วุ่น! นักโทษสงขลากว่า2พัน ประท้วงที่แออัด

นักโทษเรือนจำสงขลากว่า 2,000 คน ก่อเหตุจลาจลประท้วงเผาที่นอน ยิงปืน เหตุไม่พอใจความเป็นอยู่แออัด-อาหารไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่เร่งคุมสถานการณ์ ล่าสุดเจ็บ3

วันที่ 8 มิ.ย. เกิดเหตุผู้ต้องขังภายในเรือนจำจังหวัดสงขลาประมาณ 2,500 คน ได้ก่อเหตุจลาจลประท้วง มีการเผาที่นอน และมีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ ล่าสุดมีผู้ต้องขังบาดเจ็บ 3 คน นำส่ง รพ.สงขลา ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งควบคุมสถานการณ์

นักโทษประท้วง

นักโทษเรือนจำสงขลาประท้วงเผาที่นอน

ส่วนสาเหตุของการจลาจลครั้งนี้ เบื้องต้นมาจากมีนักโทษอยู่ด้วยความแออัด ประมาณ 2,500 คน ทำให้อาหารและที่นอนไม่เพียงพอ

ขณะที่ด้านหน้าเรือนจำ มีกลุ่มญาตินักโทษ ประมาณ 100 คน ที่เดินทางมาเพื่อเข้าเยี่ยม เกิดความไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่เรือนจำไม่มีการชี้เแจงให้ได้รับทราบในเรื่องดังกล่าว และไม่ให้ญาติเข้าไปภายในบริเวณเรือนจำแต่อย่างใด

ด้านเจ้าหน้าที่เรือนจำเร่งเข้าระงับเหตุพร้อมทั้งเจรจา เบื้องต้นผู้ต้องขังได้แจ้งความต้องการขอพบกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร ตรึงกำลังรอบนอก เนื่องจากเหตุการณ์ยังไม่สงบ

นักโทษประท้วง

เรือนจำจังหวัดสงขลา

ญาตินักโทษ

ญาตินักโทษ ไม่พอใจจนท.เรือนจำห้ามเข้าเยี่ยม

ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก TNN24 

MThai News

กมธ.เสนอ สนช.ตั้ง บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ

กมธ. เสนอแผนต่อสนช. เกี่ยวกับแนวทางแก้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม แนะ จัดตั้ง บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ เป็นตัวแทนรัฐ ควบคุมปิโตรเลียมแบบเบ็ดเสร็จ

คณะกรรมธิการ (กมธ.) เตรียมเสนอแผนแก้ปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 ต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ โดยข้อเสนอหลักของคณะ กมธ.คือ การให้ตั้ง บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ (National Oil Company) ให้มีฐานะเป็นตัวแทนของรัฐ เป็นผู้มีสิทธิเพียงรายเดียวในการสำรวจและให้สิทธิเกี่ยวกับปิโตรเลียมในการดำเนินการบริหารจัดการปิโตรเลียม และการบังคับบริษัทน้ำมันเอกชนในฐานะคู่สัญญา

ภาพประกอบเนื้อหา

ภาพประกอบเนื้อหา

โดยตราเป็นกฎหมายในระดับ พ.ร.บ.ให้บรรษัทน้ำมันแห่งชาติมีสภาพนิติบุคคล และมีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐ แต่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ เพื่อให้การบริหารจัดการสัญญาที่เกี่ยวกับปิโตรเลียมไม่อยู่ภายใต้กฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการพัสดุของส่วนราชการ หรือกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนกับรัฐและบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ เป็นผู้ถือสิทธิทรัพยากรปิโตรเลียมแทนรัฐในการสำรวจและแสวงหาประโยชน์จากปิโตรเลียม ควบคุมดูแลระบบการสำรวจและแสวงหาประโยชน์ในปิโตรเลียมทั้งหลาย และมีหน้าที่ในการบริหารสัญญาสัมปทาน สัญญาแบ่งปันผลผลิตและสัญญาจ้างผลิต

การปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม คณะ กมธ.เห็นสมควรที่จะดำเนินการเป็น 2 ระยะ คือ ระยะยาวและระยะเร่งด่วน โดยในระยะยาว จำเป็นต้องวางระบบให้เป็นที่ยอมรับทุกภาคส่วนและสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน จึงควรศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายของประเทศอื่นๆ ที่มีลักษณะของแหล่งปิโตรเลียม สภาพสังคม และสภาพเศรษฐกิจที่คล้ายคลึงกับประเทศไทย ส่วนระยะเร่งด่วน คือการสำรวจปิโตรเลียมควบคู่ไปกับการปรับปรุงกฎหมายทั้งฉบับ

