพราะไม่ได้เกิดการแข่งขันจริง

“เสนอราคาเฉือนกันแค่500บาท 100บาท 1สตางค์ก็มี มันไม่มีการต่อสู้กัน เพราะถ้ามีการต่อสู้กันจริงต้องสูงหรือต่ำกว่าราคากลางประมาณ 5% แต่นี่สัญญาที่สุดกลับลดราคาได้แค่1% และตอนหลังก็ไม่ลดราคาเลย แล้วก็อ้างว่ามีคนมาประมูลน้อย มาแค่2รายเท่านั้น และ2รายที่มาก็มาจากที่อยู่ในตึกเดียวกัน แต่ไม่ผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายบอกว่าห้ามมีชื่อบุุคคลซ้อนกันเท่านั้น แต่นี่ชื่อบุคคลไม่ซ้ำแต่มีที่อยู่ในตึกเดียวกัน เบอร์โทรศัพท์ก็เรียงกัน แต่ก็ไม่ผิดกฎหมาย แล้วก็มานั่งฮั๊วะกัน1% ก็ไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งป.ป.ช. และกรมบัญชีกลางก็รู้ แต่ไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการโกงโดยมีใบรับรอง”นายต่อตระกูล กล่าว

ขอบคุณภาพจาก : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์,

MThai News

02-7-1

ภาพข่าว : พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประกาศเจตนารมณ์ “ต่อต้านการทุจริตสร้างจิตสำนึกไทยไม่โกง”

หลวงพ่อพรมน้ำมนต์แรงแจงทำเพื่อเรียกสติ

พระครูสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนาทวี ชี้แจงการพรมน้ำมนต์ให้กับลูกศิษย์ เพื่อเป็นการเตือนสติ วัสดุที่ใช้ทำให้เสียงดังเท่านั้น

จากกรณีโลกโซเชี่ยลมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์พระภิกษุกำลังพรมน้ำมนต์ให้กับลูกศิษย์โดยใช้ที่พรมน้ำมนต์ฟาดไปที่ไหล่และศีรษะของญาติโยมอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์

ล่าสุด วันนี้ 8 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวัดที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวคือวัดนาทวี จ.สงขลา โดยพระที่ทำพิธีพรมน้ำมนต์ ก็คือพระครูสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนาทวี นั่นเอง

พระพรมน้ำมนต์สุดแรง

โดยเจ้าอาวาสวัดนาทวี กล่าวว่าการพรมน้ำมนต์แบบนี้เป็นกลอุบายในการสอนธรรม เพื่อนึกถึงคุณงามความดีและการตีแรงๆ เพื่อเป็นการเตือนสติ ซึ่งวัสดุที่ใช้พรมน้ำมนต์นั้นทำมาจากก้านหญ้าคาที่นำมามัดรวมกันทำให้เกิดเสียงดัง ซึ่งการพรมน้ำมนต์เช่นนี้ไม่ใช่การอวดอุตริ แต่เป็นเรื่องของพิธีกรรมที่สมยอมระหว่างพระกับโยม เป็นการสร้างสติ ไม่ได้พลาดเรื่องพระธรรมวินัยใดๆ

MThai News

ที่มา… รายการเรื่องเล่าเช้านี้