สำหรับปัญหาความไม่ไว้วางใจของประชาชนต่อการบริหารด้านพลังงานนั้น อาจกำหนดให้คณะกรรมการปิโตรเลียมมีสัดส่วนของตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยแก้ไขเพิ่มเติมความในหมวด 2 คณะกรรมการปิโตรเลียม มาตรา 15 ของ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 นอกจากนี้ควรแก้ไขมาตรา 76 ของ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 เรื่องเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เนื่องจากประชาชนต้องการเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น รวมถึงรัฐต้องสามารถตอบปัญหาของประชาชนได้ เพื่อให้เกิดความไว้วางใจต่อรัฐบาลในด้านพลังงาน

MThai News

ขอบคุณข้อมุ,จาก…naewna

‘สามารถ’ ผิดหวัง! จีนไม่ร่วมลงทุนรถไฟทางคู่

สามารถ ราชพลสิทธิ์ โพสต์เฟซบุ๊ก ผิดหวังที่จีนไม่ร่วมลงทุนรถไฟทางคู่ไทย-จีนวอนรัฐบาลช่วยเจรจา

วานนี้ (7 มิ.ย. 58) นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ถึงกรณีการลงนามความร่วมมือพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่ไทย-จีน เส้นทางหนองคาย-นครราชสีมา-แก่งคอย-มาบตาพุด และแก่งคอย-กรุงเทพฯ รวม 873 กิโลเมตร โดยระบุว่า

รถไฟไทย-จีน

ข้อความจากเฟซบุ๊กทั้งหมด

ผิดหวัง!
จีนไม่ร่วมลงทุนรถไฟไทย-จีน

หลายคนคงเข้าใจว่าจีนจะมาช่วยพัฒนารถไฟไทยให้ทันสมัย พูดง่ายๆ ก็คือรัฐบาลจีนจะมาร่วมลงทุนก่อสร้างรถไฟให้ไทยตามเส้นทางที่รัฐบาลไทยเห็นชอบ นั่นคือ เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย และเส้นทางแก่งคอย-มาบตาพุด โดยจะออกแบบให้รถไฟวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งไม่ใช่รถไฟความเร็วสูงแต่เป็นรถไฟความเร็วปานกลาง เส้นทางนี้จะทำหน้าที่ขนทั้งผู้โดยสารและสินค้า

ผมไม่ติดใจในความสามารถด้านการพัฒนารถไฟของจีน แม้ว่าจีนได้เริ่มพัฒนารถไฟความเร็วสูงได้มาไม่นาน แต่จีนก็สามารถก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงได้ระยะทางรวมยาวที่สุดในโลก

เมื่อพิจารณาดูแนวเส้นทางดังกล่าวข้างต้นแล้ว จะเห็นได้ว่าจีนจะได้รับประโยชน์ด้วยเช่นกัน เพราะเป็นเส้นทางที่เปิดทางออกสู่ทะเลให้จีนได้อีกเส้นทางหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ จีนจึงควรร่วมลงทุนก่อสร้างด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นภาระของไทยเพียงฝ่ายเดียว ผมได้โพสต์ความเห็นเช่นนี้ไว้เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 เรื่อง “เงินกู้จีน-ญี่ปุ่น ชี้ชะตาไฮสปีดไทย” หลังจากนั้นผู้ที่รับผิดชอบได้ให้ข่าวว่าจีนจะร่วมลงทุนด้วย ไม่ใช่ให้เงินกู้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทำให้ผมหลงดีใจพร้อมกับโพสต์เรื่อง “รถไฟทางคู่ไทย-จีนคืบหน้าเมื่อจีนยอมควักกระเป๋า” ไว้เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2558 แต่ถึงวันนี้ผมกลับต้องผิดหวังหลังจากได้รับข้อมูลว่าจีนจะไม่ร่วมลงทุนด้วย

การลงทุนรถไฟเส้นทางนี้จะเป็นการลงทุนทั้งหมด 100% โดยรัฐบาลไทย ซึ่งรัฐบาลไทยจะกู้เงินในประเทศบางส่วน และจะกู้เงินจากจีนบางส่วน งานส่วนไหนที่คนไทยทำได้ก็จะใช้ผู้รับเหมาไทย งานส่วนไหนที่คนไทยไม่ถนัดก็จะจ้างจีนทำให้ รวมทั้งจะซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่มีในประเทศจากจีน เช่น ขบวนรถไฟ ระบบอาณัติสัญญาณ และระบบตั๋ว เป็นต้น เมื่อเป็นเช่นนี้ จีนก็จะได้ประโยชน์จากการให้กู้เงิน รวมทั้งการก่อสร้างและขายวัสดุอุปกรณ์

ผมไม่ได้คัดค้านการก่อสร้างรถไฟเส้นทางนี้ แต่อยากเรียกร้องให้รัฐบาลเจรจากับรัฐบาลจีนโดยขอให้รัฐบาลจีนร่วมลงทุนด้วย ทั้งนี้ เพื่อความสำเร็จในการบริหารจัดการเดินรถไฟหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ เพราะถ้าจีนร่วมลงทุนด้วยเขาก็จะพยายามหาหนทางที่จะทำให้มีผู้โดยสารและสินค้ามาใช้บริการมาก ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อโครงการหรือประเทศชาติโดยส่วนรวม

MThai News